การรอคอยนั้นเจ็บปวดหากปลายทางนั้นว่างเปล่า

ในชั่วโมงสวดมนต์ไว้พระวันศุกร์ วันนั้นนักเรียนสวดมนต์เสร็จเร็วเหลือเวลาอีก 20 นาที ผมเป็นครูเวรในวันนั้นจะต้องรับหน้าที่ควบคุมเด็ก ผมจึงเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรักให้เขาฟัง

ในตอนนั้นนักเรียนทั้งหอประชุมก็เงียบไป

ไม่รู้ว่าพวกคุณเคยฟังกันหรือเปล่าเรื่องราวของริบบิ้นสีเหลือง
เรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อประมาณปี 1970 ผู้หญิงในสมัยนั้นที่คาดริ้บบิ้นสีเหลืองบนผมหมายความว่าเธอกำลังรอคนที่รักกลับจากการสู้รบในสงคราม และหลังจากที่สงครามสิ้นสุดลงมันจึงกลายเป็นสัญลักษณ์แทนการรอคอยและระลึกถึงคนรักที่จากไป บางคนก็รอคอยการจากมาของคนที่มีชีวิตอยู่ บางคนก็รอคนแม้กระทั่งคนที่จากไป แล้วเรื่องราวของมันเริ่มต้นมาจากไหน

ชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก แต่ฝ่ายชายเป็นคนค่อนข้างนิสัยไม่ดีทำผิดหลายครั้ง ทำให้ผู้หญิงเสียใจอยู่บ่อยๆจนกระทั่งครั้งสุดท้ายเขาทำผิดจนต้องผิดคุก เขารู้ดีว่าครั้งนี้เธออาจจะไม่ให้อภัยเขาได้อีก

เวลาผ่านไป 3 ปีในวันที่พ้นโทษก่อนที่จะพ้นจากเรือนจำเขาได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา
อยากรู้ว่ามีสิ่งใดที่ยังเป็นของเขาอยู่ แน่นอนว่าหน้าที่การงานของเขาถูกพรากไปเเล้วหลังจากชีวิตในห้องขังนั้น ตอนนั้นเขาแค่เพียงอยากรู้ว่า หัวใจของเธอยังคงเป็นของเขาหรือเปล่า
เขาจึงส่งจดหมายฉบับนั้นออกไป

โดยบอกกับเธอว่า
 ถ้าเธอยังรักเขาอยู่ให้ผูกริบบิ้นหนึ่งอันไว้บนต้นโอ๊คเก่าแก่ต้นนั้น หากเขานั่งรถบัสผ่านไปแล้วไม่เจอริ้บบิ้นสีเหลืองนั้น เขาจะไม่ลงจากรถและลืมเรื่องราวในวันเก่าเสียจะเข้าใจว่าเธอหมดรักเขาเเล้วและไม่ปรารถณาจะพบเขาอีก

.

ต่อในคอมเม้นครับ
SHARE
Writer
Devaknov
Mutant
ใครบางคนอาจเดินทางมาแสนไกล เพียงเพื่อพบว่าปลายทางไม่มีใครเหลืออยู่

Comments

Devaknov
1 year ago
 เขาจะไม่โกรธแค้นอะไรเธอเลยที่ทำเช่นนั้นเพราะทุกอย่างเขาเป็นคนผิดและนำมาสู่เหตุการณ์นี้


แต่เมื่อรถเเล่นเข้าไปใกล้หมู่บ้านของเธอเขากลับหวาดกลัวในคำตอบนั้นจนไม่กล้ามองออกไปยังข้างทาง เด็กน้อยคนหนึ่งได้ยินสิ่งที่เขารำพึงรำพัน จึงเผลอเล่าเรื่องของเขาดังไปจนผู้โดยทั้งรถได้ยิน


นักโทษ กลับบ้าน คือสิ่งที่เขาได้ยินเสียงซุบซิบ

ในตอนนี้เขารู้ดีว่าแม้แต่คนบนรถ เมื่อรู้ว่าเขาผ่านอะไรมายังมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป แล้วเธอละ ไม่แปลกอะไรเลยถ้าเธอจะทิ้งเขาไป ยิ่งใกล้เท่าไหร่เขายิ่งหวาดกลัวคำตอบ คำตอบที่ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมเขากลัวเหลือเกินที่จะพบเจอความว่างเปล่าบนต้นไม้ต้นนั้น

เด็กน้อยเล่าเรื่องของเขาต่อไปอีกจนผู้โดยสายทั้งรถสงสารและเห็นใจเขาพลอยลุ้นไปกับด้วยว่า จะมีริ้บบิ้นผูกอยู่หรือเปล่า เขาจึงได้ไว้วานให้คนขับดูให้หน่อยว่า มีริ้บบิ้นสีเหลืองผูกอยู่หรือเปล่า เพราะเขาไม่กล้าที่จะมองมันเสียเเล้ว


คนบนรถทุกคนจึงอาสาที่จะมองหากุญแจดอกสุดท้ายนั้นให้
เขายอมรับได้ถ้าเธอจะทิ้งเขาไป แต่เขาจะแน่ใจได้อย่างไรละว่า
เธอคิดอย่างนั้นจริงๆบางทีเขาอาจจะแค่มองไม่เห็นริ้บบิ้นสีเหลืองนั้นก็ได้
 ขออย่าให้เป็นแบบนั้นเลย

หัวใจของเขาเต้นจนพองโตเมื่อรถได้แล่นเข้ามาสู่แดนพิพากษา คุณละคิดว่าเขาจะเจออะไรระหว่าง
ริ้บบิ้นสีเหลือง 1 อันนั้น หรือ ความว่างเปล่า
ไม่มีอะไรที่เขาตามหาและเขาควรจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

คำตอบคือผิดทั้งคู่ ไม่ได้มีริ้บบิ้น 1 อันบนนั้น และต้นไม้ก็ไม่ได้ว่างเปล่า แล้วคำตอบละคืออะไร

ทันทีที่รถแล่นมาถึงคนบนรถทุกคนก็ตาลุกวาวในสิ่งที่เห็นและอุทานออกมา
มีริ้บบิ้นมากมายเป็นร้อยพันคาดอยู่เต็มต้นไม้ สีเหลืองอร่าม
เธอให้อภัยเขาพร้อมที่จะเริ่มต้นกันใหม่ เธอเองคงกลัวเหลือเกินว่าเขาจะมองไม่เห็นความในใจที่เธอต้องการสื่อ ริ้บบิ้นแค่เพียงอันเดียวจึงไม่อาจแทนทำคำภายในใจได้

.

ผมเล่าจบนักเรียนดีใจร้องลั่น แบบดีใจจริงๆเหมือนเชียร์กีฬา
ทั้งๆทีเมื่อกี้เงียบสนิท

.

ความรักที่แท้จริงคืออะไรผมถามนักเรียนต่อ สำหรับคุณผมไม่รุ้มันคืออะไรแต่สำหรับผม ความรักที่แท้จริงคือการเดินทางข้ามผ่านการรอคอยอันยาวนานเพื่อให้หัวใจสองดวงมาพบกัน
Reply