int i = -100; !!!!
To you my Sun shine...

        It is so cold and lonely down here...

        In the dark world I live in...

        You warm up my lonely eternal dark night.

        Your smile are like the radiance of the dawn...

        I do not know what is this feeling...
But as long as you smile...

       My entire world is no longer in the darkness.

       That is why you are my “Sun shine”.

       I know the night will fall to me again...

      Someday you will end up hate me...
But that is fine...

      As long as you are happy...

      I will be fine with that :) 
I do not know what is this feeling...

ความรู้สึกนี้มันแปลกดีนะ...ขอแค่ได้ยินเสียง ขอแค่ได้เห็นสักเสี้ยวหนึ่งของคนๆนั้น ก็ทำให้โลกของเราสดใสขึ้นมาได้ 
ขอแค่เห็นเขายิ้ม หรือ หัวเราะ แค่นี้เราก็พอใจแล้ว

แม้ว่าคนที่ทำให้เขาหัวเราะและยิ้มอย่างมีความสุขจะไม่ใช่ตัวเราเองก็ตาม...

เรากลับไม่ได้อิจฉาคนๆนั้นเลย กลับรู้สึกขอบคุณที่คนๆนั้น มาทำให้ดวงอาทิตย์ของเรานั้นสดใสต่อไปก็เพียงพอแล้ว...

เรื่องมันเริ่มจากที่ว่า...
เราย้ายมหาลัย...
แน่นอนว่าตั้งแต่วันรายงานตัว
เราก็จำเจ้าหมอนี่ได้แม่นเลยหละ

เพราะอะไรหน่ะหรอ?

ก็เพราะชุดที่เขาใส่ไง! 
บัดโธ่ตานี่!!

มีแต่คนอื่นใส่ชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมกันทั้งนั้น ทำไมมีแค่เจ้านี่ที่ใส่ชุดมัธยมปลายตัวเดิม ที่ดูสะดุดตาชะมัด 
— (สะดุดตาจริงๆนะ เพราะมันไม่เหมือนชุดนักเรียนมอปลายทั่วไปไง)

เอ่อแต่ก็ช่างมันเถอะ...
ยังไงพวกเราก็ไม่มีทางเป็นเพื่อนกันอยู่แล้วนี่...

เพราะอะไรหน่ะหรอ?

ก็เพราะว่าเราหน่ะ....

หมดศรัทธาในตัวผู้คนหน่ะสิ!!!
รายงานตัวเสร็จก็รีบบึ่งกลับหอ หันหลังให้ทุกๆอย่างๆไม่ใยดีอะไรทั้งนั้น ได้แค่หงุดหงิดว่าตัวเองมาทำอะไรอยู่ที่นี่!

ใจหนึ่งก็คิดถึงมหาลัยเดิม คิดว่าตัวเองควรจะขึ้นปี2เหมือนกับเพื่อนๆแล้วสิ!!
แล้วทำไมตัวเราเองถึง....!!?

อา...พอเถอะๆ โทษตัวเองต่อไปก็ไร้ประโยชน์กลับหอไปเขียนนิยายโลกมืดของตัวเองต่อดีกว่า
.
.
.
.
เรื่องราวในวันแรกที่เจอเขาก็มีแค่นี้แหละ

พอเริ่มมีกิจกรรมของภาคก็ทำให้ทุกคนนั้นถูกเกณฑ์กันมาช่วยทำงาน 
— (โรงงานนรกที่แท้ทรู)

เจ้าหมอนี่ก็แต่่งตัวไม่ได้แต่งตัวสะดุดตาเหมือนคราวก่อน...กลับใส่เสื้อยืดสีเรียบๆมาด้วยซ้ำไป

เราเห็นเขาเดินหอบร่างขาวๆผอมๆ ที่เหมือนไม้เสียบลูกชิ้นที่ยังปิ้งลูกชิ้นไม่สุก
 มานั่งโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยเพื่อนๆจากภาควิชาเรา(ที่หาเรื่องแบ่งแยกภาคกันตลอดเวลา) นั่งกันอยู่เต็มไปหมด...

เมื่อเขานั่งลงเขาก็หยิบไอแพดคู่ใจขึ้นมา กดปุ่มโฮมเพื่อที่จะปลดล็อกหน้าจอ ขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอwallpaper ที่เรานั้นรู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน...

ใช่แล้วหละ! 

ตั้งแต่วินาทีแรกที่ภาพนั้นถูกแสดงขึ้นมาตามความสว่างของหน้าจอ

เราก็รู้ว่าภาพ lock screen ภาพนั้นเป็นภาพวาดของ WLOP ที่เราชอบดูเขาวาดอยู่บน youtube บ่อยๆ เป็นภาพจากเกมดังเกมหนึ่งของญี่ปุ่น ที่มีผู้หญิงสาวผมสั้นบ็อปสีขาว แต่งชุดกอทิกสีดำ ที่ชอบโชว์กกน.บ่อยๆนั่นหน่ะ พร้อมกับผ้าคาดตา กำลังสีไวโอลินอยู่...

ในที่สุดก็เจอคนที่ชอบอะไรที่เหมือนกันเสียที เป็นความแรร์อย่างหนึ่งที่จะหาคนชอบภาพวาดของศิลปินคนนี้เจอในห้องที่เรียนวิชาทฤษฎีวิดพื้นจ๋า
เพื่อสอบเอาใบ กว.ที่ไม่รู้จะเอาไปทำดาบพระแสงเลเซอร์อะไร 
—(จริงๆนะ ไม่เหมาะกับสาขาเราเลย กว.นั้นอะ)

ด้วยความอยากทำความรู้จัก ก็เลยเดินเข้าไปถามเขาตรงๆว่า “อ้าว! นี่ก็ดูช่องของ WLOP เหมือนกันหรอ?”เขาก็ตอบง่ายๆ แค่

                         
“อืม!”
อื้มมมมมม !!! 
ตอบง่ายๆสั้นๆ ดีจริงๆ 
หลังจากนั้นก็อีกนานเลยที่เราไม่ได้คุยกันอีก


จนกระทั่งเปิดเทอมหนึ่ง เจ้าหมอนี่ก็ยังไม่ได้โดดเด่นอะไรในสายตาเรามาก จนถึงวิชาเขียนโปรแกรม แน่นอนว่าเด็กซิ่วที่เรียนเขียนโปรแกรมมาอย่างสุดหินที่สุด ก็ต้องเป็นเรื่อง “อีซี่” อยู่แล้ว

แต่เขาก็โชว์สกิลเด็กเทพด้วยการเขียนโค้ตตัดหน้าเราไป อ้าว...เจ้าหมอนี้มันเป็นใครกัน?

ตั้งแต่นั้นมันเพื่อนๆในห้องก็เรียกเขาว่า “เทพ บ.”

เขาก็เก่งจริงๆอะแหละ ถึงจะไม่ใช่ทุกเรื่องแต่ก็ทำทุกอย่างออกมาดีไปหมด 

สิ่งแรกที่เราเริ่มคิดกับเจ้าหมอนี่คือ นอกจากจะเป็นพวกลูกคุณหนูแล้ว ยังมีพรสวรรค์อีก คนอะไรน่า “อิจฉา” ชะมัด!! 

โอ๊ย! คนอะไรเกิดมาไม่ต้องมาเดินลุยคลุกดินคลุกโคลน ต่อสู้อยู่กับโชคชะตาที่ชอบเล่นตลกกับเราอยู่เรื่อยๆ ไม่ต้องล้มเหลว ไม่ต้องผิดพลาด ไม่ต้องทำงานหนักเช่นเรา แต่...
เทียบกับลูกคุณหนูที่แทบจะไม่รู้จักคำว่า “ลำบาก” หรือ คำว่า “เจ็บปวด” แบบนี้หน่ะหรอ จะมาเป็น “เทพ” ได้ยังไงกัน!!! ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด!!
.
.
.
.

นั่นคือสิ่งที่เราคิดไว้ในตอนแรก แค่มองเห็นครั้งแรกก็ให้คะแนนติดลบไปตั้งไม่รู้เท่าไหร่ 

ทัศนคติเราก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อวันนั้นเป็นวันฝนตก และตอนนั้นเองมันก็มืดแล้วด้วย

เพื่อนๆคนอื่นๆเกาะกลุ่มกันคุยว่าเลิกเรียนแล้วจะไปไหนดี ส่วนเราหน่ะหรอ....
ก็กลับหอสิ!!
เราเป็นคนแรกที่เดินแยกออกมาจากกลุ่มหวังจะวิ่งฝ่าฝนไปเพื่อกลับหอก่อน

ซึ่งตอนนั้น “สาวงาม”เอง(ฉายาเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในห้องที่เราตั้งให้ เพราะผู้หญิงมีน้อยจัด) ก็บอกว่าจะรีบกลับบ้านของเธอเช่นกัน แต่ปัญหาคือ.....
พวกเราไม่มีร่มทั้งคู่!!
แย่แล้วไงอยากกลับใจจะขาด แต่ดันไม่มีร่มเสียงั้นไป แล้วพวกเราสองคนจะกลับกันยังไงหล่ะทีนี้!!!

ไม่นานมากนักเจ้าหมอนั่นก็แยกตัวออกมาจากกลุ่มมิตรสหาย แล้วก็เดินกำลังจะออกจากชายคาตึกที่พวกเราเรียนออกไป 

แต่แล้วเขาก็หยุดเดินและหันมาถามพวกเราสองคนว่า “จะติดร่มเราไปจนถึงตึกแดงด้วยกันมั๊ย?”
พวกเราสองคนก็ดีใจหน่ะสิ ถึงตึกแดงก็ยังดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องตากฝนตลอดทางแล้วกันน่า!

พวกเราสองคนก็เลยติดร่มเจ้าหมอนั่นไปจนถึงตึกแดงตามที่ตกลงเอาไว้ และโบกมือร่ำลาแยกย้ายกันไป...

เจ้าหมอนี่....
ก็เป็นคนมีน้ำใจดีนี่...
After the rain incident...
For ( i = -100 ; i <= 0 ; i += 10)

— ( แปลว่า ค่าเริ่มต้น -100 ระบุว่าลู่ถึง 0 โดยจะ+10 ทุกๆครั้งๆที่เริ่มการทำงานของโค้ตนี้)

SHARE
Written in this book
Before n.I.g.h.t falls.
Writer
Ramiel
Inventor && A binary creature.
We will keep running to the one way FREEDOM!

Comments