"ความฝันกับทะเล"
"...ที่เราตัดสินใจแต่งงานกับเค้า
เพราะว่าเวลาที่เค้าพูดถึงอนาคต
ทุกเรื่องในนั้นมันมีเราอยู่ด้วย"



      เรานั่งมองชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนและสีเขียวมิ้นท์ ที่วางอยู่บนเตียง ในวันนี้เป็นวันแต่งงานของเพื่อนสนิทของเรา ซึ่งเราได้รับเชิญให้ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวในงาน ด้วยความลังเล เราจึงตัดสินใจเลือกชุดไม่ได้สักที

      สุดท้ายจึงตัดสินใจเลือกชุดสีฟ้าอ่อนขึ้นมา เพราะน่าจะเข้ากับธีม 'ทะเลรัก' ที่เป็นธีมหลักของงานแต่งงานในครั้งนี้

      ใช่ค่ะ งานแต่งงานครั้งนี้จัดขึ้นที่ 'ทะเล'

      เราสวมชุดและรองเท้าสีครีม พลางหมุนตัวเพื่อเช็คความเรียบร้อยหน้ากระจก แล้วจึงเดินออกจากบ้านและล็อคประตูอย่างดี ลากกระเป๋าใส่เสื้อผ้า เพราะเนื่องจากเป็นงานแต่งงานที่จัดขึ้นที่ทะเล เราจึงเตรียมใจไปพักผ่อนด้วยเลย

      ทันทีที่ถึงงานแต่งงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยสีขาวและสีฟ้า เข้ากับบรรยากาศของทะเล งานแต่งงานครั้งนี้จัดขึ้นในโรงแรม แต่งานเลี้ยงหรือที่เรียกกว่า 'After party' นั้นจะถูกจัดขึ้นที่ริมทะเล

      "ขอบใจที่มานะ เพื่อนรัก~"

      "มากินของฟรีให้คุ้มที่ใส่ในซองต่างหาก"

      "แหม~ ก็รีบๆ แต่งงานสิ เดี๋ยวไปกินบ้าง"

      "เจ้าบ่าวยังหาไม่ได้เลยมั้ยอะ"

      "ก็ 'คนนั้น' ไง แอบชอบเขามาตั้งแต่ ม.ปลาย แล้วนะ เพื่อนๆ ก็เป็นฝั่งเป็นฝากันหมดแล้ว รีบๆ จับรวบหัวรวบหางมาแต่งงานได้แล้ว"

      "บ้าน่ะแก"

      "บ้าอะไรล่ะ นั่นไง มานู่นแล้ว"

      เราหันไปมองคุณที่เดินเข้ามาในงาน ชุดสูทสีกรมท่า ที่สวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาว ตัดกับเนคไทสีฟ้าอ่อน ทุกอย่างช่างลงตัว ราวกับชุดนี้ถูกตัดมาเพื่อคุณคนเดียวเท่านั้น

      "ไง"

      คุณเดินมาทักทายเราด้วยรอยยิ้มที่แสนคุ้นเคย ด้วยภาระหน้าที่ทำให้ทั้งคุณและเราต่างไม่ได้เจอกัน มีบ้างที่หลายเดือนจนถึงหนึ่งปีเจอกันหนึ่งครั้ง แต่ถึงอย่างนั้น เราก็พยายามคุยกันอย่างสม่ำเสมอ เท่าที่จะทำได้

      "เป็นไงบ้าง เหนื่อยมั้ย?"

      เราถามแล้วชวนคุณคุยด้วยความคุ้นชิน รู้สึกดีใจที่ในวันนี้งานแต่งงานมีธีม แล้วทำให้ชุดของพวกเราที่ใส่มาดูเหมือน 'ชุดคู่' ในทันที

      เอาน่า ให้เราคิดเข้าข้างตัวเองหน่อยเถอะ

      คุณชวนเราไปตักขนมกิน ถึงอย่างนั้นกลับบอกให้เราตักขนมไปนั่งกินด้วยกัน ไม่ได้ให้ตักแยกแต่อย่างใด ดังนั้นในจานจึงมีอาหารต่างกันไป

      พวกเรามานั่งกินขนมแล้วนั่งคุยกัน แขกในงานส่วนใหญ่จะไปถ่ายรูปและแสดงความยินดีกับเจ้าสาว ซึ่งแน่นอนว่าเราถ่ายแล้ว เพราะเป็นเพื่อนสนิทกัน ดังนั้นโต๊ะที่เรานั่งอยู่ด้วยกันจึงไม่มีใครมานั่ง นอกจากพวกเราสองคน

      "ไปเดินเล่นกันมั้ย?"

      คุณถาม พลางยกน้ำขึ้นดื่ม เป็นสัญญาณว่าอิ่มแล้ว เราจึงพยักหน้าแล้วลุกขึ้นเดินตามคุณไปเดินเล่นที่ริมทะเล

      เราถอดรองเท้าส้นสูงออก ที่ถึงแม้เราจะใส่รองเท้าส้นสูงมา แต่ก็ทำให้เราสูงถึงปลายคางคุณมาเพียงนิดเดียวเท่านั้น ยิ่งเมื่อตอนนี้ที่เราถอดรองเท้าส้นสูงออกไป มันทำให้เราสูงแค่ในระดับไหล่คุณเท่านั้นเอง

      น้ำทะเลไหลผ่านปลายเท้าเราไป โชคดีจริงๆ ที่ชุดกระโปรงตัวนี้ความยาวแค่ครึ่งหน้าแข้งเราเท่านั้น ถ้ายาวกว่านี้ เราคงทำกระโปรงสวยๆ เปียกหมดแน่ๆ

      พวกเราเดินเคียงข้างกันไปเรื่อยๆ ไม่มีคำพูดใดๆ ไม่ได้จับมือ หรือแม้กระทั่งสบตากัน

      ทว่าบรรยากาศอบอุ่นกลับรายรอบตัวเรา ความเงียบสงบและผ่อนคลายได้พูดแทนความหมายมากมายที่เรามีจนหมดแล้ว

      "กลุ่มเราแต่งงานกันหมดทั้งกลุ่มแล้วเนอะ"

      "นั่นน่ะสิ"

      "อิจฉาเพื่อนที่ได้ใส่ชุดเจ้าสาวสวยๆ จัง ถ้าถึงงานเราบ้างนะ เราจะใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวยาวฟูฟ่อง และตกแต่งงานด้วยสีม่วงให้ทั้งงานเลย~"

      "..."

      "..."

      "วันนี้ได้เจอเพื่อนแล้วคิดถึงบรรยากาศสมัยตอนเรียนด้วยกันเลย"

      "..."

      เราเงียบไป เพราะคุณเปลี่ยนเรื่อง ทั้งๆ ที่พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่เรากลับคาดหวังและคิดไปเอง จากการที่พวกเราคุยกันตลอด ติดต่อกันอยู่เสมอ แม้กระทั่งแยกย้ายกันไปทำงานตามสายอาชีพของตน แต่คุณก็ยังหาเวลาว่างโทรมาคุยกับเรา หรือรับเราไปทานข้าวกับทางบ้านคุณบ้าง แต่ทุกครั้งที่เราเริ่มพูดถึงเรื่องอนาคตคุณมักจะเปลี่ยนประเด็นไปทุกที

      สิบสองปีแล้วนะ... สิบสองปีแล้ว...

      สิบสองปี ที่คุณไม่เคยชััดเจนกับเรา และเราก็ยังอยู่รอคุณเสมอมา ในทุกครั้งที่คุณหันมา คุณจะพบว่าเราอยู่ตรงนี้เสมอ ไม่เคยไปไหน

      สถานะของพวกเรา เหมือนจะชัดเจน แต่ก็ไม่ เหมือนว่าจะเป็นไปได้ แต่ก็ยังไม่ชัดเจน...

      ภาพงานแต่งงานของเพื่อนในกลุ่มคนแล้วคนเล่าฉายออกมาในความทรงจำ เพื่อนสนิททยอยแต่งงานกันไปทีละคนๆ จนกระทั่งเหลือแค่เราและคุณเท่านั้น

      คนมากมายถามเราว่ามีแฟนหรือยัง ถ้ามีแล้วทำไมยังไม่แต่งงาน และอีกมากมาย ซึ่งเราทำได้แค่ยิ้มตอบไปเท่านั้น

      ...ก็เราน่ะ ยังไม่มีชื่อเรียกสถานะเลยด้วยซ้ำ...

      นาทีนั้นเราตัดสินใจหยุดเดินแล้วหันหน้าไปหาคุณ

      คุณเองก็หยุดเดินแล้วหันมามองหน้าเราเหมือนกัน ดวงตาคู่เดิมที่เราไม่เคยอ่านมันออกเลยสักครั้งตลอดสิบสองปี จนถึงตอนนี้เราก็ยังคงไม่เข้าใจในแววตาคู่นั้นของคุณ

      "ถามจริงๆ เถอะนะ เรื่องระหว่างเรา จะเอายังไงกันแน่?"

      "..."

      "นี่มันก็ 12 ปีแล้วนะ ที่เราอยู่กันแบบนี้ ถ้าไม่คิดจะจริงจัง ก็ปล่อยเราไปเถอะ เรารอมานานแล้ว"

      "..."

      "เหมือนเดิมเลยนะ คุณเป็นแบบนี้เสมอ ไม่เคยพูดอะไร ปล่อยให้เราคิดไปเองเหมือนคนบ้า ฮึก แล้วเราก็บ้า ที่ยังเลือกจะรอมาจนถึงทุกวันนี้..."

      "..."

      น้ำเสียงเราเริ่มสั่นเครือ หยาดน้ำตาร้อนๆ เริ่มไหลมาที่หางตา เราพยายามกระพริบตาเพื่อไล่น้ำตาออกไป แต่สุดท้าย น้ำตาหยดนั้นก็ไหลลงจากแก้ม

      เราจึงตัดสินใจถามคำถามสุดท้าย เพื่อยุติความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกนี้ เพื่อจบเรื่องราวที่ติดค้างอยู่ในใจเรานานกว่าสิบปีนี่สักที

      "...เราถามจริงๆ เถอะนะ อีกสิบปี ยี่สิบปี หกสิบปี หรือจนกระทั่งวันสุดท้าย ชีวิตคุณมีเรื่องของเราอยู่บ้างมั้ย? อนาคตของคุณ มีเราอยู่บ้างหรือเปล่า?"

      "..."

      ไม่มีเสียงตอบรับจากคุณ มีเพียงแววตาไหววูบและมือเรียวยาวที่ยื่นมาเช็ดน้ำตาให้เราเท่านั้น

      คุณดึงเราเข้ามากอดในอ้อมแขนอันอบอุ่นของคุณ ที่ในวันนี้มันไม่อบอุ่นอีกต่อไปแล้ว...

      เราร้องไห้ และรวบรวมแรงผลักคุณออกไป แล้วหันหลังวิ่งหนีจากคุณมา

      ...และแน่นอนว่า คุณไม่ได้ตามมา...

      




      เราตื่นขึ้นมาด้วยแรงสะอื้น แมวที่เลี้ยงไว้เงยหน้ามองเรา ราวกับจะถามถึงสาเหตุของรอยน้ำตาที่ปรากฏบนใบหน้า

      ...เราฝันไป...

      ความรู้สึกเศร้าจางๆ และความโล่งใจ ที่มันเป็นเพียงความฝันยังคงตีกันอยู่ในหัว

      เราอาบน้ำและเลื่อนดูความเป็นไปของเพื่อนๆ ผ่านเฟสบุ๊ค แล้วก็สะดุดตากับวิดีโอหนึ่ง จนต้องเลื่อนมือเข้าไปกดเล่น

      มันคือวิดีโอนำเสนองานแต่งงานของคู่รักคู่หนึ่ง รอยยิ้มหวานของเจ้าสาวและประกายแห่งความสุขที่ฉายออกมาจากแววตาเจ้าบ่าวช่างชวนให้คนยิ้มตามไปกับเรื่องน่ายินดีนี้

      เจ้าสาวบอกว่าเคยมีคนที่คบกันมานานสิบปี แต่สุดท้ายก็เลิกกันไป แล้วจึงมาตัดสินใจแต่งงานกับเจ้าบ่าวที่คบกันได้สองปีแทน ด้วยเหตุผลที่ว่า

      'ที่เราตัดสินใจแต่งงานกับเค้า เพราะว่าเวลาที่เค้าพูดถึงอนาคต ในนั้นมันมีเราอยู่ด้วยค่ะ เลยรู้สึกว่า นี่แหละ ที่เราตามหามานาน เพราะกับคนเก่าของเรา ในอนาคตของเขา ไม่เคยมีเราอยู่ด้วยเลยค่ะ เลยตัดสินใจออกมาจากความยาวนานนั้น แล้วก็ได้มาเจอเขาที่ใจตรงกับเราในที่สุดค่ะ'

      ภาพตัดไปที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวยิ้มให้กัน แล้วเจ้าบ่าวสวมแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของเจ้าสาวอย่างช้าๆ

      ความรู้สึกเศร้าระลอกหนึ่งตีตื้นขึ้นมา เมื่อนึกถึงคุณ ที่หลังจากเรียนจบกันไปแล้ว เราต่างยุ่งกับการทำงานจนไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย

      โซเชี่ยลมีเดียทั้งหลายของคุณ คุณไม่เคยอัพเดตอะไรลงไปเลยหลังจากนั้น

      คุณสบายดีมั้ย?

      คุณยังชอบเครียดบ่อยๆ หรือเปล่า?

      คุณทานข้าวตรงเวลามั้ยนะ?

      ชีวิตคุณเป็นยังไงบ้าง...

      เราไม่ได้รับรู้ความเป็นไปของคุณอีกเลย...


แม้กระทั่งในความฝัน
คุณก็ยังไม่เลือกเรา...


SHARE
Writer
Leslie_R
Lost Stars
Even though we're no longer together, I still love only you...

Comments

Ssii_b
1 year ago
เหมือนเขียนมาจากความคิดของเราเลย เพราะแม้กระทั่งความฝัน ยังไม่ถูกเลือกเลย /สู้ๆ นะคะ
Reply
Leslie_R
1 year ago
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ แม้กระทั่งในความฝัน เค้าก็ยังไม่เลือกเราจริงๆ ... /กอดนะคะ เป็นกำลังใจให้ แล้วซักวันหนึ่งพวกเราจะผ่านมันไปไ่ด้ค่ะ
Arayamoon
1 year ago
อ่านแล้วน้ำตาซึม เหมือนฉายชีวิตตัวเอง เศร้าจังค่ะ
Reply
Leslie_R
1 year ago
กอดนะคะ แล้ววันนึงพวกเราจะเข้มแข็งและผ่านเรื่องราวเหล่านี้ไปได้ เป็นกำลังใจให้นะคะ