การสอบ กับ ธรรมะ
เพิ่งเข้าใจคำของอาจารย์ที่บอกไว้ในวันแรกของการบรรจุเข้ารับราชการ

“ตั้งมั่นนะ” 

เราจึงอัพโหลดภาพนี้พร้อมคำอธิบายใต้ภาพว่า “ชีวิตจริงได้เริ่มต้นแล้ว...ตั้งมั่น”

ทำให้เรานึกถึงแสงไฟ “เตโช” บนปลายเทียนเล่มนี้
เป็นเทียนพรรษาเล่มใหญ่ที่ปักอยู่ใกล้ๆกับเต๊นกลางป่าของเรา (มีอีกหลายเต๊นอยู่บริเวณนั้น แต่เงียบสงบดี ไม่การส่งเสียงรบกวนกัน) ภาพนี้เราถ่ายขณะเดินกลับเต๊น ซึ่งทางเดินมีเพียงแสงเทียนซึ่งปักห่างกันมาก และแทบมองทางไม่เห็น...
แต่ก็เป็นการฝึกสติอย่างดี

จริงๆเราไม่อยากเล่า เรื่องของการปฏิบัติ เพราะเราก็ยังอ่อนประสบการณ์กลัวว่าจะถ่ายทอดสิ่งที่ผิดออกไป แต่ก็เกรงว่าจะพลาดของที่มีประโยชน์ที่ควรบอกต่อ จึงตัดสินใจเล่า... ดังนี้...

เราใช้การปฏิบัติธรรมในการสอบเข้าครูผู้ช่วย
ไม่ใช่เรื่องโชคชะตา หรือการบนบาลศาลกล่าว
แต่เป็นเรื่องผลจากการปฏิบัติของตัวเราเอง

ขั้นแรก
ต้องตั้งธงไว้ในใจ ว่าจะตั้งใจอ่านหนังสือให้ดีที่สุด (ถ้าอ่อนปวกเปียก ใจไม่แน่วแน่
ก็อย่าอ่านเลย ไม่มีประโยชน์ เสียเวลา)

ขั้นที่สอง
วางแผน ทางเดิน เป็นแผนที่สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ เพราะการวางแผนก่อน จะลดความผิดพลาดลงไปด้วย (เราจะเจอความผิดพลาดที่”คาดว่าจะเกิดขึ้น”ก่อนจะเจอมันจริงๆ) และจะแก้ไขได้ทัน

ขั้นที่สาม
ถ้าใจตั้งมั่นแน่วแน่จริงๆ เรื่องอื่นเราจะไม่เอา ไม่ยุ่ง(เรื่องไร้สาระ ดูหนัง ฟังเพลง เขี่ยโทรศัพท์ ทิ้งหมด ไม่เอา) มีใจเพื่อการอ่านหนังสืออย่างเดียวเท่านั้น เรื่องอื่นจะกลายเป็นเพียงฉากหลัง ไม่สำคัญอะไรในตอนนี้ แค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น... “เพราะถ้าหากวิ่งไล่กระต่ายสองตัว เราจะจับไม่ได้เลยสักตัวเดียว เป็นสุภาษิตรัสเซีย จากหนังสือ The one thing” ดังนั้นก้มหน้าก้มตาทำตามแผนซะ

ขั้นที่สี่
ใช้ประโยคใดๆก็ได้ เพื่อเป็นที่เกาะของจิตตัวเอง
ให้มีกำลังต่อสู้กับ “ความเบื่อหน่ายที่ต้องอ่านซ้ำซาก ความยากเมื่อเจอโจทย์ที่ไม่เคยเจอ ความเซงที่อ่านหน้าลืมแล้วหลัง” สำหรับเราใช้ประโยคนี้
”เรามีหน้าที่เพียรสร้างเหตุที่ดี(อ่านหนังสือ) ส่วนผลเป็นหน้าที่ของธรรมชาติ (ไม่คาดหวังมากเกินไป)”

ขั้นที่ห้า
ไปทำข้อสอบซะ
และครูบาอาจารย์หลายๆท่านก็ย้ำนักย้ำหนา ว่าอย่าบั่นทอนกำลังใจตัวเองด้วยการคิดว่าเราต้องไปแข่งกับใครกี่ร้อยคน แต่ให้เพิ่มกำลังใจโดยคิดว่า ข้อสอบเป็นเพียงเครื่องวัดว่าเรามีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่เขากำหนดไหม ซึ่งก็มีหลายที่ที่ผู้สอบผ่านไม่ถึงจำนวนที่รับ เพราะไม่ผ่านเกณฑ์

ดังนั้นคู่แข่งที่แท้จริง คือตัวเราในปัจจุบัน(ขณะทำข้อสอบ) กับตัวเราในอดีต(ตัวเราที่อ่านหนังสือ)
มาแข่งกันดูซิว่าเราจะทำได้ดีสู้ตัวเราในอดีตได้ไหม
พูดง่ายๆคือต้องซ้อมให้เต็มที่ แล้วไปแข่งให้ได้อย่างที่ซ้อม ก็แค่นั้น

จริงๆที่ว่ามาทั้งหมดใจความสำคัญมีเท่านี้
>>>>
ข้อสอบคือการวัด
ศีล(วินัย)
สมาธิ(การจดจ่อ ตั้งมั่น)
ปัญญา (ความรู้ความเข้าใจ)


หากยังไม่ผ่าน แสดงว่า ยังมีตัวใดตัวหนึ่งไม่พอ
แต่มันจะเป็นผลสืบเนื่องกัน
คือ หากขาดวินัย สมาธิจะไม่เกิด
หากขาดสมาธิ ปัญญาก็งอกเงยไม่ได้ 

ดังนั้น การกระทำใดๆที่ตั้งใจแน่วแน่ มีใจมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว มักจะประสบความสำเร็จอยู่ร่ำไป 
“เพราะมันมีไม่กี่สิ่งหรอก ที่เมื่อเราทุ่มเทหมดใจแล้วมันจะไม่สำเร็จ”

===
จริงๆวันนี้จะพูดถึงอีกเรื่อง แต่ก็รวมลงที่เรื่องนี้
ความตั้งมั่นอีกเรื่องที่เราจะเล่าคงต้องเป็นคราวต่อไป
===

“May The force Be with you”
.
.
.

ตั้งมั่นนะนังหนู
ค่ะอาจารย์ 😉
SHARE
Writer
LOOKPAT_diary
เป็นทุกอย่าง
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์

Comments