ตารางชีวิตที่วุ่นวาย
- Diary - 

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาตารางเวลาเเน่นขัดทุกวัน คือเราไม่สามารถเดาอนาคตได้จริงๆ มันโคตรเป็นจังหวะซิทคอมหรือจังหวะที่กะทันหัน เราต้องใช้เวลาในการวางแผน คิดแล้วคิดอีกว่ามันจะซ้อนทับกันรึป่าว  เริ่มเลยดีกว่า

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2561 
- เรานัดกับเพื่อนๆในกลุ่มเรื่องที่เราจะนอนบ้านเพื่อนคนนั้นในวันที่ 8 ก.พ. โอเค ตกลงกันเรียบร้อยและอ่านหนังสือเตรียมสอบ - 

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 
- เป็นวันที่เรารอว่ารายชื่อจะติดสอบสัมภาษณ์รึป่าวแล้วมันก็ติด เเต่พอเลื่อนอ่านลายละเอียด อีเ*ี้ย ดั้น เป็นวันที่เรากับเพื่อนนัดกันไปนอน - 

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 
- เราต้องมานั่งขอโทษเพื่อนที่ไม่สามารถไปนอนเล่น ถ่ายรูปและอยู่ครบแก๊งค์ และเป็นวันที่มอปลายเริ่มสอบปลายภาค - 

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2561 
- สอบจนถึงวันที่ 3 - 

เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2561 
- วันปัจฉิมจ้า ที่โรงเรียน ก็มีกิจกรรมจากคุณครู รวมถึงข้อคิดและเเนวคิดในการที่เราจะเข้าไปอยู่ในรั้วมหาลัย ใครๆต่างก็พูดว่าเป็นสังคมที่น่ากลัวมองหาความจริงใจไม่เจอ เเต่เราไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูดมากหรอกนะ เพราะวันนั้นเราได้คำคมจาก สตีฟ จ๊อบส์ ว่า 
อย่าให้เสียงภายนอก มาดังกลบเสียงภายในใจ
นี้แหละคือสิ่งที่ได้ในวันปัจฉิม 

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2561 
- มอปลายไปปัจฉิมนอกสถานที่เป็นครั้งเเรก ! เพราะรุ่นที่ผ่านมาได้นอนที่โรงเรียน อิอิ รุ่นนี้ก็จะพิเศษหน่อยหนึ่ง ไปจังหวัดใกล้เคียงเดินทางเเค่ชั่วโมงครึ่งก็ถึงเเล้วอ่ะ (ใบ้ว่าเป็นระเบียงทราย) 
ตกเย็นเราก็มีงานเลี้ยงกัน โดยให้เเต่ละห้องโชว์การแสดงอย่างละ 2 ชุด ซึ่งห้องเราเลือกร้องเพลงและเต้นคุ๊กกี้เสี่ยงทาย มันน่ารักมากเลยที่ทั้งห้องเต้นได้ (ถ้าในเว็บนี้สามารถใส่ภาพประกอบและวิดิโอได้จะเเนบมาให้ดู คึคึ) หลังจากนั้นทุกคนก็นั่งกินเลี้ยง บางคนอยากออกมาร้องเพลงก็ร้องได้ เเต่บอกเลยโคตรน่าเบื่อ ! งานปัจฉิมทั้งที มันต้องสนุกดิ ไม่ใช่ร้องเพลงเศร้า กูจะบร้าา ~ เพราะงั้นเมื่อหมดคิวเพื่อนเค้าเเล้ว เราชวนเพื่อนสนิท คนนี้ถึงไหนถึงกันแม้ว่ามันจะขี้อายเเต่ก็ยอมทำ เราชวนมันไปร้องเพลงด้วยกัน เพลงร้องคือเพลง คุกเข่า จัดแม่งเอาให้ร็อคไปเลย ร้องเพราะไม่เพราะไม่รู้จะที่รู้คือ กูอยากเต้น 
จากนั้นงานเลี้ยงที่เเสนเรียบง่ายถูกแปรสภาพกลายเป็นงาน รำเวียนครก ! สายย่อ โคโยตี้ก็มา ! งานเลิกประมาณเที่ยงคืน เเต่เรากลับมาก่อนเพราะเต้นต่อไม่ไหวจริง ฮ่าๆ - 

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2561 
- ถึงเวลากลับ ตอนนั้นในใจคิดว่าเราจะไปทันรึป่าว วันที่ 8 อ่ะ เพราะมันต้องสอบสัมภาษณ์ที่ภูเก็ต กลัวจะไปไม่ทัน จู่ๆ ครูก็นัดซ้อมใบจบขึ้นมาซะงั้น เล่นเอาคิดหนักมากกว่าเดิมอีก เรากลับมาถึงบ้านอีกที ก็ 5 โมงเย็น โดนเเม่ด่า พ่อก็บอกว่าจะไม่ไป เห้อ ท้อมาก ประชดเลย เดี๋ยวไปเองก็ได้ เเต่เรารู้แหละว่าไงพ่อแม่ก็ต้องพาเราไปอยู่ดี ตอนที่พ่อขึ้นรถ พ่อบอกว่าให้เราเปิด GPS ก็เปิดนะ เสร็จพ่อก็บอกว่า ถ้าเเค่เปิดมันก็ทำได้ เเต่พอเราไปถึงที่นั่นแล้วเราจะนอนกันที่ไหน คือเงิบทั้งเเม่ลูก โชคดีที่แม่มีพรรคพวกอยู่ภูเก็ต เลยได้นอนพักฟรีๆ 

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 
- เราไปสอบสัมภาษณ์ที่ภูเก็ต ตื้นเต้นสุดๆ กลัวว่าเขาจะสอบเเบบอิงกลุ่มตอบคำถาม ใครตอบไม่ได้ตัดออก ในความคิดคือโหดร้ายเเละก็กดดันมาก พอได้เข้าไปสอบจริงๆ มันก็ไม่ได้เป็นในเเบบที่เราคิดนะ ง่ายๆ สบายๆ โชคดีด้วยที่เราอ่านคำถามพื้นฐานมา เตรียมไม่เยอะเลย จริงๆ - 

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2561 
- กลับมาจากภูเก็ตซักช่วงบ่ายๆ ขอแม่ไปนอนบ้านเพื่อนเเต่แม่ไม่ให้ เพราะตอนนั้นเราไปบ่นว่าปวดเนื้อปวดตัวจากวันปัจฉิม (คือจัดหนักกว่าเพื่อนอ่ะ) เช้ามาก็ต้องรีบเเต่งหน้าโทนอ่อนๆ ไม่ซ้อมใหญ่รับใบจบ (ยิ่งใหญ่เนอะ แถมต้องใส่ชุดครุยด้วย) ช่วงบ่าย ก็จะเป็นการส่งพี่มอหก ที่น้องๆมอสี่ห้าทำให้ เราเสียใจ ไม่ได้ซื้อไรให้น้องเลย ขอโทษนะแกร พี่เหนื่อยมากจนไม่มีเวลาไปซื้ิให้ จากนั้นก็ต้องรีบกลับบ้านเพื่อเตรียมตัวไปดูงานมีตแอนด์กรี๊ด แบมแบมและมัคคึ ที่กรุงเทพ - 

เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561 
- ต่อจากเมื่อกี้ ในช่วงค่ำรถทัวร์ออกประมาณสองทุ่ม แวะพักกินข้าวต้มที่คุณสาหร่าย ที่ตลกคือเรากับเพื่อนเกือบขึ้นรถทัวร์ผิดคัน เพราะไม่ได้ดูป้ายทะเบียนทั้งคู่ โชคดีที่ว่าลุงมาเป็นเพื่อน ไม่งั้นได้กลับบ้านอีกรอบแน่ๆ 

รถทัวร์วิ่งมาถึงกรุงเทพสายใต้ เป็นเวลาประมาณ ตี 4 (นอนหลับตาฝันนน ฉันฝันถึงเธอ พี่ทอยก็มา) นั่งรอให้ฟ้ามันสว่างกว่านี้ ระหว่างนั้นแม่ไลน์มาบอกว่ามันมีงาน อุ่นไอรักที่วังสวนดุสิต พอได้เวลาประมาณ7 โมง บอกลุงแท็กซี่พาไปวังสวนดุสิต พวกเราเป็นเหมือนคนบ้านนอกเข้ากรุง คือเดินถือกระเป๋ามาเเถวรั้วพระราชวัง ะวกทหารองครักษ์ก็มองกันใหญ่ (มองไรมิทราบ!!) ลุงมองหาแล้วก็ไม่มีทางเข้าไปสักทีจึงสอบถามทหารองครักษ์ก็บอกว่า "อ่อ เปิดให้เข้าชม 10 โมงเช้าครับ" เป็นไงละหน้าแหกอ่ะดิ ต้องนั่งรถแท็กซี่จากกรุงเทพไปนนทบุรีบางซื่อ เสียตังไปตั้งร้อยหนึ่ง แต่ตอนนั่งในรถระแวงมากกลัวจะเกิดอะไรไม่คาดคิด พอถึงโรงเเรมก็แวะพักผ่อนรอไปงานเบลอสักเที่ยง ในงานเราได้เจอครอบครัวเเบมครบทุกคน ยอมรับเลยว่าหน้าตาดีกันทั้งบ้าน เเต่ที่เราเสียใจคือ ตอนที่เค้ารันคิวอ่ะ เรากับเพื่อนไปถึงตรงเวลาเลนนะ หกโมง เเต่ไม่สามารถเข้าไปรันคิวได้ แปลกมั้ย ? นั่นก็เพราะว่า งานเบลอมันมีสองรอบ เราดได้รอบหกโมงเย็น คนที่ได้รอบหกโมงเย็นเขามาต่อเเถวรอตั้งนานเเล้วหลังจากที่รอบบ่ายสองเข้าไป ซึ่งนั้นกูกับเพื่อนยังนั่งกินข้าวอย่างอร่อย งานนี้ทำให้เราได้พบกับตุ๊ดเพื่อนใหม่ผู้ตื้นเต้นกับสิที่หื่นเเละกาม 55 ล้อเล่านะ ตัวเธอ ด้วยความที่เป็นคนจังไรมันเลยเป็นเพื่อนกันได้ - 
SHARE
Written in this book
หากวันหนึ่งฉันลืมเรื่องพวกนี้
เกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆในชีวิตประจำวัน

Comments