“...ไม่เป็นไร...”
“ทำไรอยู่”

เป็นอีกครั้งที่เธอโทรมากลางดึก และก็เป็นทุกครั้งซินะ ที่กลางดึกนั้นๆ จะเป็นวันที่ผมไม่ได้ออกไปไหน เหมือนมันมีสัญญาณอะไรบางอย่างส่งไปถึงเธอ ทั้งที่สัญญาณอื่นในตัวผมมันชัดเจนกว่าสิ่งที่เธอรับไปเสียอีก แต่กลับส่งไปไม่เคยถึงเธอ

“นอนเล่นโทรศัพท์เฉยๆ”
เป็นคำตอบเปื่อยๆ ของคนไม่มีอะไรจะทำ
ทั้งที่จริงๆ ผมนอนดูหนังอยู่ต่างหาก เป็นหนังที่ผมอุตส่าห์คัดสรรมาตลอดหัวค่ำ กว่าจะเลือกได้ ต้องฝ่าความรู้สึกเบิ่อหน่ายมาตั้งนาน ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ว่าจะดูหนังดราม่าซักเรื่องก็กลัวจะหลับ ลองมาเลือกหนังรักเปิดไปได้ซักพักก็เบื่อไปเฉยๆ หนังผีก็ไม่อยากดู ก็เลยมาจบลงที่หนังบู๊ของนักแสดงชาวฮ่องกงธรรมดาๆ เนี่ยแหละ เพิ่งจะเปิดดูมาได้ 25 นาที 37 วินาทีเอง ตอนนี้ก็คงมีแต่ภาพที่มันเล่นไปกับความเงียบ เหมือนเธอตอนนี้เลยที่เอาความเงียบมาเล่นกับผม

“โทรมาซะดึกเลยมีไรป่าว”
ผมถามเพื่อลองเล่นกับความเงียบที่เธอส่งมา แม้จะรู้อยู่แล้ว ว่าทุกๆ ครั้งที่เธอโทรมาเวลานี้มักจะเป็นเรื่องของพี่เขาเสมอๆ นั่นแหละ

“เราเลิกกับพี่เขาแล้วล่ะ”
เห็นไหม ผมเดาไม่ผิด เป็นเรื่องเศร้าที่น่าขำอีกครั้ง ผมฟังประโยคแบบนี้กับเธอมา 2-3 ครั้งแล้วล่ะ แต่เรื่องของพี่เขาก็ได้ยินอยู่เสมอๆ ตั้งแต่รู้จักกับเธอ แล้วเธอก็จะวนกลับไปหาเขาทุกครั้ง หลังจากที่น้ำตาของเธอแห้งเหือดลง ถึงแม้ว่าผมจะบอกว่ามันน่าขำ แต่ผมก็ไม่เคยขำกับประโยคนี้ของเธอเลย

“รอบนี้คงสุดท้ายแล้วล่ะ”
เหมือนเธอได้ยินความคิดของผม
“แล้วแกโอเคมั้ย” มันต้องไม่โอเคอยู่แล้วป่าวว่ะ ความคิดนี้ลั่นขึ้นมาในหัวตังเองอีกครั้ง
“เราโอเค เราคิดไว้แล้ว เราเตรียมใจไว้แล้ว และเรากับพี่เขาก็จบกันด้วยดีด้วยนะครั้งนี้”
แม้เธอจะพูดแบบนั้นก็เถอะ เธอก็ร้องไห้อยู่ดี
“เออ ไม่เป็นไรก็ดี ถ้าคิดว่าตัดสินใจแล้ว ก็ทำไปอย่างที่ตัวเองต้องการนั่นแหละ”
“เพราะ แกนั่นแหละ เพราะ วันที่แกดึงเราเข้าไปกอด เพราะ วันที่แกบอกความรู้สึกกับเรา และวันที่แกเดินออกห่างเราไป นั่นแหละ”

ผมอื้ออึงอยู่พักหนึ่ง ไม่รู้ว่าความรู้สึกมันคืออะไร ผมควรรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุของการเลิกราของเธอ หรือผมควรจะดีใจที่เธอเลิกกับพี่เขา เพราะผมเอง ที่ไปบอกความรู้สึกนั้นกับเธอ

ผมจำได้ดี วันนั้นเป็นวันที่แดดร้อนผิดปกติ ผมกับเธอยืนอยู่ที่ท่าน้ำจุดหนึ่ง ใกล้มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง และตอนนั้นพระอาทิตย์ก็กำลังจะตก ไปพร้อมกับน้ำตาของเธอ น้ำตาของเธอเป็นเรื่องของพี่เขาอีกครั้ง แต่รอบนี้กับเป็นรอบที่ผมเบื่อหน่ายที่สุด เธอเงียบลงหลังจากฟูมฟายและโวยวายไปเรียบร้อยแล้ว

“จะทนไปทำไมว่ะ” เธอเงียบ
“จะเสียน้ำตาไปทำไมว่ะ” เธอร้องไห้
“จะอยู่แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนว่ะ” เธอมองหน้าผม แววตาของเธอทำให้ผมไม่รู้จะตั้งคำถามอะไรกับเธออีก

ผมดึงเธอเข้ามากอด
“จริงๆ กูเข้าใจคำถามทั้งหมดนั่นนะ เพราะกูก็เคยผ่านมันมาเหมือนกัน แต่ถ้ามึงเลือกใครสักคนที่มึงไม่ต้องทนได้ เลือกใครสักคนที่ไม่ทำให้มึงต้องร้องไห้เสียน้ำตาขนาดนี้ได้ เลือกใครสักคนที่มึงไม่ต้องลังเลที่จะตอบว่ายังอยากอยู่กับเขารึป่าวได้ มันไม่ดีกว่าหรอว่ะ”
“หมายถึงแกอ่ะหรอ”
“ใช่ ถ้าแกรู้สึกแบบนั้น”
“แต่เราไม่ได้คิดกับแกแบบนั้น”
ผมปล่อยมือคลายกอดจากเธอ แล้วเอามือล้วงกระเป๋าในท่ายืนสงบนิ่งสักพัก
“เราขอโทษ”
“ขอโทษทำไม ก็รู้อยู่แล้วล่ะ เราผ่านคำถามพวกนั้นตลอดมานั่นแหละ และทุกครั้งเราก็ตอบตัวเองว่า “ไม่เป็นไร” เหมือนเดิม เราคิดนะว่าบางครั้ง ถ้าคำว่า ไม่เป็นไร มันทำให้เจอหนึ่งความสุขในชีวิตได้ ก็ปล่อยให้มันทำหน้าที่ของมันไปแล้วกัน เราเลยเข้าใจ แต่ถ้าวันไหน ที่คำว่า ไม่เป็นไรของแก มันทำให้เจอ ความทุกข์แทนล่ะก็ เลิกใช้มันซะนะ”
แล้วผมก็เดินจากเธอออกมา ไฟตามทางเดินเริ่มเปิดขึ้นพอดี เป็นซีนเท่ห์ๆ หากมีกองถ่ายภาพยนตร์ซักเรื่องกำลังถ่ายทำอยู่ตรงนี้ แต่ในความรู้สึกกลับจืดสนิท

วันนั้นมันจบลงหลังจากผมเดินออกห่างเธอมานั่นแหละ แล้วผมก็ไม่ค่อยได้เจอเธออีก นานอยู่เหมือนกัน แต่ก็รู้ว่าเธอกลับไปหาพี่เขาเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็น จนกระทั่งวันนี้

“เราก็แค่ ใช้คำว่าไม่เป็นไรกับพี่เขาไม่ไหวอีกแล้ว เราก็เลยเลิกใช้มัน แล้วก็เลยเลิกกับพี่เขาไปด้วยเลย”
เธอเอ่ยต่อหลังจากที่ผมนึกย้อนไปถึงวันนั้น
“ก็ดีแล้วล่ะ แกจะได้เลิกฟูมฟายซักที”
“เราแค่อยากรู้ว่า คำว่า ไม่เป็นไร ถ้าเราใช้กับคนอื่นดูบ้าง มันจะดีจริงๆ อย่างที่แกว่ารึป่าว ก่อนอื่นก็เริ่มจาก ไม่เป็นไร ที่แกเคยเป็นเพื่อนมาก่อนเลยแล้วกัน”
ผมแอบสับสนในคำถามเล็กน้อย แม้จะคิดเข้าข้างตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว
“แกหมายความว่าไง”
“ถ้าแกยังจำคำพูดวันนั้นของแกได้ เราว่าเราลองคบกันดูมั้ย”

“คงไม่ได้แล้วล่ะ ตอนนี้เรามีแฟนแล้ว”
ผมลังเลเล็กน้อย แต่ก็ต้องตอบกลับเธอไปได้เพียงเท่านั้น ความเงียบไม่มีเสียง แต่คนเราก็รับรู้ได้ถึงเสียงของความเงียบอยู่ดี จนผมแอบได้ยินเสียงถอนให้ใจแผ่วเบาของเธอ

“ขอโทษทีนะ”
ไม่เป็นไร
SHARE
Writer
DDDDay
Thinker
เพราะ หลายอย่างบังเอิญเป็นสิ่งที่อยากเขียนถึง

Comments

yellowsmileyface
8 months ago
โหว😧
Reply