ชายแปลกหน้า

                               เธอถามว่าเขาเป็นใคร ?                ฉันก็ไม่รู้หรอก แค่คนแปลกหน้าก็เท่านั้น
อายุเค้าน่าจะราว 60 ได้แล้วกระมัง เค้าเป็นผู้ชายตัวสูงใหญ่ ผิวคล้ำ ฉันรู้จักเค้าตั้งแต่จำความได้ จมูกโต ๆ ของเค้าเป็นสิ่งเดียวที่เค้ามีในตัวฉัน

เวลา 20 ปีที่ฉันเจอเค้าเป็นครั้งคราว เค้าแวะเวียนมาที่บ้านของเรา ไม่สิ ฉันไม่มีสิทธิ์ใช้คำนี้นับตั้งแต่วันที่ผู้ชายคนนั้นเอ่ยปากไล่ฉันออกจากบ้าน ฉันจำวันนั้นได้ดี เสียงตะโกนของเค้ากู่ก้องชัดเจนในวังวนความคิดของฉัน บางทีเค้าก็มาค้างคืนในบ้านที่ฉันเป็นเพียงผู้อาศัย เราไม่พูดกันแม้แต่คำเดียว อันที่จริงไม่มีใครมีตัวตนในสายตาของอีกฝ่ายหรอก เราเป็นแค่มลพิษทางอากาศของกันและกันเท่านั้น

ถึงกระนั้นผู้ชายคนนั้นมีอิทธิพลต่อความคิดฉันมากทีเดียว แน่ล่ะ ฉันไม่พอใจนักหรอกที่ปล่อยให้เค้ามากำหนดความคิดของฉันแบบนี้ แต่ทำอย่างไรได้ล่ะ ตั้ง 20 ปี ฉันก็ต้องซึมซับอะไรมาบ้างล่ะ อะไรน่ะหรอ? ก็ฉันเกลียดผู้ชายน่ะสิ เอ๊ะ หรือฉันแค่เกลียดเขากันนะ ช่างเถอะ เอาเป็นว่าฉันตั้งสัตย์ปฏิญาณกับตัวเองแล้วว่าฉันขออยู่คนเดียวตลอดชีวิต ดีกว่าทนอยู่กับผู้ชายแบบนั้น ทุกวันนี้ฉันดีใจมากแค่ไหนรู้มั้ย ที่ได้ออกมาจากบ้านที่ฉันเป็นเพียงผู้อาศัยน่ะ ฉันนับวันเวลาที่จะไปให้พ้น ๆ ตั้งนานแล้ว จะห่วงก็แต่หญิงวัยใกล้เกษียณอีกคนในบ้าน ไม่รู้ต้องทำงานรองมือรองตีนผู้ชายคนนั้นไปอีกถึงเมื่อไหร่ โลกไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ พอกันทีเถอะสังคมปิตาธิปไตย ฉันล่ะเลือดเฟมินิสม์ก็วันนี้

จำได้ว่าครั้งหนึ่งตอนเด็ก ๆ ฉันจำต้องเขียนเรียงความถึงผู้ชายคนนี้แหละ ไม่เขียนก็ไม่ได้เสียด้วยเพราะจะไม่มีอะไรส่งครูน่ะสิ ฉันก็เขียนไปตามที่ฉันรู้สึก ทว่าเรียงความฉันกลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต ฉันถูกอาจารย์ประจำชั้นเรียกไปพบทีเดียว นึกแล้วก็ยังขำ ก็ให้ฉีนเขียน ฉันก็เขียนตามคำสั่งทุกอย่างด้วยความสัตย์ซื่อเป็นที่สุด

เอ้อ แต่พักหลังมานี้ฉันได้ข่าวว่าผู้ชายคนนั้นน่ะ เขาไม่ค่อยสู้ดีเท่าไร ก็โรคเบาหวานของเค้าน่ะสิ ท่าจะกำเริบหนัก เวลาเดินเดี๋ยวนี้ก็จะโยกเยก ๆ ช้า ๆ หน่อยเพราะตัดไปแล้วก็หลายนิ้วอยู่ ถึงฉันจะเกลียดเขาแต่ฉันก็มีมนุษยธรรมพอที่จะเวทนาเขาอยู่หรอก โรคภัยนี่ช่างร้ายกาจจริง ๆ ว่าแล้วก็เวทยาตนเองเพราะชะตาก็คงไม่ไกลจากนี้หรอก มะเร็งเอย เบาหวานเอย บางทีก็คิดนะว่าฉันจะชิงตายก่อนโรคพวกนี้จะถามหาดีมั้ย

ไม่ใช่แค่ฉันที่เกลียดเขาหรอกนะ ผู้ชายคนนั้นน่ะ เขาก็เกลียดฉันเหมือนกัน จำได้ว่าเขาเคยเอารีโมททีวีไปซ่อน ถอดสายเคเบิลเพราะกละวฉันจะไปเปลี่ยนช่องเขาน่ะสิ ก็บอกแล้วไงว่าฉันเป็นปค่ผู้อาศัย แต่ขอโทษทีนะ ฉันไม่ได้โง่แล้วก็เป็นผู้อาศัยสันดานหยาบน่ะสิ เลือดนักสู้เสียด้วยคิดว่าฉันจะยอมง่าย ๆ หรอ เคยเอ่ยปากไล่ฉันยังไง ฉันยังจำได้ชัดเจน วันใดปีกกล้าขาแข็งฉันจะบินไปให้ไกลจากดินแดนร้างด้วยรัก ไม่มีแม้แต่ธารน้ำใจเล็ก ๆ จะหล่อเลี้ยงชีวิตเด็กน้อย ๆ ให้เติบโตอย่างเป็นสุข แต่ฉันรู้ว่าฉันคงไปได้ไม่ไกลหรอก เพราะฉันยังมีห่วงอยู่ที่นี่ ฉันไม่มีวันทิ้งคุณและไล่เตลิดคุณแบบนั้นหญิงชราที่รักเพราะฉันรู้ดีว่าคุณจะเสียใจอย่างไร คมมีดที่กรีดลงกลางใจนั้นบาดลึกอย่างไร ฉันเข้าใจดีทุกอย่างและจะไม่มีวันทำเช่นนั้นกับใคร

ผู้ชายคนนั้นเป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญผ่านมาให้รู้จักและบังเอิญเจอกันนานไปหน่อยก็เท่านั้น แต่เค้าจะไม่มีวันเป็นอะไรได้มากกว่านั้น.


SHARE

Comments