รูปลักษณ์ที่ไม่เอื้อต่อความรัก และความรอบครอบในการมี "ความสัมพันธ์"
ช่วงนี้ผมรู้สึกเบื่อกับเรื่องสวยๆ งามๆ หรือรูปลักษณ์ภายนอก สังเกตความเบื่อของตนเองก็ตอนที่มีความรู้สึกดีๆ กับผู้หญิง(บางคน...ว่าแล้วก็ขำตัวเอง ฮ่าๆ) ในช่วงที่พูดคุยกัน ได้มองกัน อะไรแบบนี้ ณ เวลานั้นผมก็มีความรู้สึกประทับใจในรูปลักษณ์ของพวกเธอ แต่เมื่อผมมีเวลาว่าง ได้อยู่กับการทบทวนตนเอง ผมค้นพบว่าผมแทบจะไม่ได้หลงไปกับความงามตรงหน้า ณ ขณะนั้น ออกจะตั้งคำถามกับตนเองด้วยซ้ำว่า "คนเราที่รักกันยืดจะอยู่กันยาว ไอเรื่องพวกนี้มันช่วยได้ยังไงวะ ?"

-----

ผมคิดว่าที่เป็นแบบนี้ คงเป็นเพราะการฟังธรรมเทศนาของท่านพุทธทาส และส่วนหนึ่งอาจจะด้วย 1 สัปดาห์กว่าๆ ที่ผ่านมา ผมเห็นความรักที่มาจากความเข้าใจกัน ความเมตตาต่อกัน ความเอื้ออาทร ซื่อสัตย์ เคารพและรับผิดชอบซึ่งกันและกันของคู่รักวัย 80 ปี ทำให้ผม "เริ่มเปลี่ยนไอเดียในการที่จะหลงรักใครซักคน"

ผมยังคงเชื่อว่าเรารักใครนั้นมันมาจากความรู้สึกนั้นแหละ ยามที่ผมเจอคนที่ถูกใจ ผมก็ชอบเขา ณ เวลานั้น แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไปซักระยะ มันไม่ใช่คำถามที่ว่าชอบ หรือไม่ชอบ หรือชอบเขาที่อะไร แต่เป็นคำถามที่ว่า "ถ้าเรากับเขารักกัน เรากับเขาจะเดินไปด้วยกันได้ไหมนะ" พอมันเป็นคำถามแบบนี้ ไอความสวย ความงามก็แทบไม่มีผลเลยครับ เพราะผมเองนั้นทราบดีว่า คนเราจะอยู่กันยืด กับความสวยงามทางรูปลักษณ์แค่ชั่วครู่ชั่วคราวหนึ่งในชีวิตนั้นทำไม่ได้หรอก กับคนที่ผมชอบและลองศึกษากันอยู่ ณ ตอนนี้ ผมก็กล้าพูดได้เต็มปากว่ามีคนอื่นที่ผมชอบมากกว่าเธอเสียอีก แต่ผมจะไม่เลือกเดินไปกับคนเหล่านั้น เพราะความเข้าใจ การให้อภัย การเห็นอกเห็นใจ การเอื้ออาทรต่อกัน พวกนั้นยังไม่ได้ 1/10 จากที่ผมได้รับมาจากคนที่ผมเลือกเลย 

ผมคิดว่าสิงที่เกิดขึนนั้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะเป็นแบบฝึกหัดให้ผมมองไปที่เนื้อในของผู้คนมากยิ่งขึ้น ก้าวข้ามรูปลักษณ์ ที่เราใช้ไม้บรรทัดในใจวัดว่าสวยไม่สวย หล่อไม่หล่อ ดีไม่ดี งามไม่งาม

-----

ผมยังคงมองว่าความรักและความสัมพันธ์นั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ความรักเป็นต้นตอของการเกิดความสัมพันธ์ ในความสัมพันธ์นั้นมีความรักปะปนอยู่ และก็มีสิ่งอื่นๆ ปะปนอยู่ด้วย จากประสบการณ์ Counseling&Psychotherapy ของผม ผมมักจะพบว่าในโจทย์ของความสัมพันธ์นั้น ผู้คนจะโฟกัสแต่เรื่องความรักเป็นหลัก ซึ่งไม่ผิดเลย เพราะสิ่งๆ นี้เป็นความรู้สึก มนุษย์โดยทั่วไปนั้นเดินตามความรู้สึกเป็นส่วนใหญ่เสมอ เพียงแต่ว่า การโฟกัสเพียงเรื่องนี้ไม่อาจจะเอื้อให้เขาผู้เผชิญทุกข์คลายทุกข์ไปได้ เพราะว่ากันจริงๆ มันไม่ได้มีแค่ความรู้สึกรัก มันมีความมั่นคงในชีวิตคู่ ความเข้าอกเข้าใจกัน การเป็นมิตรที่ดีต่อกัน การเอื้ออาทรกัน การยอมรับและปรับตัวซึ่งกันและกัน และยังมีเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย

ผมจะไม่ฟันธงหรอกว่าคนเราจะต้องเลือกทางไหนแบบไหน แต่ผมอยากจะเชิญชวนให้พวกเขาทั้งหลายได้พิจารณาอย่างรอบครอบก่อนที่จะตัดสินใจ

วันนี้กับความทุกข์ที่มาปะปนในความสัมพันธ์ของพวกคุณ คุณรอบครอบแล้วหรือยัง ?

ปล.ในส่วนไหนที่เพื่อนๆ อ่านแล้วเกิดความขัดใจหรือสงสัย สมารถแลกเปลี่ยนผ่านคอมเมนต์กันได้เสมอนะครับ ^_^

Contact
FB : Trust.นักจิตวิทยาการปรึกษา
Line ID : trust.counseling
SHARE
Writer
Wanchalrem
นักจิตวิทยาการปรึกษา
อธิบายชีวิตผ่านมุมมองจิตวิทยาการปรึกษา : รับปรึกษาปัญหาชีวิตผ่านกระบวนการปรึกษาเชิงจิตวิทยา

Comments