จดหมายฉบับที่ 28
 
21 ตุลาคม 2547

วันนี้แม่ก็ไม่ได้ไปรับน้องที่โรงเรียนเหมือนเคย

ตอนเห็นน้าภาเดินไปหาที่โรงเรียน พร้อมคำว่า ปะ กลับบ้าน น้องรู้สึกเหมือนลูกโป่งที่ถูกเจาะลมจนแฟบ

เพราะน้องรู้ดีว่าแม่ก็คงไม่ได้อยู่รอรับที่บ้านอย่างแน่นอน

ที่จอดรถว่างเปล่า มีเพียงเศษฝุ่นกับใบไม้ที่ปลิวลอดรั้ว แค่นั้นก็พอเดาได้ว่าแม่คงออกไปหาลูกค้าประกันชีวิตอีกเช่นเคย งานขายประกันของแม่ช่างยุ่งวุ่นวายจนแทบจะเอาเวลาของแม่ไปหมด ไม่เคยมีใครเข้าใจความยากลำบากของแม่ ลูกค้าชอบให้แม่ไปอธิบายถึงบ้านซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่ยอมเข้าใจเสียที ไม่เคยนึกถึงการขับรถหลายชั่วโมงไปกลับ และบ่อยครั้งก็ตอบแทนความพยายามของแม่ด้วยคำปฏิเสธ

แต่น้องเป็นลูกแม่ น้องต้องเข้าใจแม่ น้องต้องไม่งอแงเวลาแม่ไม่มารับที่โรงเรียน หรือ อยู่บ้านคนเดียว การได้กลับบ้านตรงเวลานับเป็นสิ่งที่ดีแล้วเมื่อเทียบกับการที่แม่ต้องพะวงกลับมารับน้อง เพราะน้องกลายเป็นเด็กนักเรียนคนสุดท้ายของโรงเรียน และการรอแม่กลับบ้าน มันก็ดีกว่ารอแม่ไปรับจากบ้านญาติสักคน

ตอนน้องเปิดประตู บ้านก็ยังคงเงียบเชียบ มืดทึบเหมือนเดิม มีเพียงโมบายที่แขวนไว้หน้าบ้านส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งทักทายน้อง และแสงแดดอ่อนๆที่ลอดผ่านหน้าต่างให้น้องพอเห็นทางเดินภายในบ้าน ตอนแม่ออกไป แสงแดดข้างนอกคงเจิดจ้าเพียงพอจนไม่รู้สึกว่าต้องเปิดไฟกลางบ้านทิ้งไว้เหมือนบางวันที่แม่ไปรับน้องที่โรงเรียน

ข้าวเย็นวันนี้เป็นหมี่กรอบราดหน้าที่น้องบอกแม่ว่าอยากกิน แม่ซื้อทิ้งให้ในห้องครัวเหมือนทุกวัน มันเย็นชืดไปแล้ว แต่ก็ดีนะ จะได้ไม่ต้องกลัวลิ้นพอง แถมเวลาใส่ชามก็ยกง่าย ไม่ต้องกลัวร้อนมือ ความจริงน้องก็อยากกินกับข้าวอยู่หลายอย่าง ถ้าเป็นวันที่แม่ว่างมากินข้าวด้วย คงซื้อกับข้าวหลายอย่างนั้นมากินมื้อเดียวได้ แต่ถ้ากินคนเดียว มันก็คงมากเกินไปสำหรับการอิ่มท้อง ไม่เป็นไร ทยอยบอกแม่ทีละวันก็ได้ คงมีอีกหลายวันที่น้องต้องกินข้าวคนเดียว



ละครหลังข่าวมาแล้ว แต่ก็ยังไร้วี่แววที่แม่จะกลับมา

น้องนั่งมองมือถือตลอดว่าแม่จะโทรมาหาไหม แต่มันก็เงียบสนิท มีเพียงเสียงโทรศัพท์บ้านที่ร้องลั่น แต่น้องไม่ออกจากห้องนอนไปรับหรอก คนส่วนใหญ่ที่โทรเข้าเบอร์บ้านก็โทรหาแม่ทั้งนั้น ถึงไปรับ คนๆนั้นก็ไม่ได้คุยกับแม่อยู่ดี อีกอย่าง เขาก็ชอบถามว่าแม่ไปไหน เมื่อไหร่จะกลับ น้องก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่แม่จะกลับ

น้องไม่อยากโทรไปหาแม่ เพราะรู้ดีว่าแม่อาจจะยุ่งหรือกำลังขับรถ และน้องก็ไม่ได้อยู่คนเดียวคืนแรกเสียหน่อย ตอนแรกๆน้องก็เคยโทรไป แม่ก็คอยบอกว่าอีกแป๊บเดียวๆ และอีกแป๊บเดียวของแม่ น้องก็หลับไปก่อนทุกที

แต่…ถ้าวันไหนแม่โทรมาหาน้องบ้าง ถามว่ากินข้าวยัง ปิดประตูดีหรือยัง มันก็เหมือนรู้สึกว่าจะหายใจได้เต็มอกแปลกๆ



ละครใกล้จะจบแล้ว

น้องดูนาฬิกาก็รู้ แอร์ในห้องนอนก็ยังเย็นฉ่ำ มันยิ่งเย็นยะเยือกเมื่อเริ่มดึกขึ้นเรื่อยๆ จนน้องรู้สึกว่ามันเริ่มหนาวเกกินไป อาจเป็นเพราะอากาศข้างนอกที่เย็นมากขึ้น หรือเพราะจริงๆแล้วแอร์มันถูกตั้งไว้ให้เย็นเผื่อแม่อีกคน ไม่ใช่มีเพียงแค่น้องและเจ้าตุ๊กตาเหมือนกับตอนนี้



ละครจบไปนานแล้ว แม้แต่รายการหลังละครก็กำลังจะจบตามไป และแม่ก็ยังคงไม่กลับมา

น้องคงต้องนอนแล้ว ก่อนที่แม่จะรู้ว่าน้องแอบนอนดึกมาหลายคืน สิ่งที่อยากบอกแม่ในคืนนี้ คงไม่มีโอกาสได้พูดบอกกับตัวแล้ว เพราะพรุ่งนี้แม่ก็คงยุ่งวุ่นวายกับการจัดการอาหารเช้าและพาน้องไปส่งโรงเรียน คงต้องใช้วิธีเดิมเหมือนเมื่อวาน

กระดาษที่น้องตัดเตรียมไว้เริ่มน้อยลงแล้ว พรุ่งนี้ต้องไม่ลืมตัดเพิ่มซะแล้ว น้องมีเรื่องอยากเล่าให้แม่ฟังมากมายเหลือเกิน พรุ่งนี้น้องอยากกินไข่พะโล้ วันนี้ครูบอกว่าให้น้องเป็นตัวแทนห้องประกวดคัดลายมือ การบ้านภาษาอังกฤษยากมาก น้องแปลไม่ออกเลย และอีกมากมายที่เจอมาทั้งวัน แต่น้องรู้ดีว่าถ้าเขียนทั้งหมดมันคงยาวเกินไปสำหรับกระดาษ และมันคงเสียเวลาแม่มากเลย สิ่งที่เขียนไปเลยเหลือเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้น

น้องเพิ่งเริ่มใช้วิธีนี้มาเดือนกว่า แต่รู้สึกเหมือนเขียนหาแม่ไปหลายครั้งแล้วจัง วันนี้ ก็เป็นฉบับที่ 28 แล้วสินะ

จดหมายฉบับที่ 28 คือประโยคแรกในกระดาษ และอีกสองสามประโยคทันมา ที่เป็นความลับระหว่างน้องกับแม่



พับกระดาษที่เขียนแล้วใส่ซองจดหมายสีฟ้าที่แม่ชอบซื้อทิ้งไว้ในบ้าน คำจ่าหน้ามีเพียงว่าถึงแม่ก็ส่งถึงแล้ว ตู้ไปรษณีย์คือโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆที่ปลายเตียง น้องจัดของบนโต๊ะให้โล่งๆ แม่จะได้เห็นจดหมายของน้องชัดๆ

ได้เวลานอนแล้ว น้องคงหลับสนิทเรียบร้อยตอนที่แม่กลับมา แต่น้องเชื่อว่าแม่ต้องเปิดซองจดหมายของน้องอ่าน เจ้าหมี่กรอบราดหน้าเป็นสิ่งหนึ่งที่พิสูจน์มาแล้ว เท่านี้น้องก็พอใจว่าสิ่งที่ต้องการจะบอกกับแม่ แม่คงรับรู้ได้

สำหรับจดหมายฉบับที่ 28 นี่ น้องจะรอคำตอบจากแม่อย่างใจจดใจจ่อในวันรุ่งขึ้น แม้คำขอในฉบับนี้ อาจจะซ้ำกับคำขอในหลายๆฉบับที่ผ่านมาที่แม่ไม่เคยตอบรับก็ตาม

SHARE
Writer
m--mm-m
Lazy person
ทุกอย่างที่อยากเล่า ทุกเรื่องที่ไม่อยากพูดตรงๆ

Comments