ความห่างไกล
ช่วงเวลาก่อนจบการศึกษาในระดับมัธยมปลายเป็นช่วงที่ใครต่อหลายคนมักบอกความในใจต่อกัน ใช่แล้วแหละครับมันรวมถึงผมด้วย...

"เรามาลองคบกับดูเปล่าคุยกันมาตั้งนานแล้วนะ?" ผมพูดต่อหน้าเธอขณะเราเดินอยู่ข้างๆกัน
"อือลองดูดิ" เธอตอบกลับมาพร้อมด้วยแววตาที่ลุกวาว

ย้อนกลับไปเมื่อปีก่อนผมตัดสินใจเลิกเป็นไอ่ขี้เหล้าประจำห้องเรียนอย่างถาวรและรอคอยเธอคนนั้นคนที่ทำให้ผมเปลี่ยนตัวตนของตัวเองต่อไปอย่างไร้จุดมุ่งหมาย ไม่ได้คิดเลยแม้ว่าจะทำร้ายจิตใจคนที่พยายามจะเข้ามาหลายต่อหลายคน

"มึงคบกับน้องคนนั้นเหรอ?" ผมลองถามเธอคนนั้น หลังจากเห็นเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันที่ผ่านมา เด็กหนุ่มที่อ่อนกว่าเธอหนึ่งปีถือดอกไม้เข้าไปมอบให้เธอในห้องเรียนโดยที่ผมได้แต่มองเห็นอยู่อีกอาคารนึง
"อือคบกันแล้ว" เธอตอบกลับอย่างเรียบๆ ตั้งแต่วันนั้นผมจึงถอยห่างจากเธอและลืมเธอไปในที่สุด 

2 ปีที่รอมามันอาจจะช่วยผสานความเป็นเพื่อนกัน แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางเหมือนเดิม เหมือนอย่างเมื่อก่อน ที่เคยอยู่ข้างๆกัน ผมคิดว่ามันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วที่ผมเลือกที่จะเดินออกมา

ผมเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง โดยมีเพื่อนในห้องของผมคนหนึ่งเข้ามาช่วยเหลือเรื่องต่างๆ แปลกตรงที่ว่าเราอยู่ห้องเดียวกันมาตั้งแต่ขึ้นมัธยมปลายครั้งแรกแต่กว่าจะได้รู้จักหรือคุยกันจริงจังก็ ม.5 ช่วงภาคการศึกษาที่ 2 ผมจำได้แม่นว่าเรามาสนิทกันตอนที่ไปทัศนศึกษาด้วยกันตอน ม.6 เพราะผมไปนั่งข้างเธอบนรถบัสทำให้เราได้คุยกันตลอดทาง

การคุยกับเธอทุกวันๆ ทำให้กำแพงของผมที่สูงและแข็งแกร่งมาเกือบจะ 3 ปีต้องเปิดใจให้เธอเข้ามาภายใน เราไปไหนด้วยกันบ่อยขึ้น เรากลับบ้านด้วยกัน เราไปซื้อของด้วยกัน เราคุยกันตลอดว่าเมื่อเราห่างกันแล้วเราจะเป็นยังไงต่อไป 

ในวันปัจฉิมของโรงเรียน ผมจึงตัดสินใจที่จะบอกความในใจกับเธอและเธอเองก็บอกความในใจของเธอกับผมเช่นกัน เราตัดสินใจคบกันแบบเงียบๆถึงแม้เราจะคุยจริงจังมาเกือบหนึ่งปีแล้วก็ตาม เพื่อนหลายคนรู้ว่าเราคบกัน แต่ถึงอย่างงั้นเราก็ไม่ได้เปิดเผยให้สาธารณชนทราบสักเท่าไร 
จนกระทั่ง....

เราทั้งคู่ต่างแยกย้ายไปตามหาความฝันของตัวเอง ตัวผมเองยังคงอยู่ในกรุงเทพฯส่วนเธอไปไกลถึงนครปฐม สุดท้ายแล้วผมก็ต้องยอมรับว่าความห่างไกลนี่แหละที่จะวัดเรื่องความรักของเราทั้งคู่ได้

ทุกๆเดือนเราจะต้องไปเที่ยวด้วยกันหนึ่งครั้งถือว่าเป็นวันครบรอบของเรา เราทั้งคู่เข้ากันได้อย่างดี เธอเกรงใจผมตลอดและผมเองก็เกรงใจเธอตลอดเช่นกันและผมก็พยายามให้เธอมากกว่าได้รับ ส่วนทางพ่อและแม่ของเธอเองก็โอเคกับผมเป็นอย่างมากทั้งยังถามถึงผมอยู่บ่อยๆจากเธอด้วยความเป็นห่วง ผมไม่ได้รู้สึกมีความสุขในความสัมพันธ์แบบนี้มาพักใหญ่แล้วมันเป็นช่วงเวลาที่เติมเต็มให้ชีวิตของผมสดใสยิ่งขึ้น
และสุดท้ายก็เป็นผมเองที่เป็นคนที่ทิ้งเธอไปชีวิตในมหาวิทยาลัยของผมในช่วงเฟชรซี่ทำให้ผมได่เห็นอะไรหลายๆอย่างที่ในตอนเรียนมัธยมไม่เคยเห็น เพื่อนใหม่ การเรียนใหม่ สังคมแบบใหม่ ว่ากันว่าสังคมมหาวิทยาลัยเป็นสังคมที่หาเพื่อนที่รู้ใจค่อนข้างยาก ดังนั้นการหาเพื่อนที่รู้ใจของผมก็เป็นโจทย์ที่ยากพอสมควรในชีวิตมหาวิทยาลัย

ผมเจอกับเพื่อนคนหนึ่งเธอเป็นเด็กซิ่วจากที่อื่น
เธอแตกต่างจากคนอื่นที่ผมรู้จัก
เธอชอบอะไรหลายๆอย่างคล้ายกับผม
เธอมีความคิดในเรื่องต่างๆคล้ายผม
และเธอก็เข้ากับใครไม่ได้นอกจากผม

ความเป็นเพื่อนของเราพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน บางครั้งการสนิทกันจนเกินไปมันก็ส่งผมต่อความรู้สึกเหมือนกัน ผมคิดได้แต่นั่งคิดทบทวนว่าจริงๆแล้วผมยังรู้สึกกับเธอที่เป็นแฟนของผมอยู่อีกหรือเปล่าหรือจริงๆแล้วผมกลับมารู้สึกกับเพื่อนคนนี้เพียงแค่เวลาที่สนิทกันไม่กี่เดือน

จนกระทั่งช่วงสอบกลางภาคของภาคการศึกษาแรกในปี 1 ผมและเธอต่างไม่มีเวลาให้กันด้วยความที่ว่าเธอเองก็เป็นเด็กที่ค่อนข้างใส่ใจกับการเรียนอย่างมาก ส่วนผมก็ต้องพยายามและปรับตัวในชีวิตมหาลัยให้ดีที่สุด เราทะเลาะกันบ่อยขึ้นโดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องนิสัยส่วนตัวของเธอที่เกรงใจผมจนเกินไปและผมก็อยากที่จะให้เธอมากจนเกินไป ผมไม่รู้ว่าก่อนเราจะเลิกกันเธอตั้งใจหลบหน้าผมหรือเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ผมกลับรู้สึกว่าเธอไม่อยากเจอผมแบบนั้นจริงๆ ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมคิดแบบนั้นกับเธอ สุดท้ายเราทะเลาะกันค่อนข้างแรงและเป็นผมเองที่บอกลาเธอไป....

ผมยังจำวันนั้นได้ดี วันนั้นตอนนั้นตอนที่ผมพิมพ์คำนั้นส่งไป 
"เราว่าเราเป็นแค่เพื่อนกันเหมือนเดิมดีกว่า มันมีหลายอย่างที่ไปด้วยกันไม่รอดเธอโทรศัพท์มาหาผมและผมพึ่งเคยได้ยินเธอร้องไห้ครั้งแรก เธอขอโทษและยอมรับผิดทุกอย่างที่เปลี่ยนไป เธอบอกว่าด้วยความห่างไกลมันมีหลายอย่างทีเปลี่ยนเธอไปจริงๆ แต่เธอก็ขอ ขอโกาสได้มั้ย เรายังอยากเป็นเหมือนเดิมเราขอโทษจะไม่เป็นแบบนี้แล้วตอนนั้นผมคิดอะไรอยู่?? ผมแทบไม่ได้ทบทวนเรื่องเก่าๆของเราเลยแม้แต้น้อย ผมตอบไปอย่างไม่ได้คิดว่าผมจะไม่ให้โอกาสเธอแล้ว ถ้าตอนนี้ผมย้อนเวลาไปได้ผมอยากจะกลับไปด่าตัวผมในตอนนั้น

สุดท้ายเรื่องราวในวันนั้นเกือบจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมได้คุยกับเธอ เธอตัดขาดการติดต่อกับผมทุกช่องทาง ผมเคยสัญญากับเธอไว้ว่าถ้าเราเลิกกันไม่ว่าจะครั้งที่เท่าไรผมจะเป็นคนที่ไปง้อให้เธอกลับมา บางครั้งมันมีความคิดที่อยากให้เธอกลับมาในหัวทุกครั้งหลังจากวันนั้นผ่านไป เพียงแต่ว่า...

ผมติดต่อเธอไม่ได้อีกแล้ว...

ผ่านมาแล้วปีกว่าๆ ผมยังคงถูกบล็อคทุกช่องทางจากเธออยู่ และในตอนนี้ผมอยากจะบอกเธอว่า
เราขอโทษนะที่ตอนนั้นพูดแบบนั้นไป ในสถานะเพื่อนคนหนึ่งของเธอเราอยากขอโทษที่เป็นคนไม่ดีไปแล้วในสายตาเธอ ตอนนี้ผ่านมาแล้วปีกว่าๆเราก็ยังคงโทษตัวเองอยู่ตลอด ตอนนี้เราคิดว่าเรากำลังจะเริ่มใหม่ และถ้าเธอเห็นข้อความนี้ก็ขอให้เธอโชคดี ดูแลตัวเองดีๆและเจอคนที่ดีกว่าเรานะอย่ามาเจอคนที่แย่ๆแบบเราอีก ถ้าหายโกรธเมื่อไรก็ติดต่อกลับมาได้เสมออย่างน้อยเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้เสมอ จริงๆแล้วทุกวันนี้ยังรู้สึกผิดที่ทำแบบนั้นไปไม่หายเลย ขอโทษจริงๆ... ขอโทษ...
SHARE
Writer
Dkkung
20y. Archeao
เรื่องราวที่หล่อหลอมตัวตนของเราขึ้นมา..

Comments

PLOYplanet
3 months ago
อยากให้น้องผู้หญิงได้อ่าน เขาคงรู้สึกดีขึ้นบ้าง
Reply