..ที่ปรึกษา...
ตอนที่จะเริ่มเขียนบทความนี้ ผมไม่รู้เลยว่าจะเขียนออกมาแบบไหน ผมรู้เพียงแต่ว่าผมจะต้องเขียนเรื่องนี้ หัวข้อนี้ หรือบทความนี้ ผมไม่รู้จะเรียกว่าอะไร มันไม่เหมือนกับทุกครั้ง ที่ผมจะเข้ามาข้างในนี้และเริ่มต้นพิมพ์ทุกอย่างที่ผมคิดและรู้สึกลงไป อันที่จริงบทความนี้ถูกพิมพ์เสร็จไปหนึ่งรอบและถูกลบไปเรียบร้อยเพราะผมรู้สึกว่ามันไม่ได้มาจากใจ ผมเพียงแต่ fake มันขึ้นมา จึงตัดสินใจเขียนทุกอย่างลงสมุด เพราะอะไรก็ไม่รู้ดิ แค่รู้สึกว่าต้องเขียนมันลงสมุดก่อนแล้วค่อยมาพิมพ์ในนี้ มันทำให้รู้สึกพิเศษกว่ามั้งนะ หรืออาจจะแค่คันมืออยากจะขีดๆเขียนๆ พูดมากไปน้ำท่วมก็กะละมัง มาเริ่มกันเลยดีกว่า

สวัสดี ไดอารี่ที่รัก...ถุยยย

เอาใหม่ !!!

สวัสดีที่ปรึกษาที่รัก..
ผมรู้ว่าคุณคือใคร(ก็ไม่ขนาดนั้น) คุณเป็นยังไง คุณรู้สึกอย่างไร เพราะผมคือคุณ ผมรู้สึกเหมือนคุณ..

ผมคือผม.. 
ผมคือ Counselor..
ผมคือที่ปรึกษา...หัวใจ(ถุยยยย)

ในหลายๆกลุ่ม มันจะต้องมีสักคนล่ะน่า.. ที่จะต้องเป็นที่ปรึกษา ติดสอยห้อยตามไปกับกลุ่ม บางคนก็รับตำแหน่งดีหน่อยได้เป็นหัวหน้ากลุ่ม แต่ผมคิดว่าที่ปรึกษาส่วนใหญ่ชอบเบื้องหลังมากกว่า อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่ง และหน้าที่ของพวกเราก็คือผู้ฟัง เราจะเป็นคนแรกๆทีี่ไปถึงที่นั่นยามเพื่อนมีปัญหา และเป็นคนสุดท้ายที่เดินจากออกมาเมื่อเพื่อนเราพร้อมแล้วที่จะหาทางก้าวต่อไปคนเดียว มันเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่นะ ในฐานะเพื่อนและในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แต่มันก็ไม่ได้เป็นงานที่ง่ายเลย เพราะบางครั้งเราก็อยากจะตบกะโหลกเพื่อนผู้ดื้อรั้นหรือด่ามันให้มันร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับบ้านไปฟ้องแม่เสียให้เข็ด แต่ก็ทำไม่ได้ มันทำไม่ลงเพราะเรารู้ว่าตอนนั้นเพื่อนเราอ่อนแอแค่ไหน เขาต้องการใครสักคนที่จะให้กำลังใจ เราไม่อาจจะทอดทิ้งให้เพื่อนอยู่คนเดียวได้เพราะเราเข้าใจความรู้สึกนั้นดี เพราะผมเข้าใจความโดดเดี่ยว ผมเคยอยู่กับมันมาก่อน เราเคยอยู่กับมันมาก่อน เราเคยต้องเผชิญกับมันมาอย่างยากลำบากคนเดียวมาแล้ว เราถึงไม่ยอมให้เพื่อนที่เรารักต้องเผชิญหน้าไปเพียงลำพัง

มันเหมือนเราๆจะรับรู้ความรู้สึกและการเคลื่อนไหวทางอารมณ์ของคนอื่นๆได้ไวมาก จนหลายๆครั้งคนคิดว่าเราอ่านใจคนได้(ที่จริงไม่ แต่ถ้าได้ก็คงดี 5555) บางครั้งก็ทำเราจุกอกไปได้เหมือนกันกับการต้องมารับรู้ความรู้สึกแสนสาหัสที่เพื่อนเรากำลังยืนแบกรับ และยากยิ่งที่เราจะอยากยืนอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไร มันทำให้ผมอยากจะช่วย และผมก็เชื่อมั่นมากๆว่าผมจะทำได้ แม้เพียงเล็กน้อยแต่เราก็อยู่ตรงนั้นแล้ว ข้างๆเพื่อน เราสังเกตคนรอบกายเราอย่างเงียบๆ ดูพวกเขาเติบโต พวกเขามอบความสุขและความทุกข์ใจให้เราอย่างล้นหลาม มหาศาล..

มันเป็นทั้งพรสวรรค์และคำสาป ผมอยากจะเข้าใจว่ามันเป็นได้ทั้งสอง หากแต่หลายๆครั้งที่เรากลืนพิษของมันเข้าไป มันทำให้เราคิดว่ามันเป็นคำสาปเสียซะมากกว่า พรสวรรค์ที่สามารถช่วยเหลือคนได้มากมาย แต่ก็เป็นคำสาปที่เราเผลอไปแบกรับอะไรมากมายเอาไว้เสียเอง และแทบจะไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเพื่อเรา เคยมีคนบอกผมนะ ผมแบกรับมันเองไม่มีคนบังคับให้แบก ก็จริงนะ แต่ดูเหมือนเขาจะไม่เข้าใจเรา ดูเหมือนแทบจะไม่มีใครเข้าใจเราในตรงนี้(หรือเป็นเราคิดไปเองว่าไม่มี) เพราะในการนึกคิดและความรู้สึกนั้น เราต้องก้าวนำคนอื่นไปหนึ่งก้าวเสมอ เหมือนในสายตาของคนอื่นนั้น เราสามารถจัดการกับทุกอย่างได้ แต่เปล่าเลย ที่จริงโลกภายในของพวกเรานี่โคตรจะวุ่นวายเลย(หรือแค่โลกของผมคนเดียวก็ไม่รู้) เปอร์เซ็นต์แทบจะเป็นศูนย์ที่วิธีการที่ผมมอบให้คนอื่นจะได้ผลกับตัวผมเอง เพราะแบบนั้นเราจึงยังจมอยู่ตรงนั้น ตรงประตูที่ไม่ใช่ทางออก แต่เป็นทางเข้าสู่เขาวงกตความคิดที่ทำให้เราหลงทางยิ่งกว่าเดิม กับความหวังอย่างมหาศาลจะมีคนอยู่ตรงนั้นอย่างน้อยแค่ยืนข้างๆตรงนั้นเพื่อเรา(เพื่อผม)

หลายๆคนที่เป็นปรึกษาอาจจะไม่เคยต้องการเรียกร้องอะไรตอบแทน ความคิดอาจจะบอกเราแบบนั้น แต่ในความคิดผม ผมต้องการสิ ยิ่งผมให้มากผมก็ต้องการคืนกลับมามาก แม้จะไม่ได้ แต่ผมก็ยังหวัง เหมือนผมถูกหลอกว่าผมเคยได้ชิมรสชาตินั้นมาแล้ว แม้ผมไม่เคยจำได้เลยว่าผมได้มันมาตอนไหน ไม่รู้ว่าจะเคยได้ยินคำนี้ไหมที่ว่า “..ที่ปรึกษาบางครั้งก็ต้องการที่ปรึกษา ผู้ฟังก็ต้องการผู้ฟัง..”
 แต่จากประสบการณ์ แทบจะไม่มีตรงนั้น และทุกครั้งที่เราเริ่มจะพูดเขาก็หันหน้าหน้าหนีทันที การได้คนๆหนึ่งที่ไม่ต้องการจะพูดเรื่องของตัวเองและฟังเราพูดจนจบแทบจะเป็นโชคดีที่สุดในปีนั้น อาจจะฟังดูโอเวอร์ แต่มันเป็นแบบนั้น หลายๆครั้งเราจึงต้องหักเหมันไปทางอื่น ไปหาบทความ ภาพยนตร์ หนังสือ เพื่อให้กำลังใจตนเอง ให้รู้สึกว่าไม่ได้โดดเดี่ยว มีคนที่เราไม่รู้จักเขา แต่เขาเข้าใจเรา เขาเป็นเหมือนเรา 

มันมีหลายๆครั้งที่เราอยากจะทิ้งหน้าที่ตรงนี้ เพราะเหนื่อยและท้อ บางครั้งก็อยากจะฆ่าไอคนหัวดื้อที่มาขอให้เราช่วยแต่ไม่ยอมฟังอะไรเลย และสุดท้ายมันก็เจ็บแบบเดิมซ้ำๆกลับมาหาเรา พร้อมกับคำพูดบั่นทอนกำลังใจเราว่า เราไม่เข้าใจมัน ไม่เห็นคำแนะนำเราจะช่วยอะไรมันได้เลย เจ็บจิ๊ดจนอยากจะยกมือขึ้นยอมแพ้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ลง และแม้จะเคยพยายามแต่มันก็ต้องจบลงด้วยความรู้สึกผิด และเหมือนความรู้สึกนี้มันจะมีน้ำหนักกว่าอะไรแย่ๆที่เขามามอบให้เราเสียอีก เกลียดความคิดที่มันชอบป๊อบขึ้นมาในหัวว่า เราแม่งน่าจะช่วยเขาได้นะเว้ย แต่ดันจะปล่อยให้เขาหลงทางอยู่ในความมืด ดิ้นรนหาทางออกอย่างเดียวดาย ทั้งที่เราเคยผ่านตรงนั้น เราเข้าใจความเดียวดาย มันเป็นสิ่งที่เรารู้สึกอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่หรือ? 

แม้อายุเราหลายๆคนแทบจะยังไม่แตะสามสิบปีขวบเลยด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนๆเรามีอายุทางจิตวิญญาณยาวนานมานับพันปี ความคิดเราดูจะแก่เกินวัยเราด้วยซ้ำ และดูเหมือนเราหลายๆคนจะถูกกำหนดให้ต้องเจอกับอะไรเลวร้ายมาตั้งแต่ยังเด็กเกินไปที่จะต้องพบเจอและต้องแบกรับความรู้สึกที่มากมายขนาดนั้นแต่ก็รอดพ้นมาจนโตได้ ผมเคยอ่านเจอบทความหนึ่งที่กล่าวว่า “..เราถูกสร้างมาให้มีพลังวิเศษ และถูกสร้างมาแบบพิเศษและซับซ้อนจนยากที่จะมีบุคคลทั่วไปจะเข้าใจ เราจะไม่มีใครเข้าใจ แต่เราจะเป็นที่รักของจักรวาล เพราะเรากำลังทำหน้าที่ที่จักรวาลมอบให้เราทำ..” แน่นอนบทความนี้ยกระดับการหลงตัวเองและความต้องการที่จะอยู่เหนือคนอื่นของผมได้อย่างล้นเหลือเลย ผมมีถึงจักรวาลอยู่ข้างกายเลยนะ เตรียมตัวครองโลกได้แล้วแบบนี้ ฮาาาๆๆ(มีความจริงอยู่นิดหนึ่ง) 

ผมมาเขียนบทความนี้เพียงเพราะต้องการที่ระบาย มันเป็นแค่ความคิดจากมุมมองเพียงด้านเดียว และไม่ถูกต้องทั้งหมด ทุกๆคนถูกสร้างมาให้ซับซ้อนและพิเศษในตัวเองทุกคน ไม่ใช่แค่ผม ไม่ใช่แค่ที่ปรึกษา ทุกๆคนมีบทบาท มีอะไรบางอย่างที่จักรวาลอยากให้ทำ  เพียงแต่บางครั้งเราก็อยากเป็นตัวละครสำคัญนะว่าไหม..? ผมคงไม่ผิดไปเสียทั้งหมดใช่หรือเปล่า..?

หวังว่าคงจะไม่นะ...



SHARE
Writer
JoeyNineteen90
Astronaut
จักรวาลแห่งความ(ไม่)ลับ

Comments

petrol
1 year ago
เราว่ามันมีคนพร้อมรับฟังคุณอยู่นะคะ ขอให้เจอคนนั้นเร็วๆ :)
Reply
JoeyNineteen90
1 year ago
ผมก็คิดว่ามีนะ แต่ผมกลัวที่สุดคือผมไม่รู้ตัวเลยว่าอาจจะมองข้ามคนที่รับฟังผมไป
LoveHeart
11 months ago
อ่านแล้วร้องไห้เลยค่ะ ขอบคุณที่กลั่นกรองความรู้สึกของเราออกมาเป็นตัวอักษรได้ บางทีจักรวาลของเราอาจจะอยู่ข้างๆกันก็ได้นะคะ
Reply
JoeyNineteen90
11 months ago
การได้มารู้ว่ามีอีกหนึ่งจักรวาลที่ไม่ห่างไกล และมีความเข้าใจในความรู้สึกของอีกหนึ่งจักรวาล นับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในรอบหลายวันที่ผ่านมานี้เลยครับ ขอบคุณมากๆเลยนะครับ ที่ช่วยให้ผมรู้สึกอีกครั้งว่าตนเองไม่ได้โดดเดี่ยว