ฟังผมหน่อยนะ
นี่จะเป็นวันแรกสำหรับการมาเรียบเรียงเขียนอะไรแบบนี้นอกจากในหัว ที่เอาแต่คิดย้ำๆว่าควรจะทำดีไหม และหลังจากที่คิดมานาน สุดท้ายก็ตัดสินใจทำ

ความจริงที่อยากเขียนเรื่องแรกคือ ผมอายุ 21 ปี 180 วัน เรียนจบสายอาชีพ และทำงานมาได้แล้วเกือบ 1 ปี ชีวิตในตอนนี้ถือว่าดีในระดับหนึ่งที่คนอื่นมองมา ไม่ใช่ในสิ่งที่ผมมองตัวเอง ได้ทำงานในองค์กรที่มั่นคง สวัสดิการดี เท่ ดี มีตำแหน่ง ถึงจะเล็กก็เถอะ แต่ถ้ากลับไปบ้านเกิดก็ยืดอกภูมิใจได้แหละนะ

แต่ถึงอย่างนั้นในระยะเวลาเพียงเกือบ 1 ปี ผมออกจากงานมาแล้ว 3 ที่ ไม่นับที่ที่ทำอยู่ปัจจุบันและคิดว่าคงจะไม่ออกไปไหนอีกแล้ว ที่แรกมันจบลงเพราะความเอาแต่ใจของผมโดยที่อ้างคำพูดของพ่อมาเป็นข้ออ้างในการลาออก ผมไม่ชอบงานนี้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปทำ แต่อดทนอยู่กับมันมา 5 เดือนเต็ม และหลังจากนั้นก็โบกมือลา

งานที่ 2 เป็นงานที่กลับมาทำที่บ้านเกิด หน้าที่ยังคงคล้ายเดิม เพิ่มความเอาแต่ใจของตัวเองเข้าไปอีกคือไม่ชอบสังคมในนั้นสักเท่าไร แม้ว่าจะพยายามปรับตัว แต่เมื่อได้รู้ข่าวว่างานที่ 3 รับสมัครก็รีบเตรียมเอกสารเพื่อสมัครทันทีในช่วงพักกลางวัน และผมก็ติดงานที่ 3 ทำงานที่ 2 ได้เพียงครึ่งเดือนก็ลาออก 

งานที่ 3 เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับสายที่เรียนมาน้อยมาก แต่กลับมีความสุขที่สุด หัวหน้าและเพื่อนร่วมงานใจดี ทุกอย่างดีจนนึกชะล่าใจ พอรู้ตัวหันมองกลับไปก็เจอสายตาความผิดหวังของพ่อแม่เสียแล้ว จนทุกอย่างดีขึ้นเมื่อมาทำงานที่ 4 พ่อแม่ถึงค่อยมีแววภูมิใจในตัวผมขึ้นมาหน่อยหลังจากงานที่ 3 ทำมาได้ 3 เดือนนิดๆ

ผมเรียนจบในสาขาที่ตัวเองเกลียดที่สุด แต่เกรดออกมาดีมาก ผมได้อันดับ 1 ในสาขา และเกรดเฉลี่ยมากที่สุดในสถานศึกษานั้น ฟังดูน่าภูมิใจมาก แต่ก็สร้างความกดดันได้ไม่น้อยไปกว่ากัน ทุกคนต่างคาดหวังความสำเร็จจากตัวผม ในขณะที่ผม...ไม่เคยเรียกร้องคำว่าประสบความสำเร็จจากตัวเองด้วยวิชาชีพนี้เลย

พี่สาวของผมรับราชการ พ่อของผมรับราชการ ปู่ของผมรับราชการ ต้นตระกูลของเรารับราชการ เรื่องนี้ติดอยู่ในหัวของผมตั้งแต่เกิดว่า ซักวันผมต้องรับราชการ และวันนี้ผมก็ทำได้ ถึงแม้ว่ามันจะกึ่งๆไปเสียหน่อย

ผมไม่ใช่คนพูดเก่ง เพื่อนร่วมงานต่างฉงนในความเงียบอันไร้ลิมิตของผม ผมนั้นชอบสร้างกำแพงระหว่างผู้ใหญ่ เพื่อน และคนที่เด็กกว่า ผมแบ่งเส้นชัดเจนว่าผมควรจะทำตัวแบบไหน กับใคร และนั่นทำให้ผมกลายเป็นคนใบ้เมื่ออยู่กับผู้ใหญ่ สงบปากคำ ตอบเท่าที่จำเป็นและไม่แสดงความคิดเห็นมากนัก

ผมโดนตำหนิบ่อยครั้งเรื่องของการไม่ชอบพูดคุย ผมเองก็พิจารณาตัวเองอยู่หลายรอบว่าควรจะปรับปรุงตัว การทำงานในโลกใบใหม่ที่กำลังภิวัฒน์นี้มันยากเย็นแม้ว่าตัวผมจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ก็ตาม

ผมในวัย 21 ปี เป็นเพียงเด็กน้อยสำหรับโลกการทำงาน ผมอยากได้รับคำแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร มากกว่าการต่อว่าหรือตำหนิ แต่ทั้งนี้ผมก็ไม่ได้โกรธเคืองใคร ผมเพียงโกรธเคืองตัวเอง ที่เป็นอย่างที่คนอื่นคาดหวังไม่ได้เท่านั้น

เรื่องที่ถูกล้อว่าเป็นใบ้กินใจของผมอยู่ทุกวัน มันกัดกร่อน และบั่นทอนความสดใสของชีวิตไปมากทีเดียว เดิมทีผมก็ไม่ชอบสายงานแบบนี้เป็นทุนอยู่แล้ว ผมยิ่งอยากคิดลาออก ผมชอบศิลปะมาทั้งชีวิต แต่ตอนนี้ผมกลับนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานที่ไร้กระดานวาดรูปอยู่ทุกเช้า 

ผมโทษทุกอย่างบนโลกที่ทำให้ผมไม่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ และผมโทษตัวเองที่เข้มแข็งไม่มากพอที่จะยืนยันกับพ่อแม่ว่าผมต้องการอะไร เพราะผมในตอนนั้นเองก็ไม่มั่นใจ ว่าจะสามารถเดินไปบนทางที่พ่อแม่ไม่ได้ขีดให้ได้ไกลแค่ไหนเหมือนกัน

โลกใบนี้เป็นสีเทา มลพิษของเมืองหลวงทำเอาผมกระอักความเศร้าและโดดเดี่ยวในใจ เพื่อนสมัยเรียนผมเหลืออยู่ 4 คน น่าประหลาดใจไหมหากผมจะบอกว่าก่อนหน้านี้ผมมีเพื่อนนับหลายสิบและรุ่นน้องที่เคารพผมอีกมากมาย แต่ในปัจจุบันผมเหลือคนที่จะคอยถามผมว่าเป็นอย่างไรบ้างอยู่แค่นี้

ผมปลอบตัวเองพลางให้กำลังใจตัวเองทุกวันว่าผมเก่งแล้ว ผมอดทนได้ดีแล้ว การพูดไม่เก่งไม่ใช่ข้อเสียของผม มันมีข้อดีในตัวมันเองอย่างหนึ่งคือ ทุกคนจะสบายใจเวลาเล่าความลับของเขาให้ฟัง เขามั่นใจว่าผมจะไม่เอาไปพูดต่อ และมันเป็นแบบนั้น

แต่ถึงอย่างนั้นคำว่าเป็นใบ้ก็ทิ่มแทงใจผมอยู่ดี ผมตั้งใจทำงานเต็มที่ในทุกๆวัน แต่ก็ยังได้รับคำต่อว่าเพียงเพราะไม่ใช่คนช่างเจรจาเอาใจ ผมพูดเท่าที่คนถาม และถามกลับเป็นมารยาท นั่นอาจเป็นข้อเสียของผม ผมที่ยังเด็กเกินกว่าจะชวนผู้ใหญ่คุยด้วยได้เพราะงานอดิเรกผมมีเพียงนอนอ่านหนังสือหรือการ์ตูนซักเรื่องในห้อง เบื่อก็มานั่งวาดรูปบ้าง

ผมไม่ได้วาดรูปมาซักพัก เพราะหลายอย่างทำให้ผมไม่อยากเห็นฝีมืออันถดถอยของตัวเอง มันแย่มากที่คิดแบบนั้น แต่ก็เริ่มกลับมาวาดอีกครั้งเพราะช่วงนี้ชีวิตหม่นหมองเกินกว่าจะหาอย่างอื่นทำ

ผมอยากให้พ่อกับแม่โทรมาหาผมแล้วถามว่าผมเหนื่อยหรือเปล่า งานเป็นอย่างไรบ้าง เพราะตัวผมเองอยากเล่าให้ท่านฟัง ว่าผมเจออะไรมาบ้าง งานเป็นอย่างไรสำหรับผม หรือพูดในสิ่งที่ผมกำลังกลุ้มใจ แต่มันไม่มีเสียงเรียกเข้าแบบนั้น มันมีเพียงคำถามว่าปลายเดือนผมจะกลับบ้านหรือเปล่าแค่นั้น

ผมควรดีใจเสียด้วยซ้ำกับประโยคคำถามนั้น แต่น้ำตากลับจ่อเตรียมไหล คำพูดจุกอยู่ที่ลำคอพร้อมกับปลายสายที่วางไป ผมไม่เคยเล่าปัญหาเรื่องงานหรือแม้แต่เรื่องที่ผมกลุ้มใจกับพ่อแม่เลย ผมทนเห็นสายตาผิดหวังไม่ไหว ผิดหวังที่ผมไม่ใช่คนอดทน ผิดหวังที่ผมอยากยอมแพ้อะไรง่ายๆอีกแล้ว

แต่ผมว่า ลูกทุกคนอยากได้คำถามแบบนั้นจากพ่อแม่นะ และก็อยากได้คำชมว่าผมเก่งแล้ว ผมทำได้ดีแล้ว เพราะเหมือนกับว่าตอนเด็กๆ ผมจะเรียนเก่งแค่ไหน ชนะงานประกวดไหนมา ก็ไม่เคยได้ยินคำแบบนั้นเลย คนอื่นชมก็ไม่เท่าพ่อแม่ชม มันเหมือนผมจะได้รับการอวยพร ผมก็ได้แต่หวังเท่านั้น

และตอนนี้ผมหวัง อยากให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี และตัวผมเองจะเข้มแข็งขึ้น 

เผื่อซักวันพ่อกับแม่จะชมผมว่า ผมเก่งมากที่มาอยู่ตรงนี้ได้ ผมเก่งที่ใช้ชีวิตตัวคนเดียวได้ดี ผมเก่งที่มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้

ขอบคุณที่รับฟังนะครับ ผมดีใจมากที่อย่างน้อยตัวอักษรพวกนี้ก็อยู่ในสายตาของคุณ

จากตัวผมที่อ่อนแอในวัย 21 ปี  
เผื่อระหว่างกลับบ้านคุณเห็นใครสักคนกำลังทำหน้าเหงาๆ หรือกำลังซึมเซาอย่างที่ผมเองกำลังเป็น ถามเขาสักหน่อยว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาไหวไหม เผื่อตอนนั้นคุณอาจเป็นกำลังใจเดียว ที่เขากำลังได้รับ ขอบคุณนะครับ

SHARE

Comments

Astronauttt
8 months ago
ไปเรียนปี 1 ด้านที่ชอบตอนนี้เลยสิ ที่ม.เราคนซิ่วมาปี 1 อายุ 25 เยอะเเยะ เดินไปใหนก็เจอ
Reply
Start1202
8 months ago
อาชีพตอนนี้ถือว่ามั่นคงมากแล้ว เลยเก็บความชอบเป็นงานอดิเรกที่ทำเรื่อยๆครับ
PhingFai
8 months ago
คุณอย่าโกรธตัวเองที่เป็นแบบที่คนอื่นคาดหวังไม่ได้เลย แต่เราอยากให้คุณรักตัวคุณเองในแบบที่คุณคาดหวังตัวคุณเองดีกว่านะ สู้ๆนะคุณ มีความสุขในแบบที่คุณอยากมี แม้มันจะไม่นานแต่มันจะช่วยเยียวยาจิตใจของคุณได้ เราเชื่ออย่างนั้น
Reply
Start1202
8 months ago
ผมจะมีความสุขในแบบของผมอย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณมากๆครับ สู้!
puela
8 months ago
คุณแบกรับทุกอย่างเอาไว้แบบนี้ คุณเก่งและอดทนมากจริงๆค่ะ
คุณคงเหนื่อยมากแล้ว เราอาจจะไม่เคยเจอกันเลย แต่ยังไงก็ตาม สู้ๆนะคะ ให้ตัวอักษรนี้เป็นกำลังใจให้คุณนะ 😊
Reply
Start1202
8 months ago
เป็นตัวอักษรที่สื่อความรู้สึกดีๆให้ผมได้มากๆเลย ขอบคุณนะครับ
nextAfternoon
8 months ago
คุณอายุน้อยกว่าผมครึ่งนึง
แต่คุณเก่งกว่าผมหลายเท่า

อาจไม่น่าชื่นใจเท่าพ่อแม่ชม
แต่เชื่อเถอะ ผมพูดจริง
Reply
Start1202
8 months ago
ผมจะพยายามต่อไปครับ และผมรู้สึกขอบคุณจริงๆ ขอบคุณมากๆครับ
Cindytatarot
8 months ago
และตอนนี้สิ่งที่อยากเป็นคือ นักเล่าเรื่องใช่ไหมคะ ^__^ ลองอ่านหนังสือเล่นๆ เวลาท้อจะมีกำลังใจแน่นอนค่ะ +ยังพัฒนาการเขียนได้อีกด้วย สู้ๆค่ะ วัย21ผู้กำลังจะเข้มแข็ง
Reply