แบ่งปันประสบการณ์ การปฏิบัติวิปัสสนาแนวทางท่านโกเอ็นก้า
ปัจจุบันปฏิบัติตามแนวทางของท่านอาจารย์โกเอ็นก้าค่ะ
เคยปฏิบัติแบบบริกรรมมาก่อน
แต่รู้สึกว่าชอบแนวทางอานาปานสติและพิจารณาร่างกายหรือวิปัสนาไปด้วย
แม้ว่าสมาธิจะเกิดได้ช้ากว่าการบริกรรม

การปฏิบัติตามแนวทางท่านโกเอ็นก้า เป็นเวลา 10 วัน
การฝึกฝนจะเริ่มจากเด็กน้อยไปสู่ผู้ใหญ่ เหมือนโตขึ้นเรื่อยๆ คือ รู้แจ้งขึ้นเรื่อยๆ
การที่ปฏิบัติไปและยอมรับและมีสติรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น โดยที่ไม่มีการสอนวิธีการแก้ไขในตอนแรกนั้น
เห็นว่า ก็เพื่อให้เห็นแจ้งว่า การฟุ้งซ่าน การง่วง การเมื่อย การอึดอัด หรือเจ็บปวด เป็นอย่างไร
เราไม่สามารถควบคุมสิ่งที่เป็นกิเลส ไม่ให้ขวางกั้นการปฏิบัติสมาธิได้แบบสบายๆ
แต่ก็มีวันนั้นจริงๆ คือวันที่เราผ่านการง่วงนั้นไปได้ คือ ยอมรับแล้วปฏิบัติต่อ ผ่านการเจ็บปวด ความเจ็บระดับกระดูกทับเส้น เหงื่อท่วม เหมือนจะหมดแรง (อาจเกิดจาก การสู้ ไม่ยอมรับในความเจ็บปวดนั้นด้วย)
เห็นการเกิดดับของการเจ็บ การง่วง ฟุ้งซ่าน และรู้ว่าเราต้องทำอย่างไรกับมัน คือ วางอุเบกขา ยอมรับความจริง แต่ไม่ยอมแพ้
ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของเราต่อ คือ การทำอนาปานสติและการพิจารณาร่างกาย จนหมดเวลา
(ถ้าได้เข้าถึงอุเบกขาที่แท้จริงจะได้เครื่องมือที่เปรียบเสมือนไม้กายสิทธิขจัดทุกข์ได้ตลอดเวลา .. พอทำไปจะค่อยๆได้และรู้ว่าอุเบกขาดียังไง)
เครื่องมือที่ผู้เขียน ค้นพบ คือ ลักษณะของลมหายใจ ถ้าหายใจแบบนี้ คือรู้ว่าถูกต้องแล้ว เราปล่อยวาง ลมหายใจจะเบา หายใจเป็นจังหวะ ปกติ ไม่ถี่ เป็นต้น

ส่วนบางอาการที่อาจจะดูพิลึกและทำให้ผู้เขียนไม่ยอมรับ คือ การเคลื่อนไหว ของร่างกายภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ (ต่อไปจะกล่าวในบทความถัดไป ว่าสามารถอยู่กับมันได้อย่างไร เพราะได้ค้นพบวิธีการอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ ในการเข้าคอร์สปฏิบัติ ในครั้งที่ 2 โดยได้รับความเมตตากรุณาจากท่านอาจารย์ มาตั้งแต่คอร์สแรก ท่านคอยชี้แนะอย่างเมตตา เพราะเรารู้สึกต่อต้าน ไม่ยอมรับ ไม่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ควรเกิด)

ทั้งหมดนี้สามารถนำไปใช้กับชีวิตจริงหรือการทำงานได้
โดยใช้หลักอุเบกขา คือ ยอมรับอุปสรรคที่เกิดขึ้น แต่ไม่ยอมแพ้หรือละทิ้งการปฏิบัติหน้าที่ จนสำเร็จลุล่วง

การทำสมาธิของเราจะดีขึ้นเมื่อกิเลสน้อยลง
การทำวิปัสนา คือ การขจัดกิเลส เปรียบเสมือนการทำความสะอาดบ้าน ขยะน้อยลง ฝุ่นน้อยลง บ้านสะอาด น่าอยู่สบายขึ้น
เมื่อเราทำวิปัสนาไปเรื่อยๆ กิเสน้อยลง สมาธิจะดีขึ้นเอง

หมายเหตุ สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นประสบการณ์ของผู้เขียนเอง จึงอาจแตกต่างจากการปฏิบัติของท่านอื่นๆ เพราะเชื่อว่าแต่ละคนมีปัจจัยในการปฏิบัติต่างกัน เช่น กิเลส สมาธิ ความอดทน ความพยามยาม ร่างกาย จิตใจ เป็นต้น

ทุกหลักการมีที่มาที่ไปหากเราปฏิบัติไป โดยใช้ใจอันเปิดกว้างในการเรียนรู้แล้วเราจะทำได้ดีขึ้นหรือก้าวหน้ามากขึ้น

ขอให้เจริญในธรรมค่ะ ไม่ว่าวิธีใดก็นำไปสู่การขจัดทุกข์ทั้งสิ้น

SHARE

Comments