ศิลปากรในดวงใจฉัน
บางครั้งเราก็จะนึกถึงมหาวิทยาลัยขึ้นมา จะนึกถึงบ่อยแค่ไหนก็คงจะแล้วแต่ช่วง เราเป็นคนหนึ่งนะที่เชื่อว่าสถานศึกษามันส่งผลต่อชีวิตคนคนหนึ่งมากๆ ไม่ใช่แค่ในแง่ของสถาบันความรู้ แต่ทั้งในแง่ของการกล่อมเกลา และการเป็นสถานที่แห่งความทรงจำ

เราผ่านสถาบันการศึกษามาหลายแห่งมาก น่าจะมากกว่าคนทั่วไป ด้วยความที่สมัยเด็กต้องย้ายโรงเรียนบ่อยๆ และถึงจะเคยไปเรียนที่เมืองนอกมาบ้าง แต่ยังไงศิลปากรก็ยังเป็นที่หนึ่งในใจตลอดมา

อาจเป็นเพราะว่าเมื่อก่อนเคยเรียนศิลปะมาบ้าง มีอยู่ช่วงหนึ่งในวัยสับสนที่นึกอยากจะทำงานด้านศิลปะ ก่อนจะพบว่ามันไม่ใช่ตัวเรา แต่มีคนเคยบอกว่าศิลปะอยู่ในหัวใจ และตอนนั้นเราดีใจมากที่ได้เรียนอยู่ในสถาบันนี้ รายล้อมด้วยศิลปะ ภาพวาดที่ผลัดเปลี่ยนกันมาประดับอยู่บนผนังตึก ประติมากรรมใต้ร่มไม้ และอาคารเก่าแก่ 

ศิลปากร วังท่าพระ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่เพียงเล็กๆ เมื่อเข้าไปข้างในจะมองเห็นเกือบทั่วบริเวณ แต่มันก็เป็นสถานที่ที่เรารักและผูกพัน 

วันแรกที่ก้าวเข้าไปที่นั่นก็สิบปีมาแล้ว แต่ความรู้สึกมันไม่เคยเลือนหาย และวันนี้หลังจากจบมาได้หกปีกว่าๆ เราก็เข้าใจว่าสิ่งที่อยู่ในใจเรา ไม่ใช่เพียงบรรยากาศ ความรู้สึก ความผูกพัน แต่มันรวมไปถึงแนวคิด มุมมองต่างๆ ที่เราได้รับติดตัวมา 

สมัยนั้นด้วยความที่ออกจะเป็นเด็กเรียน วันๆ ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมอะไรมากนัก และมีผลการเรียนที่ค่อนข้างโดดเด่น มันทำให้ช่วงหนึ่ง (ซึ่งยาวนานพอสมควรเลยละนะ) เราเกิดความรู้สึกหยิ่งผยอง ภาคภูมิใจในตัวเองจนเกินไป 

เรามีมุมมองที่คับแคบ และคิดว่าโลกหมุนรอบตัวเรา ปัญหาเรามันหนักอึ้ง ใหญ่หลวง และสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด 

จนกระทั่งวันหนึ่งคำสอนของอาจารย์ฝรั่งค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในความคิดของเรา 

ทุกวันนี้เราก็ไม่ใช่คนที่สมบูรณ์พร้อมอะไร แต่สิ่งที่เรากำลังพยายามคือการที่จะพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ หลังจากเรียนจบมาทำงานได้หลายปี ความรู้สึกที่ว่างานตัวเองยังไม่ดีพอก็ยังมีอยู่ ไม่หายไปไหนเลย ส่วนหนึ่งมันเพราะเราเป็นคนเครียดๆ กดดันตัวเอง และคาดหวังกับตัวเองมาก 

แต่เราเพิ่งตระหนักวันนี้เองว่ามันไม่ใช่เพราะตัวเราเองทั้งหมดหรอก 

การเข้ามาในวงการหนังสือ ทำให้เรารู้สึกถ่อมตัวมากขึ้น เราเข้ามาด้วยความยินดี และซาบซึ้งที่ยังมีประตูบานเล็กๆ เปิดรับเราที่ไม่ได้มีฝีมืออะไร ตอนนั้นยังจำได้ว่างานที่ถูกบ.ก.ส่งกลับมาให้ดูมันบกพร่องมากขนาดไหน ตอนนี้ถึงจะผ่านมานานแล้ว แต่ก็ยังจำได้ 

วันนี้นั่งอ่านงานหลังจากที่ผ่านมือบ.ก.แล้ว มันทำให้นึกถึงช่วงเวลาตอนนั้นเหมือนกันนะ ถึงแม้ตอนนี้งานจะดีขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่พอใจอยู่ดี เรายังเห็นช่องโหว่ เห็นความผิดพลาดของตัวเองเต็มไปหมด และทั้งหมดนี้ไม่ได้มีใครมาตอกย้ำ แต่เป็นเราเองที่เห็นและไม่พอใจในตัวเอง

ที่ผ่านมาเราพบเจอคนมามากพอสมควร หลายคนมีความมั่นใจในทักษะและเนื้องานตัวเองมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด เพราะแต่ละคนก็ต่างกันไป เราเพียงแค่นึกสงสัยว่าจะมีสักวันไหมนะที่เราจะรู้สึกพอใจกับผลงานตัวเอง จนสามารถถอนหายใจออกมาได้อย่างภูมิใจ 

เราเชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราฉุกคิด และก้าวถอยออกมามองดูตัวเอง ลดความสำคัญของตัวเองลงบ้าง และรับฟังคำแนะนำของคนอื่นให้มากขึ้น คงจะเป็นคำสอนของอาจารย์ฝรั่งที่แม้เวลาผ่านเลยมานานมากแล้ว แต่ก็ยังจำได้ขึ้นใจ

"อย่าถือว่าเราเป็นคนเก่ง ต้องศึกษาเล่าเรียนอีกมาก ฉันเองก็ยังศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา"

กว่าที่เราจะตระหนัก หรือเข้าใจถึงคำสอนอะไรสักอย่างอย่างถ่องแท้ มันก็ใช้เวลานานเหมือนกัน แต่วันหนึ่งเราก็เข้าใจ หากอาจารย์ท่านยังคิดเช่นนี้ แล้วตัวเราเป็นใครมาจากไหน ถึงได้มีความมั่นอกมั่นใจ และละเลยที่จะขวนขวาย

สมัยม.ปลายมีครูท่านหนึ่ง สอนให้เขียนขอบคุณพ่อแม่หรือครูอาจารย์บ่อยๆ ตอนแรกเราไม่เข้าใจหรอก นึกว่าแกอยากให้เราขอบคุณแก แต่พอโตขึ้นเราก็เริ่มเข้าใจว่าครูท่านนั้นไม่ได้ทำเพื่อตัวแกเองเลย แกเพียงแต่สอนให้เรารู้จักรู้คุณคนเท่านั้น สอนให้เรารู้ว่าเราควรจะรู้สึกขอบคุณ ทุกๆคน พ่อแม่ ครู หรือใครก็ตามแต่ที่ได้ช่วยเหลือเรามา ไม่ว่าจะด้วยทางใดก็ตาม

ทุกวันนี้เรารู้สึกขอบคุณทุกๆ คนที่เคยสอน หรือให้โอกาสเรามา ขอบคุณศิลปากร ขอบคุณประสบการณ์ทุกอย่างที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ทุกวันนี้จะทำอะไรมันก็ลำบากกว่าแต่ก่อนมาก โลกมันหมุนไปไม่หยุด แม้แต่ในวงการหนังสือขณะนี้หลายคนก็บอกว่ามันเป็นช่วงขาลง เราจึงรู้สึกซาบซึ้งที่ยังมีพื้นที่เล็กๆ ให้คนที่ไม่ได้เก่งกาจอะไรอย่างเราได้ยืนอยู่ตรงนั้น และทำในสิ่งที่เรารักและอยากจะทำต่อไป 
SHARE
Writer
Pachara_Y
Translator
I came from the past.

Comments

LILITU
1 year ago
คิดถึงศิลปากรบ้างไหม? จากกันไปไกลและนานวัน~ เคยอยู่ เคยเห็นกันและกัน~ เคยบากบั่นสร้างฝันอยู่หลายปี #อารมณ์มันได้ค่ะ
Reply
Pachara_Y
1 year ago
กินเหล้าสิคะ 5555