Begin Again ... เริ่มใหม่อีกครั้ง
งานปีใหม่ของที่ทำงาน
หึ...น่าเบื่อ ก็งั้น ๆ แหละ
แม้จะไม่อยากร่วมงานเท่าไรแต่ก็ขัดพี่สาวไม่ได้
เออ...ไปก็ไปวะ

งานจัดขึ้นบริเวณลานโล่งของหน่วยงาน
ผู้คนมากมายเดินกันคราคร่ำ
อากาศอบอ้าว...กับกลิ่นแอลกอฮอล์โชยคลุ้ง

โต๊ะของแผนกที่ผมนั่งอยู่ไม่ไกลนักจากเวที
ข้างกันเป็นโต๊ะแผนกของ “คนอีกฟาก” 
คือ อยู่กันคนละมุมตึกนั่นเอง

ลำโพงตัวเขื่องก็แหกปากลั่นจนแสบแก้วหู
เพื่อนร่วมโต๊ะต่างก็ตะโกนคุยแข่งกับเสียงลำโพง
ที่ดังสนั่นราวกับโกรธใครสักคนในงาน

ไหน ๆ มาแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเวลาก็กินให้มันอิ่ม
ระหว่างนั้นเอง “คนอีกฟาก” ก็นั่งลงที่โต๊ะข้างกัน
ด้วยมุมเก้าอี้ที่หันหน้าเข้าหาผม
แวบแรกนั้น “คนอีกฟาก” ก็มองมา
แหนะ!!! ยังไม่หันไปทางอื่นอีก
ความคิดในใจแทบจะดังลั่นออกมา หลังจากที่หันไปตั้งใจสบสายตาเพื่อเตือนให้ “คนอีกฟาก” เลิกมองสักที
แต่ก็ยังไม่วาย... สายตาคู่นั้นยังมองมาไม่ลดละ
จ้องตอบกลับจนผมต้องหันหน้าหนี

มองทำไมกัน หรือหน้าเรามีอะไรเปื้อน
“ก็ไม่มีอะไรติดนะแก” พี่ร่วมงานตอบ

หรือ “คนอีกฟาก” จะสายตาสั้น เพียงแค่พยายามเพ่งให้รู้ว่าเป็นใครตามประสาคนร่วมองค์กร

เออดี เลิกมองแล้วนี่นา
...
เห้ย!!! มองอีกละ มีปัญหาอะไรป่าวคุณ
...

“กลับกันดีกว่ามึง กูไม่ไหวแล้ว”
ราว ๆ สี่ทุ่มเศษพี่สาวผมก็ชวนกลับ หลังจากที่นางซดละมุดเข้าไปจนได้ที่

สวัสดีครับ
แอดมา เรารู้จักกันเหรอ
เสียงเตือนจากแอพพลิเคชั่นแชทดังขึ้น
แอดไปหาคุณหลายวันแล้วนะ
ลีลาสุด ๆ กว่าจะรับแอด
เออใช่ ผมสงสัยสายตาที่ “คนอีกฟาก” มองในคืนวันนั้น

ยังมีหน้ามาถามอีกว่ารู้จักกันเหรอ
แล้ววันนั้นที่มองเอา ๆ นี่รู้จักกันมั้ยล่ะ

พอดีมันแนะนำเพื่อนมา
ก็เลยกดแอดไป
แก่ต่างโง่ ๆ ซะเลย

“วันนั้นคุณนั่งมองเราทำไมเหรอ”
“มองเหรอ มองตอนไหน”
“เออ... ช่างมันเหอะ”
“ทำไมรีบกลับ”
“ก็พี่สาวง่วง”

...

และหลังจากนั้นเราก็สนิทกันแบบไม่รู้ตัว

...

“เนี่ยะ คุณรู้ใช่มั้ยว่าผมชอบผู้ชาย” เขาถาม
“ก็ไม่รู้หรอก ถ้าคุณไม่นั่งมองเราแบบเอาเป็นเอาตายในวันปีใหม่”
“ฮ่า ฮ่า ก็ไม่รู้ว่านั่งมองทำไมขนาดนั้น สายตาหื่นมากด้วยนะ รู้ตัว”
“อืม... เราว่าจะหนีเที่ยว ลาสักสองสามวัน หาชายหาดสวย ๆ นั่งซดเบียร์ สูดอากาศให้เต็มปอด แล้วค่อยกลับมาลุยงานใหม่”
“ไปกับใคร”
“ก็ยังไม่รู้ ว่าจะชวนเพื่อนแต่ยังไม่ได้ชวน เพิ่งจะวางแผน”
“ยูไปกับผมมั้ย”
“ว่างเหรอ”
“ก็แค่อยากไปกับคุณ”
“งั้นก็ไปกับคุณ แต่เราไม่มีรถนะ”
“ไม่เป็นไร ไปรถผม”
“เรามีปัญหาเรื่องไม่ชอบขับรถ คุณไม่มีปัญหาข้อนี้ใช่มั้ย”
“สบายมาก”

ถ้าเธอต้องเลือกระหว่างเขาและฉัน
ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอไม่ต้องเลือกฉันเลย
เพลงจากโทรศัพท์ระหว่างนั่งจิบเบียร์ที่ระเบียง
การเที่ยวแบบไม่ได้วางแผนมันก็ดีไปอีกแบบ
ที่พักราคาถูก บรรยากาศดี 
มีคนข้าง ๆ คนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ
กับเบียร์เย็น ๆ เสียงคลื่น และสายลม

“ยู เราเป็นตัวเลือกของยูรึเปล่า” คนข้าง ๆ ถาม
“ไม่ ถ้ายูเป็นแค่ตัวเลือก เราจะไม่มาเที่ยวกับยูนะ”
“ยูหน้าตาดี เราธรรมดามาก ก็เลยอยากรู้”
“ยูคือคนที่เราเลือก”

... 

เบียร์แก้วสุดท้ายหมดไปแล้ว
“อาบน้ำก่อนนะ” 
ผมคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ
ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำเอาหนักเปลือกตา
เราทั้งสองคนทิ้งตัวลงบนที่นอนสะอาดนุ่มด้วยกัน
แล้วค่ำคืนนั้นก็เป็นคืนแรกของเราสองคน
คืนที่ได้นอนเคียงข้างกัน
ไออุ่นจากแผ่นอกกว้างชวนให้เข้าสู่ฝันอันงดงาม

เช้าวันต่อมาเราแวะเที่ยวกันอีกหลายหาด

“ยูกลับบ้านมืดได้ใช่มั้ย”
“ได้ดิ ไม่มีปัญหา”
“กลัวแม่ยูจะเป็นห่วง”
“ก็คงนิดนึงแหละ ตามประสาเขา แต่ถ้าอีกหน่อยสนิทกันมากกว่านี้ ก็คงต้องบอก จะได้ทำอะไรได้สะดวกขึ้น”
“ยูพร้อมเมื่อไรก็บอกนะ เรายินดีไปเจอ”


ที่ผ่านมาผมไม่เคยเริ่มต้นกับใครด้วยความสบายใจขนาดนี้มาก่อน
เราทั้งสองต่างรู้กันดีว่ามีสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างต้องทำ
มันไม่ใช่ความรักที่จะเอาตัวไปผูกกับอีกคน
เราแค่รู้ว่าเรามีกัน ปรึกษากัน คุยกัน ช่วยเหลือกันตลอด

จาก 2 ปีที่ผ่านมา ความโสด คือ ความเห็นแก่ตัวที่มีความสุขมากสำหรับผม มีแค่ครอบครัว ทุกสิ่ง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเราคนเดียว
ไม่เคยคิดว่าสักวันเราจะเจอคนที่เราพร้อมจะแบ่งปันมากขนาดนี้

เราเริ่มต้นจากคนคุ้นหน้า
กลายเป็นคนที่คุยกันทุกวัน
ผ่านไปช่วงหนึ่ง
เราก็กลายเป็นคนที่เริ่มรู้ใจกัน

“เราเป็นคนพูดคำหวานไม่เป็นนะ”
“ก็ไม่เป็นไรนี่ แค่ทำให้เห็นก็พอ”
“ครับ เราจะทำให้ยูเห็น”

ที่ผ่านมาไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนเป็นแบบนี้
เขาพูดจาแบบคนธรรมดาทั่วไป
แต่เขาแสดงออกด้วยการกระทำ
เขาไม่ปิดบังว่าเราเป็นคู่ชายรักชาย
เขาเดินโอบไหล่ผม
ลูบหัวผมต่อหน้าคนทั้งร้านก๋วยเตี๋ยว
นั่งเล่นด้วยกันบนชายหาดท่ามกลางผู้คนมากมาย
คอยยืนบังแดดให้ หิ้วกระเป๋าให้ ขับรถให้

ขอบคุณจริง ๆ
ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาดี ๆ ของเรา
ขอบคุณที่เดินเข้ามาในชีวิตเรา
เราไม่แคลงใจถ้าคุณจะไม่พูด
เพราะคุณชัดเจนในการกระทำ
จากที่เคยคิดว่ายากจะเปิดใจให้สักคนได้เข้ามาในหัวใจอีก
แต่คุณกลับทลายกำแพงของเราลงได้อย่างง่ายดาย เบามือ และไม่สั่นคลอน
ถ้ารักเธอแล้ว ต้องผิดอีกครั้งหนึ่ง
ฉันขอทำผิดอีกได้มั้ย

เรื่องราวสะเปะสะปะนี้มีคุณค่าสำหรับผมมาก
อยากแบ่งปันให้ใครสักคนได้รับรู้
รับรู้ในน้ำใจของผู้ชายคนนึง
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่อ่านจนจบ

ปล.
เราเป็นแฟนกันตอนไหนไม่รู้
แต่เราคือคนรักกันแล้ว ณ ตอนนี้

All About Feeling











SHARE
Writer
allAboutFeeling
At my little world.
ในวันที่เราพบเจอเรื่องราวมากมายให้ได้เก็บมาเล่าสู่กันอ่าน กับเรื่องราวในอีกหนึ่งมุมมองที่แปลกไป

Comments