เรื่องสั้น : บทสนทนาฉับพลันของชายสองคน
   "เฮ้ย! วันนี้เป็นอะไรวะ? กูเห็นมึงนั่งเงียบนานและ"
   อยู่ ๆ ไอ้อ้นเพื่อนผมก็พูดโพล่งขึ้นมาจนผมสะดุ้งตื่นจากความเหม่อลอย ขณะที่กำลังจิบอเมริกาโน่ร้อน
   “เปล่า กูแค่... คิดอะไรไปเรื่อย ๆ แค่นั้นแหละ”
   “มึงแน่ใจ?”
   “เออ”
   ไอ้อ้นยังคงมองผมด้วยความสงสัย เหมือนมันดูออกว่าจริง ๆ แล้วผมโกหก
   
   “ภาค กูถามมึงจริง ๆ”
   “เออ ว่ามาดิ”
   “กับแพมน่ะ มึงลืมเขาได้แล้วจริง ๆ เหรอวะ?”
   “มึงนี่... เรื่องมันนานแล้ว จะให้กูรื้อฟื้นอีกทำไม” ผมจิบเครื่องดื่มร้อนตรงหน้าอีกครั้งเพื่อคลายความหงุดหงิดลง แต่...
   “เมื่อวานกูเจอแพมตอนไปซื้อของเข้าร้านพอดี แล้วส่งการ์ดมาให้ มีของมึงด้วยเหมือนกัน”
   ไอ้อ้นส่งการ์ดสีขาวฟ้ามาให้ผม มันเป็นการ์ดแต่งงาน
   “แพมเขา... ฝากบอกว่าอยากให้มึงไปงานน่ะ เขาบอกว่ามีเรื่องอยากจะพูดกับมึงด้วย”
   .   .   .   .   .
   ‘แพม’ เป็นเพื่อนสนิทของผมสมัยเรียนมหาฯลัย เราเรียนคณะเดียวกัน ผมรู้ตัวว่าผมชอบแพมแต่ผมไม่อาจรู้ได้เลยว่าความรักของผมตอนนั้น มันเป็นแค่รักข้างเดียว หรือแพมเองก็ชอบผมเหมือนกัน จนกระทั่งวันวาเลนไทน์ สมัยที่ผมเรียนอยู่ปี 3 ผมตั้งใจจะไปสารภาพรักและถามแพมไปตรง ๆ แต่วันนั้น...
   “แพมครับ เป็นแฟนกับผมนะครับ”
   “ค่ะ”
   แพมตอบรับคำขอ พร้อมกับรับช่อดอกไม้จากผู้ชายคนนั้นมา ผู้ชายคนนั้นที่เป็นเจ้าบ่าวของแพมในการ์ดแต่งงานที่ส่งมา
   
   ผมไม่ได้คุยอะไรกับแพมเลยหลังจากวันนั้น
   ความสัมพันธ์ของเราเหมือนเพิ่มระยะห่างกันมากขึ้น ผมรู้สึกเหมือนมีกำแพงอะไรบางอย่างมากั้นผมกับแพมไว้ตลอดเวลา เราต่างรู้สึกอึดอัดกันทั้งคู่ แพมอึดอัดที่อยู่ ๆ ผมทำตัวห่างเหิน ไม่เหมือนเดิม ส่วนผมเอง ไม่กล้าที่จะคุยกับแพมได้อย่างสนิทใจแบบเมื่อก่อน มันคงเป็นความรู้สึกผิดของผม ที่ไม่ควรไปรักเพื่อนสนิทตั้งแต่แรก
   เราแทบไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลยนอกจากเรื่องงานจนเราเรียนจบมหาฯลัย แล้วแยกย้ายกันไปทำงานตามเส้นทาง
   ผมเองก็ไม่ได้ข่าวคราวอะไรจากแพมอีก คิดเพียงแต่เรื่องทำงาน กับหางานอดิเรกทำแก้เหงาไปวัน ๆ พยายามทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้ เพื่อไม่ให้คิดถึงเรื่องความรักหรืออะไรอื่น ถึงแม้ว่าบางครั้งมันแทบจะไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่เลยก็ตาม
   .   .   .   .   .
   “แล้ว... ตกลงมึงจะไปงานแพมเปล่าวะ?”
   “...” ผมจิบอเมริกาโน่ร้อนอีกครั้ง ดื่มด่ำกับรสชาติที่ขมขื่นสักครู่พลางคิด
   “ไปสักหน่อยละกัน เพื่อนแต่งทั้งที”
   
   ผมจ่ายตังค์ค่ากาแฟที่ไอ้อ้น หยิบกระเป๋าและการ์ดเชิญ แล้วเดินออกจากร้านไป
   
   ผมแอบยิ้มเล็ก ๆ ขณะยืนรอรถเมล์เพราะคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา ...จนรู้สึกชุ่ม ๆ ที่ตาทั้งสองข้าง ทั้ง ๆ ที่วันนี้ฝนไม่ได้ตก
   
   ไอ้อ้นนี่มัน... ดูผมออกจริง ๆ นั่นแหละ.
SHARE
Writer
Midnight_Cat
Always in rain.
นึกอะไรออกก็พิมพ์ได้เรื่อย ๆ เก่งพิมพ์มากกว่าพูด

Comments

229797x
3 years ago
อเมริกาโนรสชาติขมๆมั้ยคะ ^^
Reply
Midnight_Cat
2 years ago
ขม ๆ นิดหน่อยค่ะ แล้วแต่คนชอบด้วยน่ะค่ะ ^^’’’