มะลิลา โศกเศร้า จากลา กับสภาวะโอบกอดแห่งความตาย
ผ่านมากี่วันแล้วนะ
ที่ฉันเลิกพิจารณาถึงมัน
หลังๆมานี้ฉันใกล้ห่างจากสิ่งที่เคยทำเป็นประจำอยู่เสมอได้อย่างไร
ฉันเริ่มคิด
แล้วก็รู้ว่า ที่ฉันเลิกทำเพราะเธอสูญหายไปจากฉันเป็นเวลานาน

เธอว่ายังไงนะ ในวันนั้น ถ้าสมองฉันไม่ได้จำอะไรพลาดไป เธอกำลังชวนฉันไปอยู่ด้วยในที่แสนไกลจากผู้คน ไกลจากผู้ปกครองของพวกเรา ไกลจากบ้าน ไกลจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทั้งสองเบื่อหน่าย ฉันยังคงรอคอยวันนั้น ถึงแม้มันจะเป็นการรอคอยของคนคนเดียว
ฉันก็รอ

คนฉลาดอย่างเธอคงไม่รู้หรอกว่า การ 'ลืม' หรือปล่อยวางลงไปสำหรับคนโง่อย่างฉันมันไม่ใช่เรื่องง่าย
"ถ้ากอดได้ก็กอดไปแล้ว"
ถ้าวันหนึ่งฉันตาย และถูกเผาไหม้ด้วยกองไฟจากเมรุลอย เนื้อตัวบุบสลายประปรายกลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นดิน เธอยังจะจำคำนี้ที่เธอเคยพูดได้ไหม หรือเธอคงลืมมันไปแล้ว
คืนห้องที่มืดดำไร้แสงไฟ ในวันที่ความเศร้าของฉันส่องประกายเรืองรอง เธอจับต้องมัน คืนนั้นฉันกลับมีตัวตนในโลกที่ไร้คนเยียวยา

"มะลิลา" เป็นหนังที่ฉันพบอะไรบางอย่างในใจของตัวเอง น่าแปลกใจตรงที่โลกของหนังมันเดินทางไปพร้อมโลกของคนได้อย่างไร พืชกับเชนคือใคร ทำไมถึงทำให้โลกใบนั้นค่อยๆลุกลามไปด้วยความสัจจริงที่สะเทือนอารมณ์ เราทุกคนรู้ว่าเราต่างเกิดมาเพื่อตายเพียงลำพัง ก่อนเราจะตายนั้นคือความยืดเยื้อ โรคภัยไข้เจ็บต่างกลับมาทวงในสิ่งที่มันจะได้คืน
แต่สิ่งที่ควรถามคือ จะอยู่เพื่อรอความตายไปเรื่อยๆ หรืออยู่อย่างไรให้สมกับลมหายใจที่เหลืออยู่ของชีวิต
นี่คือคำถามอย่างหนึ่งของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ทุกคนที่จะตอบได้เหมือนกัน และก็ไม่ใช่ทุกคนที่ยังต้องการได้กอด จูบ สัมผัส ร่วมรัก และอยู่ด้วยกันไปจนถึงวันสุดท้ายที่อกของซ้ายไร้การเคลื่อนไหว

ชอบความเฉียบขาดในฉากนั้นของหนัง

มันทำให้ฉันนึกถึงวันที่เริ่มหลับตาลงแล้วกำหนดมรณานุสติขึ้นมา ภาพของเธอปรากฏชัดเจน กลิ่นเนื้อของเธอยามตื่นนอนยังติดอยู่ในภาพนั้น เธอเข้ามาใกล้เลื่อยๆ เลื่อยๆ เธอดูดีเสมอเมื่ออยู่ตรงนี้ อยู่ใกล้ๆฉัน
หลังจากนั้นเธอก็กลายเป็นอย่างอื่น อย่างอื่นที่ฉันกล้าพอที่อยากจะให้มันเป็น ตาเธอที่เคยสวยกลายเป็นเส้นเลือดฝอยลึกโปนทะลัก หูเธอมีของโสโครกเป็นก้อนๆ ภาพจมูกโด่งงามของเธอถูกทำลายด้วยน้ำหมูกและเส้นขน เรือนร่างที่ผุดผ่องค่อยๆกลายเป็นศากศพที่มีเลือดหนังและน้ำเหลือง
ฉันทำอยู่แบบนั้นเป็นเดือนๆ
ฉันหาเหตุผลอยู่เป็นปีๆ
ว่าฉันทำมันเพราะฉันถูกฝึกให้ต้องทำมัน
หรือว่าฉันทำมันเพราะฉันกำลังหนีอะไร

ความผิดคือส่วนหนึ่งของมนุษย์ และการหลีกหนีคือสัญชาตญาณในการป้องกันตัวเองที่พวกเราถนัด มันแค่ทำให้เราปลอดภัยขึ้น ใกล้จุดพิฆาตช้าลง แต่นั่นไม่ใช่การรับมือที่มนุษย์ทุกคนควรใช้ โดยเฉพาะมนุษย์ที่ยากต่อโลกใบนี้อย่างฉัน
ฉันรู้ว่ามันผิด แต่การยอมรับความจริงมันจะทำให้ฉันไปต่อ
ความรักเป็นความทุกข์ฉันรู้ดี
แต่การหนีความรักนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ทุกข์
ฉันเลือกทางออกแบบในหนัง
แค่เห็น - แค่รู้
แต่การมองสิ่งต่างๆอย่างง่ายๆมันเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในโลก
เธอจะรู้ไหม ว่าการรักใครสักคนไม่ยากเท่ากับการยุติความรักนั้นลงให้จบสิ้น
นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันเป็นหนัาที่ของฉันและฉันต้องทำให้ได้

ผ่านมากี่วันแล้วนะ
ที่ฉันไม่ได้กลับมาที่นี่
โลกใบนั้นที่โคจรให้ฉันกลับมาเจอเธออีก เธอยังมองฉันด้วยสายตาแบบเดิม เป็นสายตาที่นิ่งแต่ในนั้นลึกลุ่มให้หลงทางไปกับคำถามมากมาย ร่างกายเธอสูบผอมลงแต่เธอยังคงยิ้มให้ฉันแบบเดิม แบบเดิมที่ฉันกล้ายิ้มแบบนั้นให้ตัวเอง
อดีตมันมีพลังในตัวมันเองเสมอ คล้ายฝุ่นผงละเอียดอ่อนที่แอบซ่อนอยู่ในซอกลึก รอวันให้พบทักและรื้อออกมาปัดกวาดกันใหม่ หัวใจของฉันก็เป็นอะไรแบบนั้น ว่างเปล่า เย็นชืด ไร้คนสัมผัส แต่กลับมามีชีวิตอีกครั้งเมื่อเจอจุดเริ่มต้นในการเต้นของมัน
ฉันไม่รู้ว่ามันมีความหมายอะไรกับตัวเองมากไหม
เพราะถึงยังไงฉันก็ต้องกลับไปอยู่ในที่ของตัวเองอยู่แล้ว
หากวันนี้หรือพรุ่งนี้ฉันหมดลมหายใจไป ความรู้สึกในความสัมพันธ์นี้มันก็ตามไปพร้อมกับฉันอยู่ดี ทุกชิ้นส่วนในความทรงจำที่ประกอบเธอเป็นเธอในใจฉัน จะอยู่อย่างนั้นจนถึงวันที่ร่างกายของฉันถูกกระจายเป็นฝุ่นผงขาวๆในอากาศ

"บายศรีที่เสร็จแล้วคือบายศรีที่ยังไม่เสร็จจริงๆ เพราะบายศรีที่เสร็จและจบจริงๆก็ต่อเมื่อนำมันไปลอยน้ำ"

ฉากสุดท้ายที่สละทุกอย่างออกจากเนื้อกาย ปล่อยสังขารให้ลอยไปตามอิสระนั้น
ฉันจึงรู้ว่ามันจบจริงๆ
และส่วนเรื่องเธอของฉัน ก็จบจริงๆแต่เพียงเท่านี้เหมือนกัน
เพราะฉันรู้ดีแล้วว่า
ฉันคือวิญญาณผุผังที่ตายไปแล้วในโลกของเธอตลอดกาล
SHARE
Written in this book
โลกนอกหนัง
หนัง
Writer
SHN
somewho
Facebook Page : You found me

Comments

blueinlove
2 years ago
😢
Reply