Im feeling blue
ลมเย็นปะทะหน้า ผมสัมผัสได้เลยว่าลมวันนี้มันแรงจริงๆ ผมเคลื่อนตัวด้วยความเร็วในระดับที่ข้างๆเริ่มไม่ชัด

ผมไม่ได้ซิ่งรถหรอก แต่กำลังวิ่งสุดแรงอยู่ แล้วที่เบลอๆนี่ไม่ใช่ไรคือไม่ได้ใส่แว่น

ผมวิ่งไปบนฟุตบาทที่เต็มไปด้วยเสาไฟและผู้คน ทำไมผมต้องเหนื่อยขนาดนี้ด้วยวะ ทั้งๆที่เมื่อ5นาทีก่อนกูยังหลับอยู่บนเตียงสบายๆแท้ๆ

ผมวิ่งมาถึงหน้าร้านซ้อมดนตรีแห่งหนึ่งกับคำถามที่ว่า กูมาทำไมวะ ในเมื่อจำคนที่จะมาเจอไม่ได้ จำไม่ได้แม้แต่หน้า ไม่ได้แม้แต่เสียง แต่ไม่รู่ทำไมในใจมันหวีดออกมาบอกว่าอยากเจอ

ผมตัดสินใจเปิดประตูร้านเข้าไป ภายในร้านมีเคาท์เตอร์ขนาดใหญ่ที่ด้านหลังเรียงรายไปด้วยเครื่องดนตรีต่างๆ เบาะโซฟาขนาดเล็กทางซ้ายถูกจับจองที่นั่งโดยผู้หญิงผมยาวประบ่าใส่เสื้อเชิ้ตขาวกางเกงแสล็กขายาวสีดำ

ใช่ป่าววะ 

คำถามแรกที่ดังขึ้นมาในหัวมันทำให้ผมอยากเขกหัวตัวเองที่เป็นคนความจำสั้น แต่ความรู้สึกข้างในคือสิ่งที่ผมจำมันได้เป็นอย่างดี

ผู้หญิงคนนั้นเหมือนรู้ตัวว่ามีคนมองอยู่ เธอเงยหน้ามาสมุดโน้ตเล่มหนาในมือมามองผมแล้วยิ้ม

“ไง”เธอทัก

คำพูดเพียงคำพูดเดียว รอยยิ้มเพียงเสั้ยววินาที  มันกลับทำให้ผมนึกถึงเรื่องต่างๆได้อีกครั้งแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ผมตัดสินใจลากเก้าอี้มานั่งข้างๆเพราะความเหนื่อยจากการวิ่งระยะไกลจากหอ

เอาจริงผมไม่นึกว่าเธอจะยังอยู่ด้วยซ้ำ เพราะผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการนัดซ้อมดนตรีครั้งนี้มันต้องยกเลิกรึป่าวเพราะเวลาแต่ละคนมันไม่ตรงกัน แต่เธอก็อุตส่าถ่อมาถึงที่นี่เพื่อมาซ้อมดนตรีแบบขำๆกับพวกผม

ผมดีใจที่เธอมานะ

“ช่วยทำทีสิสหน่อยสิ”เธอพูด ผมเลิ่กคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ 
“ทำอะไร”ผมถาม
“จะสัมภาษณ์นิดหน่อย”เธอบอกแล้วลากผมออกมานั่งข้างนอกร้าน ผมคิดว่าคงเป็นการสัมภาษณ์ที่ยาวนานแน่ๆ

“คิดว่าความblueคืออะไร”เธอถามผม
“หมายถึงfeel blueหรอ”
“ใช่ คิดว่ามันคืออะไร”
“คืออะไรหรอ นั่นสิ หน่วงๆมั้ง ไม่ถึงกับเศร้า ไม่ถึงกับดีใจ เป็นเชิงความรู้สึกปกติที่อยู่ในทางลบละมั้ง”
“แล้วมีอะไรที่พอจะเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกยังงั้นมั้ย”

ผมนั่งนึกสักพัก
“เอาจริงก็เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเองนะความรู้สึกแบบนั้น”

ความรู้สึกหน่วงๆนี่มันคืออะไรวะ มันอธิบายไม่ถูก แต่มันเบื่อชิบ ไม่ใช่เบื่อแบบเบื่อยังงั้น เออแต่ตอนนี้เริ่มเบื่อตัวเองละ

ใครก็ได้เอาความรู้สึกนี้ออกไปทีได้มั้ย

ผมเดินอยู่ที่ตลาดขณะเดินหาอาหารมื้อเย็นกินด้วยความรู้สึกที่ผมไม่ชอบเลยสักนิด ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร ผมอาจจะแต่รู้สึกเบื่องานหรือเซ็งกับชีวิตหรือป่าวผมก็ไม่แน่ใจ เหงาหรอ? ไม่แน่ใจแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนผมยังอยู่กับเพื่อนอยู่เลย จะเหงาอะไร

ผมนั่งกินข้าวพลางมองผู้คนผ่านไปผ่านมา พลางนั่งคิดกับตัวเองไปเรื่อย และนั่งทำให้ผมดิ่งไปกับความรู้สึกเรื่อยๆ

ผมลองหาอะไรทำหลังจากนั้นหลายอย่าง เล่นเกม ดูยูทูป ดูหนัง ฟังเพลง ไม่รู้สิแต่มันก็ไม่ดีขึ้นนะ ยิ่งฟังเพลงยิ่งทำให้ผมรู้สึกslow downกว่าเดิมอีก

ผมนั่งค้นหากับตัวเองไปสักพักก่อนที่ความรู้สึกนึงมันจะแทรกเข้ามา ไม่รู้สิแต่ผมแค่คิดถึงใครบางคนเฉยๆ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ผมมีความรู้สึกยังงี้ผมคงจะไปหาเค้าคนนั้น อย่างน้อยก็รู้สึกว่ามีคนข้างๆด้วย

ผมตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรหารายชื่อที่ไม่ได้ติดต่อมานาน

“ฮัลโหล”ผมพูด
“เป็นไงจ๊ะ มีอะไรถึงโทรมาหา”เสียงปลายสายยังคงสดใสทุกครั้งเหมือนที่เคยโทรหา
“อื้อไม่มีอะไร งานจะส่งแล้วหนิ ทำถึงไหนแล้ว”
“ลงสีอยู่ เหลือไม่เยอะแล้ว”
“หรอ ดีแล้วรีบทำจะได้มีเวลานอน”
“จ้า”เธอตอบ ผมปล่อยสายให้อยู่กับความเงียบสักพักจนผู้ถือสายเริ่มสงสัย
“เป็นอะไร”
“ไม่รู้สิ เบื่ออะ เปื่อยมากไม่ชอบความรู้สึกตอนนี้เลย วันนี้ฟีลมันslow downมากๆ ไม่อยากทำอะไรเลย”
“มาช่วยน้องทำงานมั้ยละ รับรองหายชัว”
“โอย งานตอนนี้ท่วมหัวเหมือนกัน แต่ไม่อยากทำอะไรเลย”
“งั้นทำยังไงถึงจะหาย”
“ไม่รู้สิ อยู่คุยกันก่อนได้มั้ย”

ผมบอกไปเพราะผมรู้สึกว่าผมอยากจะทำอย่างนั้นจริงๆ ผมคุยกับบุคคลในสายไปเรื่อย อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมหัวเราะได้ ความรู้สึกหน่วงเริ่มหายไปทีละนิดๆ ผมรู้สึกได้ว่าเหตุการณ์นี้มันกำลังทำให้ผมดีขึ้น

จนสุดท้ายผมตัดสายโทรศัพท์ พร้อมกับลุกมาทำงานแบบที่ตั้งใจไว้ ความรู้สึกยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่มันถูกเติมเต็มด้วยรอยยิ้มเข้ามาแทนมากกว่า

“แล้วคิดว่าสำหรับตัวเอง feel blueคืออะไร”ผมมองผู้หญิงผมยาวประบ่าตรงหน้าที่กำลังจ้องหน้าผมด้วยความสนใจพร้อมกับสมุดโน้ตในมือ
“อธิบายไม่ถูกหรอก แต่คงเป็นความเหงาละมั้ง”
“แล้วคิดว่าความรู้สึกนี้มันมีข้อดีมั้ย”เธอถาม ไม่รู้สิ แต่ผมชอบคำถามนี้จัง มันอาจจะเป็นสิ่งดีๆในบรรดาสิ่งที่ไม่ดีที่เข้ามาในชีวิตก็ได้นะ


“ถ้าเป็นข้อดีของมันก็คงจะเป็น”


“การที่ทำให้เราได้นึกถึงใครคนนึงจากส่วนลึกสุดของจิตใจ ละมั้ง”




SHARE
Writer
Falalalalang
มนุษย์สะพายกล้อง
ไม่ใช่นักเขียน แต่เป็นคนอยากเขียนที่ชอบถ่ายรูป และชอบเล่าประสบการณ์ผ่านตัวหนังสือ

Comments