ดาวตก ☆

เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่สั้นราวกับแสงวาบของดาวตก สุกสว่างอยู่พริบตา แล้วก็หายไปตลอดกาล 




"เค้าเป็นยาใจของผมครับ"
.
.
.
.
ชายหนุ่มผู้ป่วยด้วยโรคร้ายที่รักษาไม่หาย โรคร้ายนี้ทำลายทั้งร่างกายและจิตใจของเขา โรคร้ายนี้พาให้ตัวเขาต้องหายออกจากสังคม เพื่อนฝูงที่เคยมีก็ตกหล่นหาย จืดจางกันไปตามวันเวลา ชายหนุ่มที่ไร้ครอบครัวและที่พักพิง เขานอนพักรักษาตัวอยู่ ณ สถานพยาบาลแห่งหนึ่งมาตลอด 7 ปี
การหายตัวไปของใครคนหนึ่งเป็นแค่เรื่องธรรมดา
โรคร้ายนั้นได้กัดกินหัวใจของเขาจนทำให้เขาเชื่อว่าเขาไร้ความรู้สึกไปเสียแล้ว เขาใช้ชีวิตอย่างไร้กาลเวลา ปล่อยลมหายใจเข้าออกอย่างปกติ โรคร้ายของเขาพัฒนาไปอย่างช้าๆ และมันก็ชนะเขาเสียทุกครั้งไป เช่นเดียวกับตอนนี้เมื่อผู้รักษากล่าวกับเขาถึงอาการที่ทรุดตัวและระดับขั้นของโรคที่สูงขึ้น

...ไม่เคยมีใครมาเยี่ยมหรือติดต่อหาเขา ซึ่งนั่นคงเป็นเรื่องปกติของชีวิต ที่ในแต่ละช่วงวัย ทุกชีวิตต่างต้องรับผิดชอบอะไรๆ ต่างๆ กันไป การตกหล่นหรือหายไปของบางชีวิตก็คงเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่แสนจะทั่วไป


ระยะเวลา 7 ปี มันนานแค่ไหนกันนะ.... ?
ไม่ว่าจะกลางคืนหรือกลางวัน ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย หรือเย็น จะกี่โมง หรือกี่ยาม มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย เมื่อชีวิตไม่เหลือวันพรุ่งนี้ให้นึกถึง
ในวันหนึ่งซึ่งก็เป็นเพียงวันปกติของชายป่วยติดเตียงตลอด 7 ปี ผู้นี้ เขาลืมตาแล้วพบกับคนผู้หนึ่งที่กำลังยิ้มให้เขา เขาพลางคิดว่านี่คงเป็นฝันเรื่องใหม่ ซึ่งคนผู้นั้นได้เข้ามาทำให้โลกที่แสนธรรมดาของเขาตลอด 7 ปี เปลี่ยนไป หัวใจของเขาเต้นอย่างหนักและแน่นขึ้น การบีบเต้นของหัวใจแต่ละครั้งแต่งแต้มโลกของเขาให้สดใสอย่างที่เขาไม่ได้เห็นมาเนิ่นนาน และก่อนที่สัญญาณชีพจรของเขาจะแผ่วเบาลง เบาลง และเบาลง เขาลืมตาขึ้นมาและพบว่านั่นเป็นความฝันจริงๆ อย่างที่เขาคิดในขณะที่เขากำลังฝัน
.
.
.
.
ชายหนุ่มผู้ป่วยด้วยโรคร้ายที่สิ้นหวัง สิ่งที่เขาทำมาตลอด 7 ปี คือการตื่นนอนมองฝ้าเพดานของสถานพยาบาลแห่งนี้และหลับไปด้วยฤทธิ์ของยานอนหลับเรื่อยมาทุกวัน ไม่ใช่โรคร้ายทั้งหมดหรอกที่กัดกินหัวใจและร่างกายของเขา แต่เป็นตัวเขาเองที่กัดกินตัวตนและจิตใจของเขาเอง เขาคิดพลางเบือนหน้ามองไปยังทิศอื่นด้วยลมหายใจที่รวยรินและเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ไม่มาก สายตาของเขามองไปรอบๆ แล้วหยุดจ้องมองอยู่ที่คนผู้หนึ่ง
จงใช้ชีวิต
คนผู้หนึ่งที่ชายหนุ่มกำลังจดจ้อง คือผู้ดูแลและคอยพยาบาลเขามาตลอด 7 ปี ผู้ที่เขาไม่เคยจะเหลียวมอง สบตา หรือแม้แต่จะกล่าวทักทายหรือขอบคุณ... คนผู้นั้นคือคนรู้จักของเขาในอดีต และเป็นคนเดียวกับที่เขาพบในฝันเมืื่อครูู่ !
รูม่านตาของเขาขยายใหญ่ขึ้น ภาพชีวิตของชายหนุ่มหมุนย้อนกลับดั่งภาพฟิล์มภาพยนตร์ที่ฉายย้อนหลังเป็นฉากๆ ชายหนุ่มเห็นภาพตัวเขาเองในอดีต และภาพฉายเหล่านั้นก็มาหยุดอยู่ที่ฉากวันที่ตัวของเขาเพิ่งรู้ว่าตนเองป่วยเป็นโรคร้าย จากนั้นภาพฉายก็เล่นไปข้างหน้าอย่างช้าๆ นั่นเป็นเขาต่างหากที่วิ่งหนีและทอดทิ้งทุกคนมา เป็นเขาต่างหากที่พาตัวเองมาสู่จุดๆ นี้ เขาทำมันเองทั้งหมด แม้จะไม่อยากเป็นภาระของใคร แต่การกระทำเช่นนั้นก็ใจร้ายไม่น้อยกับผู้คนข้างหลัง และเป็นเขาที่ยังโอดครวญร้องเรียกหาผู้คนเหล่านั้นเรื่อยมา


ในขณะที่สายตาของชายหนุ่มกำลังค่อยๆ หรี่ลง พร้อมเสียงเตือนของเครื่องวัดชีพจร


 ปี๊บบบบ~บ~บ


มีอีกเสียงตื่นตระหนกตกใจและหวาดกลัวดังขึ้น

"หมอครับ !! พยาบาลครับ !!! ช่วยเพื่อนผมด้วย"


นั่นเป็นเสียงของผู้พยาบาลข้างเตียงตลอด 7 ปีของชายหนุ่ม เพื่อนในอดีตที่คอยดูแลเขาจนปัจจุบันตลอด 7 ปี ผู้นี้ตกใจและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ทุกอย่างรวดเร็วและอื้ออึง ทั้งแพทย์และพยาบาลวิ่งกันเข้ามาเพื่อยื้อชีวิตผู้ป่วย
.
.
.
.
.
.
.
สำเร็จ เค้ายังไม่จากเราไป !

ชายหนุ่มลืมตาได้อีกครั้ง เขามองไปยังผู้ช่วยชีวิต กระพริบตาสื่อคำว่าขอบคุณ แล้วทอดสายตามองไปยังเพื่อนของเขา เพื่อนที่กำลังจับมือของเขาเอาไว้ เพื่อนที่อยู่ดูแลเขามาตลอด ชายหนุ่มไม่มีแรงแม้แต่จะยิ้ม จู่ๆ อาการของเขาก็ทรุดอย่างไม่มีทีท่ามาก่อน แต่เหนือสิ่งอื่นใดเขามีแรงใจที่อยากจะมีวันพรุ่งนี้เป็นของตัวเขาเองแล้ว 

...เขาบีบมือเพื่อนและพยายามจะพูดบางสิ่งกับทุกๆ คน ในห้องสีขาวนี้



แต่ในช่วงระยะเวลาแสงวาบเดียวของดาวตกที่พาดผ่านท้องฟ้าในคืนนั้น เสียงเตือนของเครื่องวัดชีพจรก็ดังขึ้นอีกครั้ง เพียงไม่กี่วินาทีลมหายใจของชายหนุ่มก็หายไปพร้อมกับแสงสว่างของดาวตกดวงนั้นตลอดกาล...




ครั้งนี้เขาไม่กลับมา
และไม่กลับมาตลอดไป
             
      ...ด้วยความอาลัย
SHARE
Written in this book
โควตา ๘ บรรทัด
เรื่องสั้นหลายบรรทัด ไม่มีโควตาขั้นต่ำในการเล่า
Writer
Feliciano
Dreamer
Lost Boy from Neverland

Comments