จะรักใคร trust เขาให้ได้ก่อน ถ้า trust ไม่ได้ให้ถอยออกมา
มีบางอย่างที่ยังค้างอยู่ในใจอยากเล่าลง storylog มาสักพักแล้วแต่เวลาไม่เอื้ออำนวยงานก็ยุ่ง มีเวลาพักผ่อนน้อยประกอบกับต้องการทอดเวลาให้ผ่านไปก่อนเพื่อกลั่นกรองความคิดให้ตกผลึกว่าสิ่งที่ได้ตัดสินใจไปคิดมาดีแล้ว! และตอนนี้ก็ได้คำตอบแล้ว

เคยหมดความไว้เนื้อเชื่อใจใครสักคนไหม? ถ้านี่คือคำถามที่ต้องถามตัวเอง ในชีวิตนี้เคยหมดความไว้ใจคนอยู่ 3 คน 

นุช (นามสมมติ) นุชกับเราเป็นรู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาล จนวันที่ต่างคนต่างเรียนจบ เรากับนุชเรียนจบในเวลาไล่เลี่ยกันแต่นุชรับปริญญาก่อน นุชขอให้เราไปเป็นตากล้องและเป็นเพื่อนในวันซ้อมและวันรับจริง เราก็ลางานตาลีตาเหลือกไปตั้งแต่เช้าตรู่ ก็อยู่แสดงความยินดีกับเพื่อนจนจบภาระกิจ เราจำได้ดีว่านุชบอกว่าในวันที่เรารับปริญญานุชจะมาอยู่เป็นเพื่อน จนวันที่เราซ้อมรับปริญญา นุชบอกไม่ว่างเพราะติดงาน ก็เออไม่เป็นไรเพราะเพื่อนบอกว่าวันจริงจะไม่ยอมพลาด...และวันรับจริงมาถึงครอบครัวมากันพร้อมหน้าพร้อมตาแต่ไม่มีแม้แต่เงาของนุช นุชไม่มีแม้กระทั่งโทรมาจนแม่ถามหลายครั้ง 'อ้าวนุชไม่มาเหรอ' เราเลยโทรหานุชในช่วงบ่าย ได้ยินเสียงงัวเงียของนุชรับสายและก็บอกว่าป่วยแต่น้ำเสียงคือคนเพิ่งตื่นนอน ช่วงนั้นนุชเที่ยวกลางคืนบ่อย และสิ่งที่ทำให้เราผิดหวังกับคำตอบนุชคือ นุชบอกว่าป่วยเพิ่งตกบันใดขาแพลงเดินไปไหนไม่ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่วันนุชเพิ่งบอกว่า นุชไปทำเลเซอร์ที่หน้ามาหน้าจึงยังไม่เข้าที่ไม่กล้าออกไปเจอใคร เราฝืนบอกด้วยน้ำเสียงสดใสว่า 'ไม่เป็นไรจ้ะ' แต่นับจากวันนั้นต่างคนต่างรู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนไม่มีวันเหมือนเดิม นุชเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองกำลังโกหกเพราะแม่นุชโทรมาขอโทษเราที่นุชไม่มางานเราพร้อมทั้งต่อว่านุชให้เราฟัง...แค่นี้ก็รู้แล้วว่านุชไม่ได้ป่วยจริง

ลิส (นามสมมติ) เป็นอีกหนึ่งในเพื่อนสนิทไม่กี่คนที่เรามี ลิสกับเราสนิทกันออกทริปด้วยกันบ่อย ๆ วันหนึ่งที่ลิสชวนเราไปสอบเข้าราชการเพราะลิสอยากได้งานราชการมานานแล้ว ในขณะที่เราไปสอบขำ ๆ เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้ชอบสายข้าราชการและที่สำคัญคือเราฉลาดน้อย ภาษาชาวบ้านคือโง่นั่นเอง แฮร่! วันประกาศผลลิสตื่นเต้นมากรีบโทรมาบอกว่า 
'เอ้ยผลสอบประกาศแล้วนะ รีบดูเร็ว ๆ ฉันหาชื่อเธอไม่เจอไม่รู้ว่าอยู่หน้าไหนแต่ของฉันกับกิฟท์ (เพื่อนอีกคนที่สอบพร้อมกัน) อยู่ใกล้ ๆ กัน' 
นี่ก็พาซื่อรีบเปิดดูไล่ดูรายชื่อตั้งแต่ต้น เอ๊ะชื่อมันก็ run ตาม alphabet นี่นาชื่อเราต้องเจอก่อนคนอื่นอยู่แล้วเพราะเป็นตัวแรกของอักษรไทย! ที่หาไม่เจอก็แสดงว่าเราไม่ผ่านไงจะมีชื่อได้เยี่ยงไร...เราได้แต่เก็บความสงสัยและโทรไปบอกลิสว่า เราสอบไม่ผ่านนะไม่เจอรายชื่อ...ลิสเหมือนเสียงเจื่อน ๆ ว่านั่นสิหาชื่อไม่เจอแต่น้ำเสียงที่ฟังลิสรู้อยู่แก่ใจว่าเราสอบไม่ผ่านแต่ไม่กล้าบอก จริง ๆ มันเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก เราไม่ได้เสียใจที่สอบไม่ผ่านเลยเพราะถึงผ่านเราก็ไม่อยากทำงานราชการอยู่แล้ว แต่มันเสียใจลึก ๆ ทำไมลิสช่างไม่เข้าใจอะไรเลย คบกันมาตั้งนานลิสก็น่าจะรู้ว่าเราชอบคนพูดตรง ๆ และอีกหลายครั้งที่ลิสทำอะไรลับหลังและมันเกี่ยวกับเราและเรามารู้ทีหลัง มันเจ็บพอสมควรที่คนที่ไว้ใจทำแบบนี้ ลิสยังไม่รู้ตัวว่าเราไม่เหมือนเดิมเพราะเราไม่เคยแสดงออกให้ลิสรู้...แต่ในความเป็นจริงเราถอยห่างจากลิสมาอย่างเงียบ ๆ 

อเล็กซ์ (นามสมมติ) เป็นเพื่อนที่ทำงานเก่าที่คุยกันถูกคอ...เป็นคนไทยที่ไปเติบโตที่เมืองนอก 
อเล็กซ์กลับมาทำกิจการต่อจากพ่อหลังจากที่ลาออกจากที่ทำงาน  เรามารู้ทีหลังว่าบ้านอเล็กซ์ค่อนข้างมีฐานะเข้าขั้นเศรษฐีย่อม ๆ พ่อเป็นนักธุรกิจและมีกิจการไว้ให้ลูก ๆ รับช่วงต่อไว้อยู่แล้ว ถ้ารู้ก่อนหน้านั้นเราคงไม่สนิทใจด้วยเพราะไม่ชอบคบคนรวย พื้นเพมันไปด้วยไม่ได้เหมือนอยู่คนละสังคม  ด้วยความที่ถูกคอคุยกันได้ทุกเรื่องและอเล็กซ์ทำตัวติดดินกินข้าวข้างทางเหมือนคนทั่วไป ทำให้เราสนิทกันค่อนข้างเร็วในระยะเวลาเกือบ 3 ปี เรามักไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ ในความรู้สึกเรา 
อเล็กซ์เป็นคนดีมองโลกในแง่บวกที่ใครอยู่ใกล้แล้วจะได้รับแนวความคิดในแง่บวกกลับไปด้วย 

วันหนึ่งอเล็กซ์มีเพื่อนจากต่างประเทศที่ต้องการมาลงทุนในไทย อเล็กซ์ขอความช่วยเหลือจากเราให้ช่วยแนะนำคนที่มีความรู้ในสายงาน research มาให้ เราเลยไปขอความช่วยเหลือจากคนใกล้ชิดที่มีประสบการณ์มาช่วยเหลือเพื่อนของอเล็กซ์อีกที เขายอมรับงานนี้เพราะไว้ใจเราและไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายอะไรทั้งที่เขาไม่อยากทำ...

วันที่ทำให้เรารู้ว่าอเล็กซ์ที่เรารู้จักเหมือนคนแปลกหน้าคือ วันที่รู้ว่าอเล็กซ์กำลังหลอกใช้เพื่อนของเรา เป็นวันที่อเล็กซ์กับเพื่อนเขาแอบไปทำงานลับหลังแอบไปเซ็นสัญญางานเอาไว้เสร็จเรียบร้อยแต่ยังไม่บอกความจริงกับเพื่อนของเราเพียงเพื่อจะเก็บเขาไว้เป็น backup plan ไว้ดูดข้อมูลจำเป็นและความรู้อื่น ๆ เพิ่มจนกว่าโปรเจ็คเขาจะเสร็จสิ้น ซึ่งโดยจรรยาบรรณมันไม่ควร แต่จรรยาบรรณมันสู้เม็ดเงินเป็นล้านไม่ได้ อเล็กซ์น่าจะได้เงินจากโปรเจ็กนี้ไม่ต่ำกว่า 5-10 ล้าน ความมาแตกเพราะอเล็กซ์หลุดปากเรื่องเซ็นสัญญาออกมาต่อหน้าเรากับเพื่อนโดยไม่รู้ตัว เรากับเพื่อนได้แต่นั่งมองหน้ากันเงียบ ๆ และคุยตามน้ำไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หลังจากวันนั้นเพื่อนของเราก็ไปตามสืบ จนรู้ความจริงทุกอย่างว่าอเล็กซ์กับเพื่อนหลอกใช้หลอกดูดข้อมูลที่จำเป็นไปหมด ต่อหน้าอเล็กซ์บอกว่าไม่มีอะไรเพื่อยื้อเพื่อนเราเอาไว้ให้ถึงที่สุด แต่เพื่อนเราไม่ใช่คนโง่...ที่ถูกหลอกเป็นเพราะเขาไว้ใจเราและเราก็ไว้ใจอเล็กซ์นั่นเอง เรากับเพื่อนจึงตกลงกันว่าเราจะถอยห่างออกมา...อเล็กซ์ยังคงไม่รู้ตัว...ทุกวันนี้อเล็กซ์พยายามโทรหาและชวนเรากับเพื่อนไปกินข้าวอยู่เสมอ เรากับเพื่อนมักจะอ้างว่าไม่ว่างอยู่เสมอเหมือนกัน ใครจะไปกินลง!
...................................................................................................................
กับนุชเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีเราหายเงียบไปจากกันและกัน เพราะนุชก็รู้อยู่แก่ใจว่าโกหกเราและเราก็ไม่เคยถามว่าทำไม...วันหนึ่งที่เรากลับมาเจอกันโดยมีแม่ของนุชและแม่ของเราเป็นคนกลาง เราเฉย ๆ กับการเจอกันไม่ยิ้มไม่ทักทายเหมือนนุชคือคนแปลกหน้าไปแล้ว นุชหน้าเจื่อนที่ยิ้มให้แต่เรานิ่ง วันหนึ่งนุชมาหาเราที่บ้านและขอโทษที่โกหกในวันนั้น นุชเสียใจจนร้องไห้ที่เราเฉยเมยใส่...เราได้แต่กอดนุชแล้วบอกว่าช่างมันเถอะ ขอโทษแล้วทุกอย่างหายกันเริ่มต้นกันใหม่ เรียนรู้กันใหม่คบกันห่าง ๆ สนิทก็ไม่เหมือนสนิทบอกไม่ถูก 

กับลิส เคยเคลียร์กันไปหลายครั้งแบบเปิดใจ แต่ลิสก็ยังเป็นลิสทำเหมือนเดิมยังไงก็อยู่อย่างนั้นจนคร้านที่จะคุย...สนิทแต่ไม่สุดและไม่มีทางสุดไม่ว่าทางใดโดยเฉพาะในใจเรา 

กับอเล็กซ์ เราคงไม่เคลียร์ไม่ว่าทางใดเพราะอเล็กซ์เชื่อมั่นเสมอว่าสิ่งที่ตัวเองทำคือถูกต้องที่สุด 
อเล็กซ์คือนักธุรกิจที่คิดว่า "เงินคือคำตอบของทุกอย่างในโลกธุรกิจของเขา" 
แต่ในขณะที่เรากับเพื่อนคิดว่า 
"มิตรภาพและความไว้ใจซืึ่งกันและกันคือคำตอบที่ดีที่สุดในโลกของพวกเรา"
เราไม่ได้ต้องการเงินจากอเล็กซ์ เราช่วยเพียงเพราะคิดว่าเขาคือเพื่อนคนหนึ่ง แต่อเล็กซ์มองพวกเราเป็นแค่เครื่องมือในการทำธุรกิจเท่านั้นเอง
-----------------------------------------------------------------------------------------------
บทสรุป จากที่เล่ามาทั้งหมด 3 เรื่องของคน 3 คน ความไว้เนื้อเชื่อใจ...ความไว้ใจที่เราจะให้ใครสักคนมันต้องอาศัยเวลาและการเรียนรู้ เราไม่เคยไว้ใจคนเพียงเพราะเพิ่งรู้จักกันอย่างน้อยต้องรู้จักเกิน 3 ปีเราถึงจะเปิดใจ แต่เมื่อเปิดใจแล้วสิ่งที่ได้รับกลับมาคือเรื่องโกหก ความไว้ใจที่ให้ไปหมดสิ้นเหลือศูนย์ทันที...

หากจะรักใครสักคน ไม่ว่าจะรูปแบบของชู้สาว แฟน สามีภรรยา เพื่อน พี่หรือน้องก็ตาม สิ่งเดียวที่เราคิดว่าสำคัญคือความไว้เนื้อเชื่อใจและให้เกียรติซึ่งกันและกัน วันใดที่คุณโกหกเพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณเอง โดยที่ไม่คิดถึงใจของใครอีกคน เชื่อเถอะว่าความไว้ใจที่ให้ไปมันไม่เพียงเหลือศูนย์แต่มันติดลบไปแล้ว...

เรื่องนี้มันสอนให้รู้ว่า หากจะรักใครสักคนเราต้องไว้ใจเขาให้ได้ ถ้าไว้ใจไม่ได้มีประโยชน์อะไรที่จะคบกันต่อ 






SHARE
Writer
KCstory
Writer
นักฝัน ที่อยากแบ่งปันมุมมองชีวิตผ่านตัวหนังสือให้คนที่ไม่รู้จักอ่าน

Comments