ดอกไม้
วันนี้เด็กหญิงซุไลฟารายื่นดอกไม้ให้ผมแล้วพูดว่า

" แต่งงานกันเถอะ "

ผมยิ้มและปลกใจว่าเธอไปเอาคำพูดแบบนี้มาจากไหน
"ไม่ได้เดี๋ยวหรอก เดี๋ยวเทวดาจะว่า " 
ผมตอบพร้อมกับมองเธออย่างไร้เดียงสา

" นะนะ เทวดาไม่ว่าหรอก"
" งั้นไว้โตเป็นผู้ใหญ่ก่อน"

เธอหันไปหัวเราะกับเพื่อนๆ ตั้งแต่สอนมาผมไม่เคยเจอเด็กคนไหนขอแต่งงานมาก่อนเลย ทำตัวไม่ถูกเด็กก็คือเด็กเขาไม่เข้าใจหรอก คำว่าแต่งงานความหมายของมันนั้นยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก แค่คำว่ารักอย่างเดียวมันไม่พอ บ่อยครั้งของการเเต่งงานมักจบลงด้วยน้ำตาของคน 2 คน เด็กหญิงที่สูงเพียง 4 ไม้บรรทัดจะไปเข้าใจในความลึกซึ้งของมันได้อย่างไร

เธอจับมือผมเขย่าๆแล้วบอกว่า งั้นขอเขียนกระดาน
ว่ารักครูได้ไหม เธอเร่งเร้า

"ก็ได้ ไปเขียนกระดาน แต่หลังจากเขียนเสร็จเราจะมาเรียนคณิตศาสตร์กันนะ"

เด็กหญิงไปเขียนกระดานและคำว่ารักก็อยู่บนนั้น เพื่อนทั้งห้องจึงกรูกันมาเขียนกระดานบ้าง น่าเสียดายที่ความทรงจำของพวกเขาจะถูกลบเหมือนกับตัวหนังสือที่อยู่บนนั้น เขาจะไม่มีวันจำได้ว่าเคยรักครูแค่ไหน เพราะแม้แต่ผมเองก็ยังลืมไป เวลาคือเครื่องมีอที่ค่อยๆเอาทุกอย่างไปจากเรารวมทั้งสิ่งที่จับต้องไม่ได้อย่างความทรงจำ 

วาเลนไทน์นี่ก็ดีเหมือนกันนะ ทำให้คนกล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองรู้สึก
โลกทุกวันนี้เร็วจริงๆ ขนาดเด็กป.3ยังรู้ว่าวาเลนไทน์สำคัญอย่างไร
ผมรู้จักกับวาเลนไทน์ก็เมื่อตอนมัธยมซึ่งช้าเกินไปด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับเด็กยุคนี้
ดอกไม้ที่เด็กหญิงให้มาทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวในวันเก่าว่า
บางครั้งเราก็เผลอมอบดอกไม้ให้กับคนที่เดินจากชีวิตเราไป
SHARE
Writer
Devaknov
Mutant
ใครบางคนอาจเดินทางมาแสนไกล เพียงเพื่อพบว่าปลายทางไม่มีใครเหลืออยู่

Comments