คำตอบ / ความเงียบ / บทเพลง / จุดสิ้นสุด
“เธอ”

เสียงกระเส่าของชายคนหนึ่งพูดในขณะที่ท่อนล่างของเขากลืนเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของฉัน เหงื่อของเราซึมลงบนผ้าปูเตียงสีแดงที่ยับยู่ยี่ เขาบรรจงจูบตามร่างกาย ในขณะที่ปลายผ้าห่มผืนหนาอยู่ในปากของฉันที่กำลังครางเสียงอู้อี้

“แบบนี้รู้สึกดีมั้ย”

“ถ้าเราเป็นแฟนกัน มันคงดีกว่านี้”

ฉันตอบกลับด้วยเสียงสั่นสะท้านไม่แพ้กัน แต่นั่นทำให้เขาชะงัก ร่างกายกำยำหยุดทุกการเคลื่อนไหว ดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้นเพ่งมองหน้าฉันในไฟสลัว ฉันมองหน้าเขาจริงจัง

“ทำไม ที่เป็นอยู่มันไม่ดีหรอ”

“เอากันทุกวันแต่ไม่ได้เป็นอะไรกันมันดีตรงไหน”

เขาเงียบ แล้วค่อย ๆ เบี่ยงตัวลงนอนข้าง ๆ ฉัน ความเงียบมันนาน นานมากจนเกือบลืมว่าก่อนหน้านั้นเราทำอะไรกัน
.

มีแค่เราสองคนที่รู้ว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นมาได้ซักระยะ เกิดขึ้นเหมือนหมอกควันที่คลุ้งปกคลุมในป่าชื้น มองไม่เห็นทาง คลุมเครือ ไร้ที่มา ขาดที่ไป ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่พบจุดสิ้นสุด

“เราอยู่กับเธอ เพราะเรามีความสุข”

“หรือเธออยู่กับเรา เพราะเราง่าย”

สิ้นประโยคเขารีบพลิกตัวมาหา ฝ่ามือใหญ่บรรจงลูบหัวของฉัน

“บอกแล้วไงอย่าพูดแบบนี้”

เขาจูบหน้าผากของฉันอย่างแผ่วเบา แล้วค่อย ๆ เลื่อนมาจูบที่ดวงตาอย่างที่เคยทำเวลาฉันคิดมาก แต่ครั้งนี้เขาสะดุ้ง แปลกใจเพราะมันคงไม่เหมือนทุกครั้ง

“ร้องไห้หรอ”

ฉันมีเพียงเสียงเงียบแทนคำตอบ

“เธอไม่เคยร้องไห้”

“เราแอบไปร้องตอนไหน เธอจะรู้มั้ยล่ะ”

ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง เขาทอดกายลงนอน หากแต่ยังจับมือฉัน

“เธอรู้สึกกับเรามากกว่านี้ไม่ได้จริง ๆ หรอ”

ฉันไม่แน่ใจว่าน้ำเสียงของฉันเจือความอ้อนวอนไว้มากแค่ไหน หากแต่คำตอบที่ได้มีเพียงความเงียบ ไม่โต้ตอบอะไร ความเงียบยาวนานจนฉันอึดอัดอีกครั้ง

เขาบีบมือฉันแล้วเอื้อมมืออีกข้างไปหยิบโทรศัพท์ ก่อนจะเปิดเพลงเคย ๆ ที่คุ้นหู

เสียงอินโทรของเพลง I know you know I love you ของ Sunset Rollercoaster เพลงโปรดของเราทั้งสองคนดังขึ้น ฉันชอบมัน มันชวนให้นึกถึงเวลาเขาสูบบุหรี่อยู่ริมระเบียง มีฉันนั่งกินเบียร์อยู่ข้าง ๆ บทสนทนาของเราจะเกิดขึ้นโดยมีเพลงนี้เป็นพื้นหลัง กดวนลูปอย่างนั้น


แล้วทุกครั้ง ก็จบลงบนเตียงทุกที


“Watched the sky, you know I
Like a star shining, in your eyes
Sometimes I wonder why
I just wanna hold your hand and walk with you side by side”


“เราจำได้ เธอเคยบอกว่าวงบ้าอะไรทำเพลงและเล่นสดดีจน orgasm ที่หู”

ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ เขาก้มลงกระซิบ

“แถมยังโพสต์บอกว่านี่เป็นการสำเร็จความใคร่ทางดนตรีที่ดีชิบเป๋ง”

ฉันขำเมื่อได้ยินประโยคนี้จากเขา เพราะตอนที่โพสต์บ่นในเฟสบุ๊ก ฉันไม่คิดว่าเขาจะสนใจอ่านด้วยซ้ำ เขามองหน้าฉันแล้วหัวเราะตาม


“I know you know
I love you baby
I know you know
I love you baby

Just wanted you to know
I love you, I love you, I love you....
I just want to love you baby”


เราสองคนปล่อยให้เพลงดังในความเงียบ แสงไฟจากข้างนอกส่องเข้ามา พอให้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าของเราทั้งคู่ได้เลือนลาง

เขากอดฉันอีกครั้ง ฉันถาม

“นี่ ใจคอจะไม่พูดอะไรให้มันชัดเจนซักครั้งเลยใช่มั้ย”

เขาเงียบ ไม่ตอบ แต่พลิกตัวขึ้นมาเพื่อทรงตัวอยู่บนร่างของฉัน สายตาเราปะทะกันเงียบ ๆ เขารู้จุดอ่อนของฉันดี ใบหู ซอกคอ และทุกส่วนที่จะหยุดคำถามของฉันได้ เขาไม่รอช้า เริ่มบรรจงจูบส่วนเหล่านั้น ร่างกายของฉันค่อย ๆ เกร็งและผ่อนคลายไปตามริมฝีปากของเขา ฉันจับใบหน้าของเขาให้มาเผชิญกับคำถามของฉันอีกครั้ง

แล้วความเงียบก็กลับมาอีกครั้งเช่นกัน

“เราอยู่กับเธอแล้วมีความสุข”

เขาตอบทำลายความเงียบนั้น แล้วส่งสายตาที่ฉันไม่รู้ความหมายมาให้

“เธอล่ะ อยู่กับเราแล้วมีความสุขมั้ย”

ฉันพยักหน้า เขาส่งยิ้มอ่อนโยน ก่อนเสียงเพลงท่อนโซโลจะดังขึ้น แซ็กโซโฟนบรรเลง เราหายใจหอบถี่ เสียงเตียงนอนครืดคราดไปตามจังหวะ เราทั้งคู่หายใจรดกันครั้งแล้วครั้งเล่า


ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่พบจุดสิ้นสุด
SHARE
Writer
Porpeawchanhom
Extra ordinary
Women who love to work, travel and eat.

Comments