สิ่งที่ทำหล่นหายระหว่างทาง

แด่..ฉันผู้ที่ไม่เคยถูกเลือก

ตอนที่เราเป็นนักเรียน
พวกเราเท่าเทียมกันหมดจะรวยจะจน
เราก็คือนักเรียน

พอเรียนจบ...
ถึงจุดหักเหของชีวิต
มีหลายทางให้เราเลือกเดิน
เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าทางไหน
จะพาเราถึงฝันได้ดีกว่ากัน

เรารู้แค่ว่าตอนนี้เราต้องเลือกสักทาง
ชีวิตตอนนี้เหมือนเทียนที่กำลังจะดับลง
แต่ด้วยแรงศรัทธา ทำให้มันยังส่องสว่างอยู่
ถึงแม้จะดูริบหรี่ก็ตามที

ในขณะที่ทุกคนเริ่มออกเดินตามทางของตัวเอง
กลับกลายเป็นฉันที่ยังคงหยุดเดิน
อยู่ที่ทางแยกของชีวิต
ทั้งสบสนและเศร้ามาก

โอกาสมีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
หากเลือกผิด..
ทุกอย่างที่สร้างมาก็คงก็สูญสลายหายไป
แต่! ถ้าโชคดี
เราก็ยังได้เดินต่อไปอีกก้าว

แล้วทางไหนกันล่ะ ใครก็ได้บอกทางเราที
ได้แต่คร่ำครวญอยู่อย่างนั้น
จนในที่สุด
แรงศรัทธาได้หมดลง
พร้อมหยดน้ำตาที่เอ่อล้น
พังหมดแล้วทุกสิ่งที่สร้างมา
ทุกสิ่งที่อดทนและพยายาม
เพื่อรอเจออะไรแบบนี้จริงๆเหรอ

ฉันได้แต่โทษตัวเอง
ไม่มีใครผิด นอกจากตัวฉันเอง
ถึงฉันจะเลือกทางที่ดีที่สุดให้ตัวเองแล้วก็ตาม
แต่ก็ไม่อาจฝืนโชคชะตาได้




โชคชะตานำพาให้ฉันได้พบกับความลำบากที่สุดในวัย18ปี อาจเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนมีที่เรียนแล้ว ยินดีด้วย ส่วนตัวฉันได้แต่อวยพรให้พวกเขา ทั้งที่ในใจกำลังร้องไห้เสียงดังภายใต้รอยยิ้มนั้น

พวกเขาจะรู้ไหมนะ ว่าฉันเศร้าแค่ไหน ทั้งๆที่พยายามแล้วแท้ๆ แต่กลับกลายเป็นฉันที่ช้ากว่าคนอื่นตลอด

.
.

เมื่อเวลาผ่านไป ฉันเริ่มชินกับมัน
แต่เวลาใครพูดถึงเรื่องนี้ทีไร
หัวใจมันมักจะเต้นแรงเสมอ
ไม่ได้โกรธหรือเกลียดคนที่ถาม
แต่กลับรู้สึกน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองเท่านั้น


ตอนนี้ฉันรู้ว่าตัวเองโชคดีกว่าคนอื่นที่เจอความลำบากก่อนคนอื่น เรียนรู้อะไรใหม่ๆ
โลกใบใหม่ของฉันได้เริ่มขึ้น
ตอนแรกฉันกลัวที่พบปะใครๆก็ตาม
ทุกคนมักถามว่าฉันเรียนที่ไหน เรียนอะไร ?
ฉันต้องตอบมันซ้ำๆซากๆ
ฉันจะตายอยู่แล้วเลิกถามสักที


แต่เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่ง
นั่นคือเรื่องจริง 
อาจเหนึ่งดือนหรือหนึ่งปี ห้าปี ไม่มีใครรู้
ฉันใช้เวลากับเรื่องนี้ถึงสองปี
กว่าจะผ่านมันมาได้และฉันรู้สึกว่าตัวเองเข้มแข็งมากกว่าเมื่อก่อนแล้ว พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง

 เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันด้วยความเข้าใจ
ในเมื่อโชคชะตาเป็นแบบนี้ เราก็ไปแบบนี้ ฝืนไปก็มีแต่จะเจ็บปวดและเสียเวลาพบเจออะไรดีๆ



ตอนนี้อายุ20แล้ว
สิ่งที่ได้มาคือบทเรียนแต่สิ่งที่หายไป
อาจจะเป็นความฝันที่ลดลงและจางหายไป
เป้าหมายในชีวิตคืออะไร อยู่เพื่ออะไร
จะอยู่แบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ จะโตไปเป็นคนแบบไหน ทำงานอะไร จะอยู่อีกนานไหม

ถ้าเป็นเมื่อก่อน
ตื่นเช้ามาฉันจะตั้งเป้าหมายว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง แต่ตอนนี้แค่ตื่นนอนแล้วทำมันให้หมดวันแล้วก็นอน ผ่านไปไม่มีอะไรเกิดขึ้น วันแล้ววันเล่า

แรงบันดาลใจในชีวิตหายไปไหนหมด
ความฝันที่เคยตั้งไว้ตอนนี้มันดูเลือนราง

 
ฉันรู้สึกขอบคุณตัวเอง
ที่วัันนั้นตัดสินใจที่จะเดินต่อ
อาจเป็นทางเลืืือกทีี่ี่ี่ต่างจากคนอื่นโดยสิิ้ินเชิิง
แต่เชื่อสิ ฉันนำพวกคุณอยู่ก้าวนึงแล้วแน่ๆ

ฉันได้พบผู้คนมากมายที่ในโรงเรียนไม่มีสอน
ทั้งการเป็นอยู่ ชีวิตของผู้คน การเข้าสังคม มีอะไรหลายๆอย่างที่ฉันไม่เคยพบเจอ
และฉันตื่นเต้นไปกับมัน
ลองมาคิดดูดีๆมันก็ไม่แย่ไปเสียซะหมด
ยังมีอะไรดีๆให้เราได้เรียนรู้ตลอดเวลา
ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือในตำราเรียน
หรือแค่ห้องแคบในตึกเรียน
ชีวิตจริงมันเหนือการคาดเดา
อย่างน้อยก็รู้สึกโชคดี
ที่โชคชะตาได้ให้บทเรียนกับฉัน
และฉันจะมีชีวิตต่อไปให้มีความสุข
สมกับที่ได้รับบทเรียนราคาแพงนี้






แท้จริงแล้วความฝันไม่ได้หายไป
แต่ความฝันจะเปลี่ยนตามข้อจำกัดของชีวิต
ความฝันก็เหมือนการดับไฟในห้อง
เมื่อมืดย่อมมองอะไรไม่เห็น
แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของในห้องจะหายไป 
การค้นหาตัวเองเสมือนแสงไฟ
ยิ่งค้นความฝันจะยิ่งชัดเจนขึ้น


สยายปีกโบยบิน-
ปริญ บุญภูพิพัฒน์ เขียน









SHARE
Written in this book
AC118 -
Writer
9h
September
" แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คน เราก็ยังโดดเดี่ยว "

Comments