กล่องเครื่องมือช่างของนักเขียน
คืนก่อนอ่าน On Writing ของสตีเฟน คิง เขาพูดเรื่องกล่องเครื่องมือช่าง ช่างต้องเตรียมไขควง คีม ประแจสารพัดแบบ ถามว่าช่างจะพกกล่องเครื่องมือใหญ่เทอะทะขนาดนั้นไปทำไม? หนักก็หนัก...

คำตอบคือ วันไหนลองหยิบอุปกรณ์ขาดไปสักชิ้น วันนั้นก็จะเกิดเหตุจำเป็นให้ต้องใช้อุปกรณ์ชิ้นนั้นขึ้นมาแน่นอน 

และถ้าไม่มีอุปกรณ์ชิ้นนั้น มันจะหงุดหงิดมากกกกก เช่น ต้องประยุกต์อุปกรณ์อย่างอื่นมาใช้ ซึ่งเปลืองทั้งแรง เปลืองทั้งเวลา หรือกระทั่งต้องวิ่งออกไปซื้ออุปกรณ์ใหม่

...กล่องเครื่องมือช่างต้องเตรียมให้พร้อมฉันใด นักเขียนก็ต้องเตรียมทักษะให้รอบด้านฉันนั้น เพราะเราไม่รู้ว่าวันไหนไอเดียแบบไหนจะโผล่มา และถ้ามันโผล่มา เราจะจัดการมันอย่างไร

ตอนที่ปมของงานเขียนชิ้นที่เรากำลังเขียนอยู่มันปรากฏขึ้นมาคราวแรก จำได้ว่าทั้งตื่นเต้นดีใจ รู้สึกว่า เฮ้ย! เจ๋งดี! ชอบเลย! ต่อจากนั้นอีกหลายวัน ตามมาด้วยเวลาอีกหลายเดือน อาการคึกมาก กระตือรือล้น จิตใจพลุ่งพล่าน ตามมาด้วยความเศร้าและน้ำตาร่วงเผาะ ใช่... เรารู้ว่าทักษะเรามีไม่ถึง ไม่รู้ต้องทำยังไงถึงจะเล่าเรื่องเรื่องนี้ออกมาให้ได้

หลังจากสับสน รู้ทั้งรู้ว่ามีทักษะไม่พอ ประสบการณ์ก็ไม่พอ แต่ก็เพราะมี storylog และกำลังใจจากผู้คนมากมายในที่นี้ ทำให้เราเกิดกำลังใจกลับมาสู้ต่อ 

...มันก็แค่ยอมรับกับตัวเองนะ ที่เครียดนักเครียดหนาอยู่นี่ มันก็พึ่งเป็นงานเขียนชิ้นที่ 2 ในชีวิตเธอมั้ย? อยากให้มันดีงามเพอร์เฟคขนาดไหนเชียว? มนุษย์ต้องดูกันที่พัฒนาการไหม? เธอคาดหวังจากตัวเองสูงไปรึเปล่าว่าจะเขียนงานได้เลิศเลอ?

พอสำนึกตัวเองได้ว่า ใช่! ฉันฝีมือไม่พอ ใช่! ทั้งฝีมือ ทักษะ ประสบการณ์ ฉันมีอะไรไม่ถึงขั้นที่จะถ่ายทอดเรื่องนี้ออกมาสักนิด แต่คำถามสำคัญ คือจะเขียนหรือไม่เขียน 

...

วันก่อน ได้รับคอมเมนต์กลับมาจากกลุ่ม Beta Reader เราส่งงานเขียนชิ้นที่ 2 ของเราออกไปให้คน 8 คนอ่าน ผ่านไป 5 สัปดาห์ อ่านจบได้ 5 คน อ่านไม่ได้ 3 คน

คนที่อ่านจบ มี 4 คนบอกว่าสนุกดี และ 1 คนไม่ชอบอะไรใดๆ เลย แต่พยายามอ่านให้จบๆ ไป คิดว่าจืดเกินไป เด็กเกินไป และคิดว่าเราน่าจะเขียนได้ดีกว่านี้

คือเราก็รู้ล่ะ ว่ามันเป็นงานเขียนเอาแต่ใจตัวเอง พยายามเขียนออกมาให้อ่านง่ายที่สุดเท่าที่ความสามารถเราจะทำไหว ถ้ามองว่า 3 ใน 8 อ่านไม่ได้เลย ...ก็เกือบครึ่งนะ ถ้าบวกอีก 1 คนที่ว่าไม่โอเคเลยสักนิด มันก็ครึ่งนึง... คือ 50 เปอร์เซ็นต์

ไม่ใช่ตัวเลขที่น่าพอใจ

แต่...เราก็เข้าใจ มันไม่ใช่งานเขียนสำหรับทุกคนจริงๆ นั่นแหล่ะ

แน่นอนว่ากำลังใจเกิดชะงักไป 2 วัน หลังเจอคอมเมนต์ตรงๆ กลับมา แต่พออ่านเจอเรื่อง "กล่องเครื่องมือช่าง" ของสตีเฟน คิง แล้ว ก็พบว่า "เอ้อ ทำใจเหอะ ประสบการณ์เธอน้อย และฝีมือเธอ ณ ตอนนี้ ก็ทำได้เท่านี้แหล่ะ"

เอาเป็นว่า ก็ค่อยๆ เรียนรู้ และค่อยๆ หัดเขียนไปดีกว่า 
ไม่ใช่หัดอบเค้กก้อนแรก ก้อนที่สอง แล้วจะได้เค้กนุ่มฟูเบาสวย หวานอร่อยกำลังดีนี่นา...

ถึงแม้จะมีคนอ่านแค่ 4 คนที่ชอบงานเรา เราก็จะเขียนต่อไปล่ะ

หนึ่งในสิ่งที่ได้ลองทำสำหรับ "กลุ่มตัวอย่างทดลองอ่าน (Beta Reader)" ของเราในครั้งนี้คือ เราลองให้คนนอกที่ไม่รู้จักเรา ไม่รู้พื้นเพประวัติความเป็นมาของเราเลยอ่าน เราอยากรู้ว่าคอมเมนต์ของคนนอกที่ไม่ต้องเมนต์เป็นมารยาทจะเป็นยังไง 

ผลปรากฎว่า ออกมาดี และพี่เค้าชอบแฮะ พี่เค้ายังอวยพรให้ได้ตีพิมพ์เป็นเล่มไวๆ และรออ่านเรื่องต่อไปด้วย

สิ่งที่เราได้เรียนรู้ในช่วงเวลา 3-4 วันที่ผ่านมา มันเป็นประสบการณ์ที่ดีนะ 
เหมือนคนหัดวิ่ง ถึงจุดหนึ่งก็อยากวิ่งให้ได้นานขึ้น ได้ไกลขึ้น และวันหนึ่งก็อยากไปลงมาราธอนกับใครเขาบ้าง...

ส่วนตัวคิดว่า การเปิดตัวเองให้มากขึ้นและรับฟังคำวิจารณ์ เป็นประสบการณ์ที่เจ็บปวดแต่ดีค่ะ

...

ส่วน "กล่องเครื่องมือช่าง" ของสตีเฟน คิง พอพลิกอ่านต่อไปเรื่อยๆ ปรากฎว่าเขาพูดคนละเรื่องกับที่เราคิดล่ะ 

กล่องเครื่องมือช่างของนักเขียนที่เขาพูดถึง คือ ไวยากรณ์ , คลังคำศัพท์ , และสไตล์ 
สตีเฟน คิง ไม่ได้พูดถึง "ทักษะ" และ "ประสบการณ์" เพราะเจ้าสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ช่างต้องฝึกหัดเก็บเกี่ยวผ่านการเขียนอ่านมากๆ เอง 

เขาหัวเราะเยาะเลยด้วยซ้ำที่ใครบอกว่าอยากเป็นนักเขียนแต่ไม่ชอบอ่าน แถมเขายังแนะนำให้กำจัดทีวีออกไปจากบ้านด้วย (ส่วนกรณีของเราคงเป็นการ uninstall youtube ออกจากมือถือสินะ)

สวัสดีวันศุกร์ ขอให้มีสุดสัปดาห์ที่ดีค่ะ :-)

nananatte
9.02.2018
SHARE
Written in this book
what i've learned this year...
บันทึกข้อคิดจิปาถะที่เราค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละนิด
Writer
nananatte
storyteller
nananatte (นานานัตเต) ...ทำอาหารไม่เก่ง ...ชอบแมว โดยเฉพาะแมวดำ ...เป็นนักเขียนนิยายแนว slice of life กึ่งโรแมนติก กึ่งชิลล์ เพราะชอบเรื่องราวของคนธรรมดาที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ นิยายที่เขียนก็เลยมีแต่เรื่องราวของผู้คนเหล่านี้ ...ชอบเครื่องเขียน ชอบกาแฟดำ ชอบอ่านหนังสือ ชอบสวน ชอบเดินเล่นในวันอากาศดีๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ ผลงานนิยายของเราตอนนี้มี 2 เรื่อง คือ Say You Love Me และ ร้านหนังสือเที่ยงคืน ติดตามอ่านกันได้ที่ fictionlog นะคะ :-)

Comments

Maithira
1 year ago
ถ้าชีวิตคือการเรียนรู้ มันก็ย่อมมีสอบผ่านไม่ก็สอบตก คาบเส้นก็มีนะ! 
แต่ยังไงก็ตามคนเราคงไม่สอบตกตลอดเวลาหรอกเนอะ :) สู้ ๆ นะคะ 
Reply
nananatte
1 year ago
ขอบคุณมากค่า คุณ Mai ก็ต้องค่อยๆ เรียนรู้ค่อยหัดกันไปแหล่ะค่ะ :D