ไม่ต้องบนสุดของดวงดาว
14 มีนาคม 2561
เย็นวานเราไปกินข้าววันครบรอบแต่งงาน พ่อแม่ลูกที่ร้านปิ้งย่างตรงข้ามประตูออกห้างใหญ่ที่แปลว่ากลาง อิ่มเอม สมใจ สองสาวจะรีบกลับมาดูละคร ผมจะกลับมาดูบุรีรัมย์เตะ ACL แบบขอทันได้ดูนิดหน่อยก็ยังดี

ถึงบ้าน เพื่อนลูกสาวไลน์มาบอกว่าผลสอบประกาศแล้ว (ก่อนหน้าที่โรงเรียนจะประกาศในวันที่ 15 มีนาคม) เพื่อนลูกสอบได้ห้อง Gifted ส่งภาพการประกาศผลสอบติดบอร์ดมาให้ดู แม่ของลูกสาวพยายามถ่างขยายภาพที่ส่งมา ผลไม่ปรากฏชื่อลูกสาวในลิสต์ และเธอคำนวณแล้วจะมีอีก 6 รายชื่อจะเป็นเจ้าของที่นั่งเหลือของห้อง Gifted ในประกาศอีกหน้าหนึ่งที่ผู้ปกครองเพื่อนลูกสาวไม่ได้ถ่ายมา เพราะชื่อลูกของหล่อนถูกพิมพ์ในกระดาษแผ่นแรกไปแล้ว แต่ภรรยาผมคงลืมไปว่า ลูกสาวไม่ติดแล้วเพราะผลหน้าแรกถูกรันโดยหมายเลขผู้สมัคร มันข้ามเลขที่ของลูกมาแล้ว ผมแค่บอกว่าอีกโปรแกรมพิเศษอีกสองห้องอย่าง Top Star  เรายังไม่เห็น อย่าเพิ่งผิดหวัง แต่เหมือนสองสาวจะไม่สนใจฟัง

อย่างไรดี ผมรู้เรา (คนเป็นพ่อเป็นแม่) มั่นใจ แต่สิ่งที่ไม่สมใจเราก็อาจเกิดขึ้นได้ ในการสอบแข่งขันเข้า ม.1 เด็กที่ทำผิด ทำไม่ทันเพียงข้อ สองข้อ ก็อาจทำให้ไม่สามารถคว้าเก้าอี้ที่มีจำกัดไว้ได้ เด็กที่ทำคะแนนน้อยกว่าเพื่อนเพียงข้อเดียวอาจต้องผิดหวัง เพราะคนที่ได้มากกว่าเพียงข้อเดียวนั้นอาจมีจำนวนนับสิบๆ คน


ความเงียบมันโรยตัวมาคลุมเราสามคนไว้ตั้งแต่นาทีไหนก็ไม่รู้ คะเนดูมันเงียบไปราวสองถึงสามนาทีได้ ก่อนที่เสียงแม่ของลูกสาวจะไถ่ถามลูกด้วยน้ำเสียงแข็งๆ ว่า คนนั้นติดไหม คนนี้ติดไหม ทำไมคนนี้ไม่ติด ผมบอกให้ภรรยาเข้าเวบไซต์ของโรงเรียน ดูประกาศผลสอบ แต่เธอเข้าแล้วก็ไม่พบประกาศ และถามผมว่าเราขับรถออกไปดูผลสอบที่โรงเรียนไหม...ประตูโรงเรียนจะเปิดหรือเปล่า

ตอนนั้นเวลาสองทุ่มเศษ ๆ ผมตอบว่าไป โดยที่ไม่ได้ตอบเธอว่าประตูโรงเรียนจะเปิดให้เราเข้าไปดูได้หรือไม่อย่างไร รู้แต่ว่าไปให้หายสงสัยเท่านั้นเอง


ภรรยาขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า กลับไปใส่ชุดเดิมที่ใส่ไปกินข้าวเมื่อตอนเย็น ลูกสาวเหมือนไม่อยากไป เธอบอกว่าเรียนโรงเรียนเดิมที่ได้โควตาแล้วก็ได้ ผมเข้าห้องน้ำไปนั่งชักโครก คือเวลาเครียดๆ ท้องมันจะตุ่ยๆ เกิดอยากเข้าห้องน้ำที่โรงเรียนขึ้นมาตอนไปถึงอาจไม่สะดวก

ผมหยิบรีโมทมาเปิดรถเพื่อให้ทุกคนไปเตรียมตัว นังชักโครกเอาโทรศัพท์มาเช็กผลสอบ ดูประกาศผลสอบ ในเวปฯของโรงเรียน ผมพบว่าประกาศผลสอบถูกโหลดขึ้นในหน้าเวปแล้ว แว๊บแรกผมก็เห็นชื่อลูกสาวและนามสกุลของเราอยู่ให้ห้องที่หนึ่ง เอาให้ชัวร์ ผมบอกให้ลูกหยิบแว่นสายตายาวมาส่งในห้องน้ำ เมื่อสายตาโฟกัสผ่านเลนส์ได้นิ่งแล้ว ชื่อนามสกุลอันคุ้นเคยก็ชัดเจนยิ่งขึ้น ผมเป่าปากดังฟิ้ว ตะโกนออกไปว่า ไม่ต้องไปแล้ว ติดTop Star แล้วดูผลจากหน้าเวปนี่ มีมือหนึ่งมาคว้าโทรศัพท์ผมไปแทบจะทันทีที่ผมสิ้นเสียง ผมลุกขึ้นใส่กางเกง ไม่ได้กดชักโครกเพราะมันทำหน้าที่เสมือนเก้าอี้ในห้องเงียบๆ ของผมเท่านั้น ไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย  

ผมผลักประตูห้องนอนเล็กเข้าไปเปิดแอร์และนอนดูบุบเพสันนิวาสต่อจนจบ

 15  มีนาคม 2561 
รุ่งเช้า ระหว่างลูกสาวอาบน้ำสระผม ผมถามภรรยาเรื่องที่ผมได้ยินเธอคุยกับลูกก่อนผมจะม่อยหลับไปว่า จะตัดผมวันไหน วันนี้ไปรายงานตัว คงยังไม่ต้องตัดกระมัง เธอบอกว่าใช่ วันนี้คงให้ผู้ปกครองเข้าไปยืนยันว่าจะไม่สละสิทธิ หรือ หากใครสละ โรงเรียนจะได้เรียกผู้ติดสำรองเข้ามานั่นเอง ผมคิดในใจว่าช่างตัดผมที่ยาวถึงกลางหลังของลูกสาววันไหน จะขอผมของลูกนั้นส่งไปให้ผู้ป่วยมะเร็งทำวิก

ภรรยาถามว่า ถ้าไม่ติดจะเสียใจไหม ผมตอบว่าสอบไม่ติดก็ไม่เสียใจ แต่ก็จะผิดหวังหน่อย เพราะพ่อแม่ทุ่มเทเงินทอง ตระเตรียมอำนวยความสะดวก วางแผนและสู้เพื่อลูกมาพอสมควร สุดท้ายหากไม่สำเร็จ แม้จะผิดหวัง แต่ในความผิดหวัง มันทำให้เรามองเห็นข้อบกพร่องของตัวพ่อแม่เองเป็นอย่างแรก อย่างที่สองได้มองเห็นศักยภาพของลูก รู้ข้อผิดพลาด เพื่อจะปรับปรุงมันให้กลายเป็นความสำเร็จให้ได้สักวันหนึ่ง ตราบใดที่เรายังเชื่อมั่นในกันและกัน พ่อแม่อย่างเราเราก็ยังมีเวลาหาจุดเปลี่ยนในชีวิตลูกอีกหลายครั้ง

หากเราสำเร็จไปด้วยกันในคราวนี้ จุดเปลี่ยนของชีวิติก็จะมาถึงเร็วขึ้น อย่างน้อยความภาคภูมิใจในตัวเองก็ได้บ่มเพาะขึ้นในจิตใจของลูกแล้ว ความเชื่อมั่นในตัวพ่อและแม่จะรั้งลูกไว้กับแนวทางที่ดีที่สุดเท่าที่เราจะให้กับลูกได้ และลูกจะรับอย่างไม่มีข้อแม้

อีกอย่างคือค่าเทอมลดลงอย่างมาก เราสามารถเอาส่วนต่างตรงนี้ไปเสริมส่วนที่เราเห็นว่าลูกยังขาดในระดับที่สูงขึ้นไปได้

อะไรคือจุดเปลี่ยนของเด็กอายุย่าง 12 ปี

- เพื่อน

- โซเชี่ยลมีเดี่ย

- เกมส์

- พ่อ-แม่ ครอบครัว

- โรงเรียน

- แฟน

ผมว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคต อนาคจที่มาพร้อม วินัย ความรับผิดชอบและการรู้จักตัวเอง ข้อแม้ที่จะมีจะเป็น ต้องเป็นสิ่งที่ผู้ปกคอรงควรให้ความสนใจ และรู้จักมันอย่างเป็นมิตรที่สามารถด่าทอและกระทืบมันได้ถ้าเราต้องการ

ความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กวัยนี้ สมควรถูกท้าทายด้วยความจริง เหตุผลและพิสูจน์ด้วยกระบวนการที่พ่อแม่ควบคุมได้ ทั้งในฐานะเพื่อนและฐานะเจ้าของอนาคตของลูกครึ่งหนึ่ง ที่พร้อมเสมอที่จะอยู่เคียงข้างลูกในทุกสถานการณ์

ผมชอบโฆษณาของกลุ่มบริษัทเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอร์น้อยดีกรียี่ห้อหนึ่ง ที่นำนักกอล์ฟมาเป็นพรีเซนเตอร์ มีประโยคหนึ่งที่กล่าวไว้ทำนองที่ว่า “ไปให้ไกลที่สุด แม้ไม่ถึงดวงจันทร์แต่ก็ยังได้อยู่ในหมู่ของดวงดาว”

ผมไม่ได้มองเขาเป็นลูกบอลพลาสติกสีขาวที่เราตีเบาตีค่อยมาในทุกเรื่อง แต่ความสามารถที่เก่งกาจ ปัญญาที่เลิศ และทัศนคติของลูกเท่านั้นเองที่จะทำให้ลูกพุ่งไปตรงหมู่ดวงดาวตรงนั้นได้

แคดดี้แก่ๆ ชายญิงสองคน ก็แค่บอกระยะธง ระยะหลุม แบกถุงเครื่องไม้เครื่องมือและเดินกะย่องกะแย่งรอบๆ กรีนเท่านั้นเอง 
SHARE
Written in this book
บทความร้อยแปดพันเก้า
โลกใบเดียวกัน ผ่านสายตามนุษย์ขี้สงสัยคู่หนึ่ง ไม่ใช่ How To เพราะคนเขียนเองก็แทบไม่รู้อะไรเลย
Writer
rangrotfly
writer
ถ้าชีวิตคือการเดินทางที่ล้วนพบเจอทางแยกมากมาย เรียนรู้ไม่มีจบสิ้น มุ่งหมายเพื่อส่งมอบความสำเร็จ และสิ่งดีงามอันเป็นอาภรณ์แก่ตนและสรรพสิ่งรอบกายแล้วไซร้ ทางลัดที่ท่องไปในที่ไม่เคยไป ที่ไม่เคยรู้ ที่ไม่เคยเห็น ผ่านข้อความและภาพสื่อความหมายหลายหลาก หนังสือจึงเป็นกัลยาณมิตร ที่ล้ำค่าหาใดเปรียบได้ แม้ในระหว่างบรรทัดที่ว่างเปล่าตัวอักษรให้รำลึกถึง และถ้าการรู้หนังสือเป็นการเปิดประตูสักบานเพื่อไปสู่ความปรารถนาสูงสุดของมนุษย์ได้ การอ่านก็เป็นสะพานให้มนุษย์ก้าวข้ามหุบเขาของความมืดบอด นอกจากการสื่อสารไปมาที่โป้ปด ความรู้ ความเข้าใจ ไตร่ตรอง รวมถึงการเชื่อมโยงสัมพันธ์ จึงเป็นความสุขและสว่างพิสุทธิ์ตรงหน้า ที่ส่องผ่าน รอด ลาดหลุม มุมอับ อันซับซ้อนของความเขลา ให้กระจ่างด้วยเหตุผลและความสุขในสุดท้าย

Comments