"หนังรัก"


วันแห่งความรัก


...เมื่อเช้านั่งรถมาทำงาน ระหว่างทางปกติก็จะหยิบหนังสือขึ้นมานั่งอ่านเล่นๆ (ซึ่งตอนนี้กำลังติดตามความเปราะบาง วาบหวิว และชำรุดง่ายของ ภวิล เฟรย์ คนเขียน "Fragile" เป็นเรื่องสั้นหลายๆ เรื่อง ที่กระจัดกระจายด้วยตัวละครตามตำแหน่งแห่งความเปราะบางต่างกันไป) แต่วันนี้ คงด้วยการเปลี่ยนกระเป๋าให้เข้ากับชุดที่ใส่ เพื่อมาทำงาน ก็เลยลืมสนิทที่จะถ่ายโอนเรื่องสั้นแห่งเปราะบางเหล่านั้นมาไว้ในกระเป๋าด้วย เพราะงั้นก็เลยต้องนั่งเเล่นมือถือสลับกับมองออกไปนอกหน้าต่างไปเรื่อยๆ พร้อมกับทบทวนตัวเองไปต่างๆ นาๆ

ป้าเป็นมนุษย์ที่นิยมหนังสยองขวัญมากกว่าหนังรักเป็นไหนๆ ในชีวิตที่ผ่านมาก็เลยมีคลังหนังรักเหล่านั้นน้อยเหลือเกิน แถมหนังรักที่มีอยู่น้อยนิดเหล่านั้นก็ยังถูกสรรด้วยรสนิยมประจำตัวอีกชั้น สุดท้ายหนังรักที่ชอบจริงๆ ก็มีจำนวนน้อย จนสามารถนับได้ด้วยนิ้วมือเพียงข้างเดียว

รักแห่งสยาม, ชั่วฟ้าดินสลาย และ Call me by your name เป็นหนังที่ป้าขอเรียกว่าหนังรัก เพราะถ้าไม่เรียกว่าหนังรัก ในชีวิตนี้ป้าก็คงจะไม่รู้จักหนังรักแล้วล่ะ...
จริงๆ ทั้งสามเรื่องที่พูดมา ต่อให้ป้านั่งยัน นอนยันว่าเป็นหนังรักเพียงใด จุดจบของทั้งสามเรื่องก็ไม่ได้ลากเอาอารมณ์ฝันของคนดูขึ้นไปตั้งอยู่บนสวรรค์สักนิดเดียว รักแต่ครอบครองไม่ได้, ความตาย และ การจากลา ครบ จบในสามเรื่อง ทุกข์อันเกิดจาก "ความรัก" แท้ๆ

ทว่า ถ้าใครเคยได้ดูหนังทั้งสามเรื่องนี้ และสังเกตสักนิด อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจะซึมซาบเหมือนป้าบ้าง ก็คงเป็นเรื่องของ การเรียนรู้ ค้นพบ และยอมรับ (Coming of age) ที่แฝง หล่น และกระจัดกระจายอยู่ตลอดทั้งเรื่องทั้งสาม...ซึ่งถูกที่สุดแล้วสำหรับในความรู้สึกป้าว่า "ความรักจะทำให้เราเติบโตเสมอ"

ต่อให้ห่างหาย รางเลือน หรือไม่เคยแตะสัมผัสความรักฉันชู้สาวมานานแค่ไหน สำหรับป้าแล้ว การดูหนังสามเรื่อง หลายๆ รอบ ก็ยังทำให้นั่งทอดถอนใจได้เมื่อหนังจบ
ใช่...เพียงแค่สามเรื่องนี้ก็สามารถมองภาพความรักโดยรวมได้ อาจไม่ถูกเป๊ะๆ แต่ก็ใกล็เคียงไม่น้อย

เราเรียนรู้ว่าบางความรักไม่สามารถครอบครองกันได้ แม้ว่ามันจะอยู่ใกล้เพียงริมฝีปากต่อริมฝีปาก เราเรียนรู้ว่าความรักบางทีก็ไม่ใช่เรื่องของคนสองคน เราเรียนรู้ว่าต่อให้รักกันมากขนาดไหน เราก็อยู่ด้วยกันตลอดเวลาไม่ได้ เราเรียนรู้ว่าไม่มีความผิดสถานใดที่ความรักให้อภัยไม่ได้ เราเรียนรู้ว่าเรายังเด็กเหลือเกินเมื่อแรกรัก เราเรียนรู้ว่าความรักมอบทรงจำหวานอมขม อันไม่อาจจะฉีกให้ขาดออกจากกันได้ และท้ายที่สุดความรักที่เจอในชีวิตจริงสอนว่า ต่อให้บทของยุพดี เอลิโอ โอลิเวอร์ หรือมิว ตัวละครในหนังทั้งสามเรื่อง มีความยาวกกว่านี้อีกสักร้อย หรือสองร้อยหน้า เฝ้าพูดยย้ำ พร่ำบทในหนังยาวกว่า 24 ชม. ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะหนังก็คือหนัง และชีวิตจริงคือชีวิตจริง

จริงอยู่ที่มีหลายอย่างถูกพูดแล้วในหนัง แต่ก็ยังมีอีกเหลือคะเนนับได้ ที่ยังรอให้เจอในชีวิตจริงเช่นกัน นั่นแหละ “ความรัก”...

“ความรัก” อาจมีสถานะเป็นของเหลวเหมือนน้ำรึป่าว ไม่แน่ใจ!? แต่รูปทรงคงเป็นเช่นน้ำแน่ เปลี่ยนไปตามภาชนะที่รินใส่ แตกต่างไปตามแต่ละภาชนะคน นั่นจึงทำให้เราไม่อาจจะคาดเดาได้เลยว่า “ความรัก” ที่เราจะเจอนั้น มีรูปร่าง หรือหน้าตาเป็นแบบไหน? ภาวนาก็แต่...ขออย่าได้ผิดแผก หรือแตกต่างไปมากนักจากรูปทรงแก้ว หรือหนังที่เคยเห็น หรือเคยรู้จักตลอดชีวิตที่ผ่านมา เป็นดี...

(ป้าโอป: 2561)
SHARE
Writer
pea-nut_butter
styler
all about things are around me.

Comments