การหลงรักที่เจ็บปวด /คำอวยพร/
ขอให้โชคดี และมีความสุขมากๆนะ :)        นั้นคือข้อความบนสมุดเล่มใหญ่ที่หน้าประตูทางเข้าสู่งานแต่งงานที่แสนอบอุ่น รูปเวดดิ้งของบ่าวสาวที่ยิ้มอย่างอบอุ่นให้กันและกัน มันยิ่งทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยความสุขอย่างบอกไม่ถูก 

        ความรู้สึกตอนนี้ของผมมันเป็นสิ่งที่อธิบายยาก และมันซับซ้อนพอๆกับหนังอินดี้ยุค 90 วันนี้ผมมาแสดงความยินดีในวันที่แสนสำคัญของเพื่อนสนิท แต่ใจผมกลับค่อยๆเจ็บปวดมากขึ้นๆทุกๆวินาทีทุกๆก้าวที่เดินเข้าไปในงานผ่านจุดถ่ายรูปที่มีคนมุงกันเต็มเพื่อถ่ายรูปคู่กับเจ้าบ่าวเจ้าสาวในวันแสนสำคัญ ผ่านประตูเข้าไปผมมองซ้ายมองขวาก็เห็นกลุ่มคนที่คุ้นเคย กลุ่มเพื่อนสมัยม.ปลายนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของงาน ผมค่อยเดินผ่านโต๊ะแขกคนอื่นๆเข้าไปจนเพื่อนคนหนึ่งสังเกตุเห็น 

“เฮ้ยย สิงโต”

       เพื่อนคนที่ชื่อต้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าตกใจ ก็แน่นอนละผมไม่ได้มาหาเพื่อนๆนานหลายปีจะมีก็แต่การพูดคุยผ่านโซเชี่ยลเท่านั้น คนอื่นๆที่นั่งคุยๆกันอยู่ในโต๊ะพอได้ยินที่ไอ้ต้นพูดขึ้นก็พร้อมใจกันหันมาทางผมทันที

“ไงทุกคนสบายดีนะ” 

ผมพูดขึ้นอย่างเป็นกันเอง เหมือนทุกคนจะตกใจผมและนิ่งไปแป๊บนึงจนไอ้ต้นเหมือนจะตั้งสติได้แล้วเรียกผมไปนั่งร่วมโต๊ะ
 
“เฮ้ย มึงกลับจากญี่ปุ่นแล้วเหรอ” 
“เออ พึ่งกลับมาได้ 2-3 วันเอง”
“แล้วสบายดีนะ” 
“อืม สบายดีๆ” 

บทสนทนาเป็นอย่างเรียบง่าย พอจบคำถามของไอ้ต้นทุกคนก็นิ่งเหมือนเดิม มีคนกล่าวว่า ความรู้สึกคือพลังงานที่เกิดขึ้นและส่งผ่านได้ มันอาจจะจริงเพราะในขณะที่ผมยิ้มกว้างทำตัวเหมือนปกติที่สุด แต่เพื่อนก็เหมือนจะรู้สึกได้ว่าจริงๆผมรู้สึกอย่างไร 

“แกไปทำไรมาเนี่ยผอมลงเยอะเลย” 

เพื่อนผู้หญิงคนนึงถามขึ้น ผมยิ้มก่อนจะตอบและเล่าเรื่องราวตอนที่ไปเรียนญี่ปุ่นอย่างสนุกสนาม จนบรรยากาศในโต๊ะเริ่มดีขึ้น เรานั่งคุยกันอยู่นานแต่ผมไม่รู้นานเท่าไหร่ ผมแต่รู้สึกได้ว่าคนเริ่มเยอะขึ้น จนผมเริ่มอึดอัดและอยากออกไปสูญอากาศด้านนอกนิดหน่อย ผมจึงหาข้ออ้าง

“เออ ห้องน้ำไปทางไหนนะ” 
“เฮ้ย เดี๋ยวกูไปส่ง” 
“ไอ้ต้น กูโตแล้วไม่ต้องไปส่งก็ได้” 
“เออน่า เดี๋ยวกูไปส่ง” 

พูดจบผมกับต้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปด้านนอกห้องจัดงาน แล้วตรงไปที่ห้องน้ำ 

“มึง.....โอเคนะ” 

ไอ้ต้นถามขึ้นในขณะที่กำลังเดินอยู่ ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะต้นค่อนข้างสนิทกับผมมาก ไม่แปลกที่มันจะจับสังเกตผมได้ 

“ถ้ากูตอบมึงว่ากูโอเค มึงจะเชื่อที่กูบอกมั้ย...” 
“ไม่”
“เออ ตามนั้น” 

เราทั้งคู่เดินไปทำธุระที่ห้องน้ำเสร็จแล้วก็ค่อยเดินกลับเข้าไปในงานอย่างช้าๆ จู่ๆต้นก็หยุดเดินแล้วหันมามองหน้าผม ผมก็หยุดตามมันด้วยสีหน้างงๆ 

“ถึงจะช้าไปหน่อย แต่....” พูดจบต้นก็ยื่นมือมาด้านหน้าผม “ยินดีต้อนรับกลับ” 

“หึ โครตอบอุ่นเลยวะ” 

ผมพูดขึ้นก่อนจะจับมือมัน ถึงเราจะห่างหายกันไปไม่ได้เจอหน้ากันนานแต่คำง่ายๆแบบนี้จากเพื่อนสนิทมันอบอุ่นจริงๆ ผมกับต้นเดินตรงไปยังห้องจัดงานโดยพยายามจะเดินหลบกลุ่มคนที่ยืนรอถ่ายรูปด้านหน้างาน แต่แล้ว.... 

“ต้นๆ มาถ่ายรูปกัน” 

เสียงๆหนึ่งดังขึ้นจากจุดถ่ายรูปคู่บ่าวสาว เสียงที่คุ้นเคยเสียงที่ผมยังคงจำได้เสมอ ต้นค่อยๆหันไปตามต้นเสียงที่อยู่ด้านหลัง ภาพที่ผมเห็นคือหญิงสาวตัวเล็กในชุดสีขาว พร้อมรอยยิ้มสดใสกำลังโบกมือเรียกเขา 

“ต้นนนน มาถ่ายรูปกัน!!!!” 

เธอตะโกนเรียกต้นเสียงดังจนคนบริเวณนั้นหันมามองพวกเราเป็นตาเดียว 

“ไอ้โต มึงไปรอกูที่โต๊ะก่อนเดี๋ยวกูตามไป” 
“อืม ได้” ผมตอบรับและกำลังจะหันเดินกลับเข้าไปในงาน 

“ต้นมาถ่ายรูปกัน” 

ยังไม่ทันที่ต้นจะหันไปตอบคนเรียกด้วยซ้ำเจ้าของเสียงก็เดินมาอยู่ด้านหลังมันซะแล้ว

“เออ มาๆ” 
“แล้วคุยกับใครอยู่ เพื่อนเหรอ??” 
“ไม่มีอะไรๆไปถ่ายรูปกัน” 
“มาถ่ายด้วยกันมั้ยคะ จะได้เก็บไว้เป็นความทรงจำ” 
 
เธอเรียกผมด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง ผมไม่ตอบอะไรแต่ค่อยๆหันไปอย่างช้าๆหันไปสบตาเธออีกครั้งหลังเวลาผ่านไป 4 ปี 

“....สิงโต” 
“สวัสดี พราว” 






SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นแห่งวันเวลา
หนังสือสำหรับรวมเรื่องสั้นที่แต่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวผมเองเท่านั้น 
Writer
Singtosan
ชายผู้หลบซ่อนตัวในความสงบ
เราคือชายคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่อย่างสงบในหมู่บ้านอันห่างไกล ไม่ต้องพบเจอผู้คนมากมายก็ได้ แค่ในยามราตรีได้นั่งเขียนข้อความถึงดวงจันทร์และท้องฟ้า บอกเล่าความฝันของผู้คนก็เพียงพอแล้ว

Comments

fxngbeiyr
1 year ago
แม้ว่าความเจ็บปวดจะยังคงเหลืออยู่
แต่ยังไงก็สู้ ๆ นะคะ ✌🏻
Reply