My “REMEDY” #1
If our loves are tragedy,why are you my remedy? 
บทเพลงClarity ของ Zedd ที่เคยฟังเมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ฟังก็ยังคงเป็นนักเรียนมอสี่อยู่

ด้วยวัยที่ยังไม่รู้จักความรัก เรานั่งฟังเพลงนี้เป็นสิบๆครั้งโดยที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของบทเพลงเลยแม้แต่นิดเดียว

แต่พอถึงวันที่แอบรักเพื่อนตัวเอง เราก็เข้าใจแล้วหละ!
เราเป็นคนประเภทหนึ่งที่เครียดง่ายมากๆ เลยมีนิสัยเสียๆอยู่อย่างหนึ่งคือ เมื่อเครียดหนักๆแล้วเรามักจะระบายความเครียดนั้นด้วยการ 
กรีดแขนตัวเอง!!!
และแน่นอน....
นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เราคุยกันแบบจริงจัง

ในวันนั้นเราได้ตัดความสัมพันธ์กับหนุ่มครุฯไฟที่ตามจีบเรามาได้สักพัก ซึ่งเราเองไม่เคยรังเกียจเขาเลยนะ แต่เราชอบเขาไม่ได้จริงๆ เพราะที่ในใจของเราได้เผื่อไว้ให้ใครสักคนมาตลอด...

ในวันที่เขายอมบอกเราว่าเขาเป็นโรคซึมเศร้า แน่นอนว่าเรารับรู้ถึงความเจ็บปวดทุกข์ทรมาณของพ่อหนุ่มครุฯไฟผู้นั้น รับรู้ยังไงหน่ะหรอ?

ก็เพราะรู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นแรงเสียจนเจ็บปวด ราวกับว่ากำลังถูกบีบคั้นหน่ะสิ!
เราได้ตอบเขาไปว่าเรานั้นไม่อาจจะรับรักเขาได้ โดยขอให้เป็นเพียงแค่เพื่อนเท่านั้น...

แต่เหตุการณ์หลังจากกลับมาจากวันรับปริญญาที่มหาลัยเดิมที่เราเคยเรียนมาปีหนึ่ง เขาพยายามทักถามเราตลอดเวลาเกี่ยวกับมหาลัยนั้น

จนในที่สุดเหมือนความอดทนของเขาได้สิ้นสุดลง เขาได้ทักแชทมาหาเราทำนองว่า “พวกเรามาคุยกันตรงๆเลยจะดีกว่า!” 

คำถามคือ....
เธอเป็นอะไรกับเราหละ?

เราไม่ว่าถ้าเธอจะรักเราข้างเดียว
แต่...ทำไมต้องเป็นเรื่องที่เราเปราะบางที่สุดด้วย?

ทำไมต้องพยายามก้าวข้ามโลกส่วนตัวเราด้วย ทั้งๆที่เราเองก็เคารพพื้นที่ส่วนตัวเขาตลอด??
หลังจากที่อ่านประโยคนั้นจบลงสิ่งที่เกิดขึ้นคือ

เขาทำให้เราคลั่งรุนแรงจนอยากจบชีวิตตัวเอง!
ความรู้สึกผิด ความรู้สึกเสียใจ ความล้มเหลว มากมายถาถมใส่ไม่ยั้ง

สติที่แต่แรกเดิมยังคงมีอยู่นั้นได้หายไป ราวกับว่าตัวเรานั้นกำลังถูกนรกนั้นกัดกินเราอยู่ทั้งเป็น!

ตัวเราค่อยๆชา ชามากขึ้นเรื่อยๆ ...
เราเริ่มคุมสติไม่อยู่ ร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง...
ความทุกข์ทรมาณนั้นถาถมใส่เรา มันมากมายเสียจน “ทนไม่ไหวแล้ว!!!”

เราต้องการที่จะปลดเปลื้องตัวเองออกจากวังวนความทุกข์ทรมาณนี้เสียที!!!

ใช่แล้ว...ก็อย่างที่เราได้บอกคุณไปเมื่อกี้นั่นแหละ แต่หนนี้หน่ะ หวังเอาจริง!!!

เราหยิบคัตเตอร์สีฟ้าอันโปรดที่เราชอบใช้ไว้เพื่อกรีดเนื้อหนังของตัวเอง ที่มักจะมีกลิ่นและคราบเลือดเดิมๆติดอยู่บนปลายมีด 

แคร๊กกก!! -

ด้วยความคลุ้มคลั่งเต็มที่ เราได้สูญเสียความเป็นตัวเองไปพร้อมๆกันกับความเป็นมนุษย์ของเรา

เพราะอะไรหน่ะหรอ....

เพราะในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เราได้ปฏิเสธความช่วยเหลือให้แก่ชายหนุ่มผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า...

เราไม่ใช่มนุษย์อีกแล้ว !!
เพราะเราช่่วยเขาไม่ได้! เราได้แค่ปล่อยให้เขาทุกข์ทรมาณ โดยที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย!!
เราคลั่งถึงขีดสุด ร่างกายของเรานั้นได้ไร้ความรู้สึกเต็มรูปแบบ เมื่อปลายมีดได้สัมผัสผิวหนังแล้วกรีด และกดมันลงไปให้ลึก และลากตวัดออกมาให้เร็วๆ เพื่อความคมของมันจะได้ตัดเส้นเลือดให้มากที่สุด

หยดเลือดสีแดงสดเม็ดเล็กๆกำลังซึมผ่่านออกมาจากรอยแผลที่ถูกกรีดนั่น..

แต่ตัวตนอีกตัวตนของเรานั้นยังไม่พอใจ ตัวตนที่ถูกปิศาจสิง สั่งให้เราละเลงกรีดใส่แขนตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง!

กรีดแล้ว กรีดเล่า.. 
ครั้งแล้ว ครั้งเล่า...

มันชาไปหมดทั้งตัวเลย!
กรีดไปพร้อมๆกับเสียงร้องไห้โหยหวนของตัวเอง และการโทษตัวเองว่าเราช่วยเขาไม่ได้ๆ เราช่างเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจเช่นนี้!

แต่ด้วยความคมของใบมีด...
ไม่ว่าจะพยายามกรีดให้ลึกแค่ไหนก็ตาม
แผลที่ได้ก็เป็นแผลที่เล็กเกินกว่าจะทำให้เรานั้นสิ้นใจได้ 

นอกจากแผลนั้นก็เล็กแล้ว เลือดสีแดงสดของเราที่ไหลออกมาจากแผลถูกที่กรีดสดๆออกมานั้น ก็หยุดไหลอย่างรวดเร็วเสียงั้นไป ราวกับว่าฟ้าประชดเราที่ให้เลือดเราหยุดไหลได้เร็ว

เราก็ยังคงกรีดไปเรื่อยๆ พร้อมกับน้ำตาที่อาบเต็มแก้ม และเสียงกรีดร้องที่พยายามร้องออกมาให้เบาที่สุด 

วินาทีนั้นเราไม่กล้าโทรหาใครเลย โดยเฉพาะพ่อแม่ของตัวเอง แต่บุคคลที่เรากลับคิดถึงกลับเป็น มิตรสหาย “เทพ บ.” เพื่อนร่วมห้องที่คิดถึงก่อนเสียนั้นไป...

มือขวาของเราหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา...ทำได้แค่ชั่งใจว่าจะทักไลน์ไป “ลาตาย”หาเขาดีไหม? เพราะช่วงนี้เราคุยกันที่มอบ่อยเหลือเกิน แถมเราพึ่งไปเป็นที่ปรึกษาโปรแจ็คให้เขาไปเมื่อสองวันก่อนอีกด้วย เขาจึงเป็นอีกคนที่ถัดมาจากพ่อแม่ที่เรานึกถึง...

แต่ทว่า....

ถ้าทักไปแล้วเขาจะกลัวเราหรือเปล่า? 

เราลังเลอยู่นานหลายนาที กดเปิดปิดแอพไลน์ซ้ำๆ เข้าหน้าแชทที่พวกเราเคยคุยกันแต่เรื่องโปรแจ็ค ซ้ำแล้ว.. ซ้ำอีก... แต่สุดท้ายก็ไม่ทักไป...

เพราะติดสินใจว่าถ้าจะหายไปจากโลกใบนี้...ก็ขอหายไปเงียบๆดีกว่า 

ให้ปิศาจผู้ไร้ศรัทธา...ปิศาจไร้หัวใจ ที่ไม่สมควรจะไปรักใคร หรือ ถูกรัก...
ปิศาจที่ได้หลงลืมตัวตนของตัวเองไปแล้ว...
นั้นตายจากโลกนี้ไปเสียเถอะ!!!

เราอะลาวาดแบบนั้นไปพักใหญ่ๆ จนสุดท้ายพลังงานของเราก็หมดลง...

สมองสั่งการให้เราหลับลงในทันที ไปพร้อมๆกับคราบเลือดสีแดงเข้มที่แข็งเกาะเต็มแขน...หลังจากที่พยายามกรีดมันอยู่ตั้งนาน

ดูเหมือนว่าความตายยังคงไม่อยากได้เราตอนนี้สินะ...
หลังจากที่เราฟื้นสติขึ้นมา ก็พบว่าความคลุ้มคลั่งนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว พร้อมกับความทรงจำบางส่วนก่อนหน้านี้ได้หายไป พร้อมๆกับนรกขุมนั้น...ที่เราไม่อาจจะนิยามได้ว่ามันมีิอะไรปนอยู่ในนั้นบ้าง 

แต่บาดแผลเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนเราเสมอว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง..

เราฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เราไม่อาจอยู่แบบนี้ต่อไปได้
จึงตัดสินใจทักไลน์ไปหาเขาอีกครั้ง

และเขาก็รับฟังเราอย่างดี...
และนั่นก็ทำให้เราเห็นเขาในแง่มุมอื่น
เขาไม่พยายามเปรียบเทียบความทุกข์ทรมาณของเรากับคนอื่นๆรวมไปถึงตัวเขาเองด้วย 

เขามีเหตุผลมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆที่เรามักไปปรึกษาที่มักจะให้คำตอบมาว่า เรานั้นคิดมากไปเองทั้งๆที่อายุน้อยกว่าเราไปปีหนึ่งเขากลับไม่ตอบแบบนั้น!!

เดิมทีเราคิดว่าเราอาจจะแค่ชอบเขาจากภายนอกตั้งแต่แรกที่เห็นแต่คราวนี้เรามั่นใจได้เลยว่า...
ทัศนคติที่เรามีต่อเขาเปลี่ยนไป
เพราะเขาเป็นคนที่ดีมากกว่าที่เราคิด 
ใครจะไปคิดว่าลูกคุณหนู และสกิลเด็กเทพที่ติดตัวมาแบบเขาจะมาเข้าใจความเจ็บปวดที่เราเผชิญอยู่ 
ทั้งๆที่ไม่ได้ผ่านโลกแบบเดียวกันมาเลย!!?

ยิ่งคุย...อารมณ์คลุ้มคลั่ง หรือ ความโศกเศร้าของเราหายไปจนสิ้น  
และในที่สุด....

เรากลับมายิ้มและหัวเราะได้อีกครั้ง

เราไม่รู้ว่าเราตกหลุมรักเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่...
แต่กว่าจะรู้ตัวก็รักเขาเกินเพื่อนไปแล้ว...
เราต้องการเขามากขึ้นทุกทีๆ...

จนเวลาผ่านมาเรารู้สึกว่าเขาสำคัญกับเรามาก...
มากเสียจนถ้าเราเห็นเขามีความทุกข์ที่เราช่วยอะไรไม่ได้...เรามักจะแอบมานั่งร้องไห้คนเดียวที่หอ โดยไม่ให้เขารู้...

นับวันๆยิ่งต้องการเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
อยากเจอหน้า...
อยากได้ยินเสียง...
อยากเห็นรอยยิ้มของเขา...

แต่คนที่ทรมาณนั้นคือตัวเราเอง
เรารักเขาข้างเดียวมาตลอด...
เขาทำดีกับเพื่อนๆทุกคนแบบนี้แหละ
เพราะเขาก็แค่เฟรนลี่มากๆเองท้ายที่สุดเราตัดสินใจปล่อยวางความรู้สึกทุกอย่างที่มีแก่เขา...แต่ทำไมนะทำไม 
“ฉันถึงลืมเธอไม่ได้เสียที?” 

การตัดสินใจที่จะปล่อยบุคคลผู้เป็นเหมือนดั่งดวงอาทิตย์ที่เฉิดฉายให้ใช้ชีวิตในวิถีทางของเขาที่เขาปราถนา....
วิถีทางของเขา...
ชีวิตของเขา...
สักวันหนึ่งเขาก็จะพบรักกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เรา...
ลาก่อนบุคคลผู้เป็นเหมือนยารักษาจิตใจ
ในฐานะคนที่แอบรักเพื่อนตนเองคนนี้รู้ดีว่า ไม่อาจครอบครองเขาได้...

เรามิอาจนำดวงอาทิตย์ที่สุกสว่างดวงนั้นมากอดรัดแน่นไว้เพื่อตัวเองแค่คนเดียวในโลกมืดๆที่มองไม่เห็นอะไรแบบนี้...

จงไปเถอะ!
จงเฉิดฉายอยู่บนโลกภายนอกนั่น!
จงเป็นที่พึ่งพิงของคนอื่นๆต่อไป
แต่ได้โปรดทิ้งเราไว้ในโลกมืดนี้ต่อไปเสียเถอะ!!


เมื่อตัดสินใจปล่อยวางความรู้สึกที่มีต่อเขาไป ก็ดูเหมือนความทุกข์จะลดลงไปมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะคิดถึงมากเพียงไหนก็ตาม...

แต่ก็ประหลาดดีเหมือนกันนะ ทำเหมือนจะทำใจได้แล้วนะ แต่พอเจอเขาทีไร เราก็เปลี่ยนใจทุกที

 ทำไมฉันถึงลืมเธอไม่ได้?? พวกเราก็เป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกันเฉยๆนี่...You’re free from my curse now
 “ my REMEDY” ! 
Farewell, my REMEDY...





SHARE
Written in this book
Before n.I.g.h.t falls.
Writer
Ramiel
Inventor && A binary creature.
We will keep running to the one way FREEDOM!

Comments