บ่อน้ำตา
“ถ้าร้องไห้มากๆ น้ำตาจะหมดตัว” เจเจ็ตบอกกับฉัน ทำให้ฉันหยุดร้องไห้ได้อย่างง่ายดาย


แต่นั่นมันก็นานมาแล้ว ฉันรู้แล้วว่าถึงจะร้องไห้จากระยองไปกรุงเทพฯ น้ำตามันก็ไม่หมดหรอก มีแต่แต่เราที่จะเบื่อ หาเหตุผลในการครวญครางต่อไปไม่ได้ จึงหยุดร้องก็แค่นั้น

ตอนนั้นฉันไม่รู้หรอกว่าร้องไห้เรื่องอะไร แต่พอเจเจ็ตบอกกับฉันแบบนั้น ฉันก็หันไปส่งต่อคำพูดให้กับเพื่อนที่นั่งร้องไห้ด้วยกันได้ทันที

ฉันหยุดร้องได้แล้ว แต่ก้อนสะอื้นยังคงอยู่ ใช้เวลาอีกนานกว่าเราจะหยุดสะอื้นได้อย่างสมบูรณ์ มันเป็นช่วงเวลาที่ฉันเกลียดเอามาก ในขณะที่เราหยุดร้องไห้ และรู้ตัวว่าจะไม่ร้องไห้อีก—อย่างน้อยก็ในช่วงตอนนี้ แต่ร่างกายของเรากลับไม่เป็นไปตามใจ ในตอนนั้นเราสะอื้นหลังร้องไห้เสมอ

เจเจ็ตหายไป ไม่มีใครคอยบอกฉันว่าน้ำตาจะหมดตัว ฉันกลายเป็นคนร้องไห้พร่ำเพรื่อไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจรู้ได้ ดูหนังดูซีรี่ย์ก็ร้อง อ่านข่าวการเมืองก็ร้อง อ่านวรรณกรรมก็ร้อง อ่านบทความก็ร้อง ฉันรู้ตัวเองดีว่าเป็นคนขี้ฟูมฟายและออกจะน่ารำคาญ ดังนั้นฉันจึงเลือกสถานที่ที่เหมาะกับการร้องไห้ และจะร้องไห้เมื่ออยู่คนเดียวหรือดูหนังซึ้งๆ ให้คนอื่นไม่รู้สึกว่ามันประเจิดประเจ้อจนเกินไป

ฉันคอยบอกกับตัวเองว่าการร้องไห้คือการปลดปล่อยอย่างหนึ่ง มันไม่ได้เป็นความจริงเสียทีเดียว ความจริงที่ฉันเพิ่งค้นพบได้ไม่นานมานี้คือการนอนต่างหากที่ช่วยเยียวยา การหลุดเข้าไปในโลกความฝันที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความจริงต่างหากที่ทำให้ฉันหายทุกข์ใจ ไม่ว่าอะไรจะทำให้เราร้องไห้ พอตื่นมามันคงหายไป น้ำตาของฉันก็จะไม่หมดตัวอย่างที่เจเจ็ตบอก

หากเราได้นอนข้างกัน หากเราได้หลับใหลแบบนี้ตลอดไปก็คงจะดี

SHARE

Comments