I am okay is a lie. (ไม่เป็นไรคือคำโกหก)
มันเหมือนคุณยืนอยู่บนปากเหว ก้มลงมองความมืดมิดบนพื้นข้างล่างและต้องตัดสินใจว่าจะกระโดดลงไปหรือไม่ฉันเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรัง หรือที่ใครมักเรียกมันว่า Dysthymia เมื่อไม่นานมานี้ ฉันตัดสินใจนัดพบจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลเอกชนแถวบ้าน และนั่นคือผลตัดสินที่หมอบอกออกมา หลังจากฉันเล่าเรื่องทุกอย่างให้หมอฟัง

มันไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไรเลย  ฉันรู้ตัวเองมาตลอดว่าเข้าข่ายเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้ามาตลอด เพียงแต่กรณีของฉัน มันไม่ร้ายแรงเท่า depression หรือ mania แต่มันก็ทำให้ชีวิตไม่มีความสุขเช่นกัน 

ฉันอาจใช้ชีวิตปกติได้โดยผู้คนไม่สังเกตเห็น ฉันอาจไม่ร้องไห้ ไม่รู้สึกรุนแรงถึงขั้นกระทบต่อหน้าท่่ีการงาน ต่อชีวิตประจำวัน แต่ลึกลงไป

ฉันไม่มีความสุข
ไม่ว่าจะมีช่วงเวลาแสนดีแค่ไหน สุดท้ายมันจะวนมาที่เดิม ที่ๆ ความโดเดี่ยวเคยฉุดรั้งเราลงสู่ปากเหว มันเหมือนเราร้องขอความช่วยเหลือแต่กลับไม่มีใครได้ยิน 

บางครั้งฉันอยากยอมแพ้ ฉันอยากหายไปจากโลกใบนี้ หายไปจากผู้คนที่เคยรู้จัก หายไปจากความคาดหวังของทุกคน


ทุกวันฉันต้องใส่หน้ากากเข้าหาผู้คน ทุกวินาทีฉันต้องแสร้งเป็นคนอื่น เป็นใครสักคนที่ตัวเองก็ไม่อยากให้เป็น

ฉันกลายเป็นใครคนอื่นในชีวิตของตัวเอง
ฉันไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองอดทนกับอะไร ทุกวันฉันถามตัวเองว่าชีวิตคืออะไร แต่คำตอบกลับว่างเปล่า มีเพียงธาตุอากาศที่ยืนอยู่เป็นเพื่อน

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่การมีชีวิตอยู่กลายเป็นโศกนาฏกรรมสำหรับฉัน ฉันจดจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายเคยมีความสุขเมื่อไหร่ ทุกความทรงจำมีแต่ความร้าวราน ฉันเหมือนคนที่จมน้ำ ดำดิ่งสู่ห้วงลึกไปทุกวินาที แต่ผืนท้องทะเลนั่นไม่ใช่ผิวน้ำ หากแต่เป็นหลุมดำที่ชื่อความโดดเดี่ยว


คนเรามักเปรียบเทียบคนที่ไม่อาจสั่งสอนได้อีกแล้วว่า ‘น้ำเต็มแก้ว’ แต่ฉันคือแก้วน้ำที่แตกสลาย   ฉันมองเห็นเศษแก้วกระจัดกระจายอย่างชัดเจน และภาพนั้นมันหมุนเวียนอยู่ภายในอย่างไม่จบสิ้น

ฉันต่อสู้ดิ้นรนกับความอ้างว้างภายในมาตลอด มันไม่ใช่แค่เพียงการต้องการความรักมาเติมเต็ม แต่เราต้องการคน ‘เข้าใจ’ ต่างหาก

คนที่จะไม่ตัดสินเราว่าเป็นคนอ่อนแอ คนที่รับฟังความร้าวรานที่อยู่ในใจพวกเรา 

คนส่วนมากอาจเบื่อและเหนื่อยกับชีวิต ไม่นานพวกเขาจะกลับมาปกติ แต่สำหรับพวกเรา มันไม่ใช่แค่ว่าเราไม่อาจผ่านมันไปได้ พวกเรามีหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสิ่งดีๆ ลงไป

The end of fucking world ที่เป็นซีรี่ย์ของ netflix พูดถึงการอยากหลีกหนีโลกที่น่าเบื่อนี้ได้ดี เราทุกคนต่างรู้ว่าการหาใครสักคนมี่เป็นทุกอย่างให้เราได้มันแสนมหัศจรรย์เหลือเกิน 
บางครั้งฉันชอบตัวเองตอนที่อยู่กับเจมส์ มากกว่าตอนฉันอยู่เพียงลำพังด้วยซ้ำ
มันง่ายมากกับสังคมทุกวันนี้ที่มีแต่การตัดสิน เราแบ่งแยกเชื้อชาติ พรรคฝ่าย เราเกลียดชังคนที่คิดไม่เหมือนเรา เราวิ่งตามวัตถุนิยม แต่ไม่เคยหยุดถามถึงความต้องการจริงจัง น้อยคนเหลือเกินที่จะเข้าใจอย่างจริงจัง จะรับฟังและไม่ตัดสินกัน

บางทีฉันอาจไม่เหมาะกับโลกใบนี้ ไม่มีพื้นที่ไหนเลยที่ฉันรู้สึกมันเป็นที่ของตัวเอง ทุกวันมันเหมือนการวิ่งตามสิ่งไม่มีตัวตน 

ใครหลายคนพูดว่าการเป็นตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุด คุณไม่อาจแสร้งเป็นคนอื่นได้ทั้งชีวิต และการตามหาพื้นที่ๆ เป็นของตัวเองเจอคือสิ่งที่แสนมหัศจรรย์

....

แต่หากฉันอยากยอมแพ้แล้วล่ะ เพราะไม่ว่าจะวิ่งหนีไปไกลแค่ไหน ฉันไม่อาจหนีตัวเองพ้น 
เราไม่อาจหลับตาลงและหวังให้โลกนี้หายไปได้ ความเจ็บปวดไม่เคยจบลง
ตอนเด็กๆ ฉันหวังให้ตัวเองเป็นนก เพื่อที่จะบินหนีไปให้ไกลจากที่นี่ ที่ที่ทุกคนตัดสินฉัน ฉันรู้มาตลอดว่าตัวเองโหยหาอิสระแค่ไหน อิสระที่อยากโบยบินบนท้องฟ้า ที่ๆ หลบหนีจากความเจ็บปวดนี้

หากฉันเป็นนกได้จริง ฉันคงเป็นนกในกรงขัง แม้มันจะถูกดูแลดีแค่ไหน ท้ายที่สุดมันก็ต้องการออกไปจากกรงขัง ดังนั้นฉันจึงเข้าใจว่าทำไมนกในกรงขังถึงได้ร่ำร้อง...


เมื่อไม่นานมานี้ ฉันเขียนบทความที่ชื่อ ‘Lost into the wild’ ที่อุทิศให้แก่คริส แม็คแคนเลสส์ หรือที่ใครต่างรู้จักเขาในภาพของชายผู้ตามหาอิสรภาพและจิตวิญญาณของเขา

หลายคนพูดว่าคริสเป็นเด็กที่ยังอ่อนประสบการณ์ เขาเข้าไปในป่าโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผืนป่าถึงแม้มันสวยงามแต่ก็มีอันตรายแอบแฝงเสมอ

หลายคนกล่าวยกย่องเขาในความกล้าหาญของเด็กหนุ่มที่มีอุดมคติสูงส่งที่กล้าทิ้งทุกสิ่งและออกไปตามหาอิสระที่ตนต้องการ ออกไปตามหาชิ้นส่วนที่เติมเต็มจิตวิญญาณของเขา ในแบบที่สังคมไม่มีวันเติมเต็มให้ได้



สำหรับฉันแล้ว คริสเป็นดั่งฮีโร่และคนธรรมดาที่ต้องการสิ่งที่เติมเต็มส่วนที่ขาดหาย สิ่งที่ทำให้เขาต่างจากคนอื่นคือการที่เขากล้าที่จะออกไปเผชิญสิ่งต่างๆ ฉีกกฎของสังคม เพื่อค้นหาสัจธรรมในชีวิต 

สำหรับพวกเรา เราไม่มีวันรู้เลยว่าเมื่อไหร่มันจะจบลง วิธีไหนเล่าที่จะปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระ หรือวิธีเดียวที่จะปลดปล่อยพวกเราได้คือการจากไปตลอดกาล

....

ถึงคุณ

เราขอบคุณจริงๆ นะที่คุณยังคงอยู่ตรงนี้ ยังคงรับฟังและเข้าใจเราเสมอ สำหรับเราแล้ว คุณคือบ้านของเรา ที่ๆ เราจะหลบซ่อนจากทุกสิ่งได้ เราขอโทษที่โทรไปร้องไห้บ่อยครั้ง คำพูดที่ว่าไม่เป็นไรนะของคุณ มันปลอบประโลมเราจากโลกที่โหดร้ายนี้ ลึกลงไปเรายังหวังว่าเราจะก้าวผ่านเรื่องเลวร้ายนี้ไปด้วยกัน เราจะหนีจากทุกสิ่งนี้ไปด้วยกันสักวัน 

แต่อย่าเสียใจไปเลย หากวันนึงคุณจะไม่เห็นเราตรงนี้อีกแล้ว เราอยากบอกว่าคุณคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับเรา เรารักคุณมากนะ แต่ได้โปรดอย่าถามเลยว่าทำไม หากเราจะจากไปจากทุกสิ่งตลอดกาล



SHARE
Writer
Janiva
No one
A girl who loves writing, emotional, sold my soul to devil, love sadness, disappointed daughter.

Comments

Mumei
2 years ago
กอดดดดด คิดถึงนะ ชวน "คุณ" มาเที่ยวแถวนี้ด้วยกันบ้างงง ^^
Reply