ทุกการเดินทางมีความหมาย...เสมอ
ฉันเป็นคนชอบเดินทางมาก
ชอบเดินทางท่องเที่ยวออกนอกประเทศ
ไปดูประเทศที่เจริญทั้งอารยธรรมและโลกธรรมมากกว่าประเทศของตัวเอง
หากมีทุนทรัพย์และเป็นอิสระทางการเงินพูดเลยว่าคงได้เจอกับสนามบินเดือนเว้นเดือนอย่างแน่นอน


การเดินทางแต่ละครั้งมักจะได้อะไรกลับมาหลายๆ อย่าง
โดยที่สิ่งนั้นที่ได้มามันอาจจะไม่จำเป็นจะต้องเป็นสิ่งของ กระเป๋าหนังราคาแพง หรือรูปถ่ายกับแลนด์มาร์คหรือมื้ออาหารหรูเพื่อลงรูปโชว์เพื่อนในโซเชียลว่า
ดูชีวิตฉันสิ ดีแค่ไหน 



แต่ทุกครั้งที่ได้เดินทางฉันมักจะได้อะไรกลับมา..ที่มีค่ามากกว่านั้น
ซึ่งคงตีเป็นมูลค่าของกระดาษที่เรียกว่า เงิน ไม่ได้นัก

เมื่อสองปีก่อน ฉันมีโอกาสเดินทางไปที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
โดยเป็นการตัดสินใจไปแบบกะทันหัน เพราะช่วงเวลาชีวิตที่อยู่ในหลุมดำ และฉันหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้...

หลายคนที่มีโอกาสไปประเทศญี่ปุ่นคงรู้ว่า สถานีรถไฟของญี่ปุ่นจะแออัด และคับคั่งเป็นเส้นทางสัญจรของ นักเรียน คนทำงาน และประชากรอยู่ไม่ขาดสาย

ในวินาทีที่ฉันกำลังยืนหยุดนิ่งที่สถานีรถไฟ ตัดสินใจว่าจะต้องเดินไปทางไหนต่อ
ฉันเหมือนเป็นนักท่องเที่ยวหลงทางคนนึง
หลงทางทั้งในจิตวิญญาณ และหลงทางในความเป็นจริง 

เสียงฝีเท้าคนเดินขวักไขว่ เสียงรถไฟออกจากชานชลา 
แต่ในฝีเท้าของแต่ละคนนั้น ต่างก็รู้จุดหมายปลายทางดี ว่าจะเดินทางกลับบ้าน เดินทางขึ้นรถไฟหรือไปสู่ที่ตรงไหน


ในตอนนั้นฉันเข้าใจเลยว่า
จุดมุ่งหมายที่ลางเลือนในชีวิตของฉัน
ไม่มีใครจะช่วยฉันแก้ไขปัญหานี้ได้ นอกจากตัวฉันเอง

คนแต่ละคนต่างมีจุดหมายปลายทางที่ต่างกัน ถึงเขาจะสามารถแนะนำเส้นทางให้ฉันเดินต่อไปได้ ให้ไม่หลงทาง แต่สุดท้ายแล้วปลายทางของฉันฉันต้องเป็นคนนำทางเอง
และไม่มีใคร หรือสิ่งใดจะช่วยฉันได้
นอกจากฉัน ที่จะต้องเป็นคนแก้ไขปมแผนที่ของชีวิต
ตั้งหลัก และหาเป้าหมายด้วยตัวเอง  


ทริปล่าสุดที่เดินทางไปท่องเที่ยวมา
อยู่ในทวีปยุโรป
 
ก่อนไฟลท์บินกลับขณะที่กำลังรอขึ้นเครื่อง
ฉันเป็นคนที่ชอบสังเกตบรรยากาศรอบตัวเสมอๆ
 
ฉันเหลือบตาไปเห็นสาวยุโรปหน้าตาผิวพรรณดี อายุประมาณ 21-22 ซึ่งน่าจะกำลังอยู่ในช่วงค้นหาเส้นทางชีวิต เธอกำลังพิมพ์บางอย่างลงบนแล็ปท้อปที่อยู่ในสภาพใช้งานมาอย่างคุ้มค่า
ด้านบนของหน้าจอมีสก็อตเทปสีเนื้ออ่อนที่คล้ายกับสก็อตเทปทำแผล และลายมือเขียนด้วยเมจิคสีดำไว้ว่า "DON'T WASTE YOUR LIFE"

ฉันอ่านประโยคนี้ไปมาในใจ สาม สี่ ครั้ง 
และตกผลึกในความหมายของมัน

DON'T WASTE YOUR LIFE.

ฉันยังอยากทำอะไรในชีวิตนี้อีกบ้าง
และสิ่งไหนที่พรากจิตวิญญาณของฉันไป


สิ่งที่มีค่าที่สุดของชีวิต คือเวลา
ทุกคนมีเวลาเท่ากัน
ตอนนี้ฉันใช้มันไปกับอะไรที่สำคัญที่สุดต่อฉันรึยัง.. 


ในหนังสือ Conversations with God มีข้อความสุดท้ายของเล่มที่ให้กำลังใจฉันตลอดเวลา
นั่นคือ คำพูดที่ว่า ฉันจะอยู่ที่นั่น พร้อมสัจจะ แสงสว่าง และความรัก
เพราะพระเจ้าอยู่กับฉันเสมอทุกๆ ที่ที่ฉันมีและเป็นอยู่

ไม่รู้ว่า พระเจ้าอยากให้ฉันเหลือบตาไปมองที่แล็ปท็อปของสาวยุโรปคนนั้น
ในวันนั้น.. เวลานั้น.. พอดีรึป่าว
เหมือนว่าท่านกำลัง guide ฉันให้ค้นพบ Calling ตัวเองให้เร็วที่สุด...

พอกลับมาถึงประเทศไทย
ประโยคนั้นมันคงยังดังก้องอยู่ทุกๆ วัน 
DON'T WASTE YOUR LIFE
 

และฉันเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่พระเจ้าอยากให้ฉันค้นพบในทริปนี้ คือประโยคนี้ ประโยคที่มันจะทำให้ฉันค้นเจอก้าวต่อไป และ Calling ของชีวิต




SHARE
Writer
bess_nara
Graphic Designer
Carry on Carry on

Comments