Man down chapter 1 : Light of hope really?
         ตอนเด็กๆเคยคิดไว้ว่าตัวเองจะเป็นคนทำหนัง ทำแบบจริงจังเป็นผู้กำกับระดับออสการ์ ลูกโลกทองคำไรก็ว่าไปเอาให้เลยระดับ สุวรรณหงส์ บ้านเราไปไกลระดับโลก แต่ไหนอยู่ดีไม่ว่าดี มีวันหนึ่งตำแหน่งช่างภาพไม่มีใครถ่าย ด้วยความไม่รู้ได้จับกล้องครั้งนั้นทำให้กลายมาเป็นคนที่ถ่ายงานให้คนอื่นบ่อยๆโดยไม่รู้ตัว
          3 ปีกว่าๆในรั้วมหาลัยที่ๆมีคนรายล้อมเกือบเป็นพันในแต่ละวัน แต่ละวันเหมือนการแข่งขันที่ๆใครๆก็อยากเป็นในสิ่งที่ฝันไม่ต่างจากตัวเรา ระบบการแข่งขันที่โคตรจะเข้มข้นยิ่งกว่านมข้นหวานที่แช่ในตู้เย็นทั้งเหนียวและแข็งปั้ก แบบงงๆกันไป แต่ที่จะบอกก็ง่ายมากเหมือนกับว่าใครๆก็จะแย่งกันและมีกดขี่กันในบางครั้ง 
          แต่ผิดกับตัวเราที่แทบไม่ต้องไปแย่งกับใคร เนื่องจาก ในการออกกองแต่ละครั้ง ทุกคนชอบมาทักท้วงให้ไปช่วยงานออกกองถ่ายหน่อยสิ ในตอนแรกก็แอบดีใจที่คนมาขอร้องให้ไปช่วย พอถามว่าให้ไปช่วยอะไร คำทุกคำจะออกมาเหมือนๆกัน 
    เห้ย ! วันที่ .... ว่างไหมวะ ไปทำไฟให้หน่อยดิ       ไม่มีคนทำว่ะ ครับ งานที่ใช้แรงงานเหมือนแบกหามต้องวิ่งทำนู้นทำนี้ตัวแทบขาด อดหลับอดนอนในบางที หนทางดูไกลจากช่างภาพที่ใฝ่ฝันไว้ เหมือนตื่นมาตอนนอนมองดูเพดานสีขาวๆที่มีรอยฝุ่นบ้าง แต่มันก็ดูเหมือนว่างๆยังไงไม่รู้ 
          ลองมองในอีกมุมมองก็ดีเหมือนกันที่ไม่มีใครทำเพราะการทำไฟ ก็ถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีของช่างภาพในการทำหนังเลยก็ว่าได้ แต่บางคนกลับมองว่าเป็นงานที่เหนื่อย ปวดหลังแต่ก็จริงแหละมันปวดหลัง ถึงอย่างนั้นการถ่ายหนัง แสงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆในการถ่ายหนัง

          ในตอนนี้ลองมาคิดดูดีๆเหมือนตอนนี้เรามีไพ่คู่เอสหมอบไว้อยู่ในมือ ในขณะที่คนอื่นๆต่างหงายคู่ 7 8 ออกมาอย่างเมามันส์ในขณะที่เรา รอวันที่จะหงายคู่เอส ออกมาแล้วก็ ตู้ม!! เป็นไงล่ะ           
          ในทุกงานก็จะต้องทำงานหนักมาก่อนมันก็ไม่ต่างกับการสร้างรากฐานเลย ถ้ารากฐานเราดีมันก็จะล้มได้ยากสร้างต่อขึ้นไปได้ง่ายไม่ล้มแถมน่าจะสวยอีกต่างหากมั้ง แต่ถ้าเราไม่มีรากฐานที่ดีแน่นอนมันก็ล้มง่ายสิ
แต่ว่าตอนนี้แม้งโคตรปวดหลังเลย
SHARE
Written in this book
Man down
Writer
PabhonIsFine
Filmmaker
I will tell you a little secret.

Comments