เมื่อเงื่อนไขในชีวิตมันเปลี่ยน เราก็ต้องปรับตัว
29 พฤษภาคม 2561
        มหาลัยได้มีการแจ้งว่า เงินเดือนของพนักงานที่เป็นเงินรายได้ และลูกจ้างทุกคน จะไม่มีการขึ้นเงินเดือน และเมื่อหมดสัญญาฐานเงินเดือนทุกคนจะต้องกลับไปสู่เริ่มต้น นี่เป็นระเบียบใหม่ที่ออกตามประกาศจากกระทรวงการคลัง ทุกคนดูไม่ชอบใจนัก ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากเป็นพนักงานที่เป็นเงินแผ่นดิน แต่เพื่อนร่วมงานหลายคนได้รับผลกระทบอย่างร้ายแรง เช่น คนที่มีลูก และคนที่มีหนี้(ผ่อนบ้านหรือรถ) บางคนร้องไห้ และท้อแท้บ้าง ในแผนกผม ในปีที่ผ่านมาเราพยายามอย่างเต็มที่ในการทำงาน สร้างผลงาน นวัตกรรมต่างๆ เพื่อให้มีการประเมินผลงานที่ออกมาในระดับดีเยี่ยม มีการนำเสนอผลงาน วิเคราะห์รากปัญหาต่างๆอย่างจริงจัง เพราะนอกจากการพัฒนาของแผนกแล้ว เงินเดือนก็จะขึ้นไว้ขึ้นด้วยเพื่อให้ทุกคนอยู่ได้ ในช่วงเวลาที่ของกินของใช้แพงขึ้นทุกวัน 
       ก่อนหน้านี้มีการปรับเปลี่ยนเรตสูงสุดของการขึ้นเงินเดือนไปแล้วเมื่อต้นปี คือจากสูงสุด 6 % เหลือสูงสุดที่ 4% ตอนนั้นที่ได้ทราบข่าวก็ใจเสียไม่น้อย เกรงว่ามันจะโตไม่ทันรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี แต่ข่าวรอบนี้เรื่องใหญ่กว่านั้นมาก 
       ผมสงสารคนที่ทำงานมานานๆ เหลือเกินบางคนโดนลดเงินเดือนในหลักหลายพันบาท ผม...ไม่แน่ใจว่าเพื่อนร่วมงานที่ได้รับผลกระทบจะเปลี่ยนไปไหม? เพราะเมื่อไม่มีการประเมินเพื่อเพิ่มเงินเดือนแล้ว ทุกคนจะยังตั้งใจทำงานหรือไม่? การเชิญชวนคนที่อายุมากกว่าเรามาตั้งใจทำงานอีกครั้ง มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะให้กำลังใจจนเขาให้ความร่วมมือ แต่เมื่อเขาทำมันแล้วกลับให้ผลดีแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เช่นรอบล่าสุดคือการทำให้ทุกคนเข้าเรียนภาษอังกฤษ ซึ่งเป็นยาขมของคนมีอายุ แต่เขาก็ทำได้ ส่วนผลลัพท์มันก็คือไม่ได้อะไรขึ้นมา
      สิ่งที่ตามมาอีกอย่างจากการวิเคราะห์ของผม เมื่อคนหมดกำลังใจในการทำงาน บางทีเมื่อคนไม่ตั้งใจแล้ว ปัญหา ที่มันง่ายๆ มันอาจจะกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนละเลย ไม่อยากสนใจ ไม่อยากยุ่ง เพราะมันเป็นการเหนื่อยฟรี การประเมินจากภายนอกมันคงแย่มากขึ้น หรืออาจจะไม่ผ่าน ผลกระทบนี้คงกลับไปที่ผู้บริหาร อันที่จริงพวกท่านก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้ แต่คงไม่มีทางเลือก
       สิ่งที่น่าชื่นใจคือผู้บริหารก็กังวลไม่แพ้กันทุกคนก็คงพยายามคิดวิธีช่วยเหลือ พนักงานที่เดือดร้อน บางที่มันอาจจะเป็นการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบก็ได้ ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าเมื่อไรที่ปัญหานี้มันจะแก้ได้
       "ชีวิตเรา ไม่แน่นอน กฏเปลี่ยน อะไรก็เปลี่ยน" นี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากเรื่องนี้ ไม่ว่าเราจะทำงานที่ไหน มั่นคงอย่างไร แต่ถ้าชีวิตเราขึ้นอยู่กับเงื่อนไขบางอย่างที่มนุษย์กำหนดขึ้น มันมีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลง มันอาจจะดีขึ้น หรือแย่ลงก็ได้ และบางครั้งการเปลี่ยนกฏก็ไม่ได้ยุติธรรมกับใคร หรืออาจจะไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยก็ได้ อนาคตจะเป็นอย่างไรไม่รู้จริงๆ การเตรียมความพร้อมอยู่เสมอเป็นเรื่องที่ควรทำ ไม่ควรก่อหนี้จากความอยากว่าเราจะต้องมีนั้นมีนี่เหมือนคนอื่น ทั้งระยะยาวและระยะสั้น เพราะคนอื่นนั้นไม่มีใครมาเดือดร้อนกับเราเลย
SHARE
Writer
Darknuys
Lecturer
กำลังพัฒนา

Comments