รถไฟฟ้า ความจริง ห้อง ความฝัน
ในรถไฟฟ้าแห่งความจริง เช้าวันจันทร์

ระหว่างโหนรถไฟฟ้าไปทำงานเหมือนทุกวัน จู่ๆ ก็เกิดคำถามว่า “ถ้าโลกหยุดหมุน รถไฟฟ้าขบวนนี้จะหยุดขยับไหม?”

แอร์เย็นเฉียบที่ออกแบบเพื่อรองรับคนที่อัดแน่นราวปลากระป๋องก่อนเวลาเข้างาน รถไฟเที่ยวแปดโมงแน่นยิ่งกว่ารถเมล์สายไหนๆ รวบรวมหนุ่มสาว ผู้ใหญ่วัยทำงาน จนกระทั่งคนแก่ กว่าครึ่งบนนั้นเสียบหูฟัง ในมือมีสมาร์ทโฟน ที่หน้าอกห้อยบัตรพนักงานของบริษัทต่างๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า ส่วนตัวฉัน มุ่งหน้าไปยังสถานีหมอชิตเหมือนทุกวัน

บางครั้งมันแน่นตั้งแต่สถานีปลายทางบางหว้า และแน่นขึ้นไปอีกที่สถานีวุฒากาศ ตลาดพลู โพธิ์นิมิตร วงเวียนใหญ่ กรุงธนบุรี สะดุดกึกอย่างแรงที่สะพานตากสิน แน่นที่สุดจนถึงสุรศักดิ์ เบาบางลงที่ช่องนนทรี ศาลาแดง ราชดำริ จนกระทั่ง สยาม

‘ประตูรถจะเปิดด้านขวา'

ที่สถานีสยาม บางส่วนเปลี่ยนขบวนไปสายสุขุมวิท บางคนไปหมอชิต บางคนไปสำโรง บางคนลงที่สถานีสยาม บางคนไปต่อที่สถานีปลายทางสนามกีฬา พันธะชั่วครู่สลายหายไปทันตาที่สถานีสยาม

ฉันยืนจับราวรถไฟฟ้า มือซ้ายถือกระเป๋าคอมพิวเตอร์หนักอึ้ง ถ้าเกิดมันเบรคกะทันหัน กระเป๋าคอมฉันจะกระเด็นไปกระแทกหัวใครไหม แล้วเขาจะหัวบุบจนตายเลยไหมนะ ได้แต่คิด ...คิด ...แล้วก็คิด นอกเหนือจากเวลาเข้างาน ฉันคิดทุกอย่างที่ผ่านมาในชีวิต รวมไว้ในหัว ใน 40 นาทีนั้น

กระแสความคิดไหลเร็วแต่ติดขัดต่อเนื่อง ทุกอย่างสะดุดกึกเป็นระยะถี่กว่าจังหวะเบรคของรถไฟฟ้าแต่ละสถานี

สาวออฟฟิศที่ยืนเบียดกันตั้งแต่สถานีปลายทางฉีดน้ำหอมกลิ่นหวานชวนเวียนหัว หนุ่มออฟฟิศอีกคนสะพายกระเป๋าใบโตกระแทกสีข้าง ส่วนฉันปล่อยผมจนหัวฟูปล่อยให้มันเข้าตาใครต่อใคร เราต่างคนต่างมีภาระของตัวเองที่ต้องเดือดร้อนคนอื่นเรื่อย แต่เดี๋ยวเราจะแยกจากกัน และลืมกันไปที่สถานีใดสถานีหนึ่ง ถึงพรุ่งนี้เราจะเวียนกลับมาเจอกัน ฉันก็จะจำคุณไม่ได้อีก

มือข้างหนึ่งที่ว่างอยู่แกะยาออกจากแผง อีกข้างที่ไม่ว่างถือขวดน้ำทุลักทุเลเทใส่ปาก จำไม่ได้ว่ากินยาไปกี่เม็ด เพียงแค่กินเรื่อยๆ ปล่อยไหลไปตามกระแสความคิดจนกระทั่งมันสะดุดกึกตามจังหวะเบรคก่อนถึงสถานีสะพานตากสิน เลื่อนไหลจนถึงสถานี จอดครู่หนึ่ง และวิ่งต่อเต็มความเร็วไปยังสถานีสุรศักดิ์

แล้วโลกก็หยุดหมุนจริงๆ
ฉันรู้ได้ยังไงกันนะ ?

รถไฟฟ้าไม่ได้เบรคหัวทิ่ม ทุกอย่างแค่หยุดเลื่อนไหลตามกาลเวลา ไม่มีสิ่งใดขยับ กระทั่งเข็มวินาทีก็ไม่กระดิก ใครก็ตามในขบวนรถไฟแน่นิ่งอยู่ในท่าเดิมก่อนที่โลกจะหยุดหมุน แม้กระทั่งรถยนต์บนถนนก็แน่นิ่งเหมือนจอดแช่

ฉันคนเดียวที่ยังขยับได้อยู่
อภิสิทธิ์ชนแห่งช่องว่างของกาลเวลา

“เธอ...”

ชายหนุ่มคนนั้นเดินเข้ามา ทำให้ฉันรู้ตัวว่าฉันไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวในห้วงเวลาที่หยุดลง ฉันตกใจ แค่ตกใจ เพราะเป็นคนตกใจง่าย แต่มันไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย ที่ฉันจะเจอเขาที่นี่ ตอนนี้ เขาคือ ‘เจ้าจอลลี่แบร์'

“อ้าว...”

คนเดียวกับคนที่โบกมือลาก่อนหน้า คนที่ยืนส่งฉันที่บันไดรถไฟฟ้า คนที่แตะไหล่เบาๆ ทุกครั้งก่อนจาก

โลกใบนี้ที่หยุดหมุน กาลเวลาที่หยุดนิ่ง พรากเอาทุกความรู้สึกที่มากับการหมุนของโลกออกไปหมด มวลความเศร้า ความเหงา ทุกความทุกข์ที่เคยมี ฉันไม่อยากให้มันหมุนต่อ ไม่อยากให้เข็มวินาทีเดินต่อ ถ้าโลกใบนี้มีเขาอยู่

“มันจะหมุนอีกมั้ย?” ฉันถาม

“ไม่อยากไปทำงานเหรอ?” เขาย้อนถาม

ตอนนี้เราไม่ต้องจับราวรถไฟฟ้า เพราะมันไม่ได้วิ่งต่อ แต่เราออกไปไหนไม่ได้ เพราะประตูไม่เปิด มีแค่คนสองคน ในขบวนรถที่เต็มไปด้วยคนอื่นหลายคนที่ไม่หายใจแล้ว

ทิวทัศน์นอกหน้าต่างเริ่มเลือนหายกลายเป็นสีดำมืดทึบเหมือนกับดวงอาทิตย์ดับสลาย

มันมีบางสิ่งที่ดูหายไปในวันนี้
โลกที่เราอยู่มันดูแคบลงในตอนนี้ 

“กลัวอะไร?”

“ข้างนอกมันมืด” ฉันตอบ

“ไม่เห็นมีอะไรเลย มันก็แค่มืด”​

“…”

“ธรรมชาติมากเลย ก็...”

ไฟในตู้รถไฟฟ้าค่อยๆ ดับมืดทีละดวง จนกระทั่งเหลือแหล่งกำเนิดแสงเพียงหลอดไฟไม่กี่หลอดจากรถไฟตู้เดียว ตู้ที่เรายืนอยู่

มือเย็นๆ คู่นั้น เอื้อมมากุมมือฉันไว้ ฉันเงยหน้ามองเขา ชายคนเดิม คนนั้น คนที่เข้ามาตอนที่โลกใบเก่าที่หมุนกระท่อนกระแท่นของฉันกำลังจะแตกสลาย

“สถานีต่อไป สถานีปลายทางบางหว้า”
“รถไฟขบวนนี้ ให้บริการถึงสถานีปลายทางบางหว้า ผู้โดยสารกรุณาออกจากขบวนรถ”

ผู้คนหายไปโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว รู้อีกทีแหล่งกำเนิดแสงดวงสุดท้ายก็ดับลง กลายเป็นโลกที่ไม่มีภาพ ไม่มีเสียง มีแต่สัมผัสจากมือนุ่มนิ่มเหมือนเนื้อเยลลี่รูปหมีคู่นั้น

“ไม่ต้องกลัวนะ”

เขาจูงมือฉันเดินไปที่ไหนสักที่ในอาณาบริเวณไร้แสงน้ำทาง ไม่รู้เหนือรู้ใต้ ไม่รู้ว่าพื้นสัมผัสใต้รองเท้าคืออะไร ที่ไหน สูงจากน้ำทะเลเท่าไหร่ ไม่นานเราสองคนก็ร่วงหล่นพร้อมกัน



ฉันตื่นขึ้นในถุงขนมจอลลี่แบร์
แต่ฉันไม่ใช่จอลลี่แบร์

เจ้าจอลลี่แบร์สีม่วง นอนแหมะเดียวดายในถุงจอลลี่แบร์ที่มีฉัน ฉันนั่งมองเจ้าเยลลี่หมีพวกนั้น สีเขียวบ้าง สีแดงบ้าง สีเหลืองบ้าง และเจ้าจอลลี่แบร์สีม่วงตัวนั้น

ขนมชิ้นนั้นไม่ได้โดดเด่นกว่าชิ้นอื่น มันหลบซ่อนอยู่ใต้เงาในก้นถุง จอลลี่แบร์ทุกตัวมีความโดดเด่นในตัวเอง พวกมันตัวใสผิวเลื่อมสีสวย รสหวานเท่ากันแต่กลิ่นหอมต่างกัน มันก็ไม่ต่างกันมากหรอก

'ยังไงก็ต้องถูกกินหมดอยู่ดี’ 

ฉันคิด 
จ้องมองจอลลี่แบร์ตัวนั้น ...แล้วคิด
ก่อนจะตื่นขึ้นอีกครั้ง



ในห้องแห่งความฝัน เช้าวันเสาร์

ห้องสี่เหลี่ยมที่มีวัตถุคล้ายเตียงตั้งอยู่ข้างฉัน มันเกือบจะเป็นเตียง แต่ถูกใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์มาเสมอ

เยลลี่หมีนอนอยู่บนพื้น นอนอยู่ข้างฉัน ไม่สิ ไม่ใช่เยลลี่ เจ้าขนมตัวนุ่มกลายเป็น "คน" โดยมีเสียงกรนเบาๆ เป็นเครื่องยืนยันความเป็นมนุษย์ ความอบอุ่นของผิวหนัง และมันไม่ได้มันเลื่อมเหมือนกับจอลลี่แบร์ มันคือผิวหนังของมนุษย์ทั่วๆ ไป อีกทั้งจากขนาดตัวเล็กจิ๋วเท่าปลายก้อยยังยืดขยายจนตัวใหญ่ยิ่งกว่าฉันเสียอีก

"เธอ..." เขาเรียกฉัน

ฉันสบตาเขา ตาดำครึ่งวงกลมที่ซ่อนอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือไว้ใต้เปลือกตาตกนั่น บางครั้งฉันกลัวมัน เพราะเหมือนเขากำลังปิดบังบางอย่าง เหลือเพียงความจริงครึ่งเดียว

"หืมมม"

ฉันตอบเสียงลากยาว แสดงออกให้รับรู้ว่ายังง่วงอยู่

"นอนต่อมั้ย?"

“ไม่" ฉันตอบ อ้าปากหาวเฮือกใหญ่

“พูดแบบนี้เดี๋ยวก็หลับ”

“โลกหมุนแล้วเหรอ?”

“ใช่”

มองออกไปนอกหน้าต่าง ยังเห็นแสงเหมือนทุกวัน ข้างนอกยังมีพระอาทิตย์ มีพระจันทร์ ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม โลกกว้างเท่าเดิม เขาคนเดิม คอมพิวเตอร์เครื่องเดิม แต่เป็นเพลงใหม่ในทุกสามวัน 

ในห้องแห่งความฝัน กำแพงบางอย่างถูกก่อขึ้นอย่างง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพในการกักเก็บแต่สิ่งที่ตัวเองอยากให้มีอยู่ในนั้น และกีดกันฉันออกจากโลกจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ...แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันก็ยังคงเป็นโลกแห่งความจริง

โลกของจริง
ความรู้สึกของจริง

“รักนะ”

เสียงไร้ที่มาดังขึ้นกลบเสียงเพลง เพลงเฟดลงแล้วเงียบหายไปไร้สาเหตุ แต่ไม่มีใครในห้องนั้นมองหาสาเหตุ ไม่มีใครมองหาต้นเสียง กลายเป็นเสียงไร้ที่มาเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูด ไม่มีใครพูดก่อน ไม่มีใครตอบรับ ไม่มีอะไรในห้องเลย ...มีแต่ความรักอยู่ในนั้น



ในรถไฟฟ้าแห่งความจริง

สถานีต่อไป ...สถานีสยาม
ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนขบวนรถไปสายสุขุมวิทได้ ที่สถานีนี้



หากมีสิ่งเดียวที่ทำให้โลกหมุนต่อไป
ระวังเพราะมันอาจทำร้ายเราตอนสุดท้าย
.
.

จีน มหาสมุทร - แก่ลงอยู่ทุกวัน
 


SHARE

Comments

theNeverything
6 months ago
เขียนได้น่ารักจังค่ะ
Reply
NUNTIYA
6 months ago
น่ารักมากเลยค่ะ💕
Reply