ใครบางคนในความลืมเลือน
ตลาดติดแอร์แห่งหนึ่งใจกลางเมืองในบ่ายวันเทศกาลตรุษจีนเนืองแน่นด้วยผู้คนที่กำลังเดินจับจ่ายหาวัตถุดิบที่ต้องการ ทั้งเสียงหัวเราะ เสียงตวาด เสียงเด็กร้องไห้ และเสียงลากของดังเอะอะโวยวาย

ผมบังคับรถเข็นในมือผ่านผู้คนเหล่านั้น พร้อมกับช่วยแม่ตรวจเช็ครายการวัตถุดิบที่ต้องการ
อาการสะลึมสะลือเพราะตื่นตั้งแต่เช้าทำให้ต้องแวะซื้อกาแฟเย็นรสขมและกลิ่นหอมกรุ่นเพื่อปลุกสติ

สิ่งสุดท้ายที่แม่ต้องการคือขนมขบเคี้ยว เราจึงแวะเข้าแผนกขนม เนื่องจากตลาดแห่งนี้เป็นตลาดขายส่ง เราจึงพบว่ามีขนมให้เลือกมากมายจนเกินความจำเป็นสำหรับเราสองคน บางยี่ห้อเคยกินเมื่อตอนเด็กจนลืมไปแล้วว่ามีขนมชนิดนี้อยู่บนโลก
ก็เหมือนบางความทรงจำที่อยู่ลึก
จนยากจะรำลึกได้
เหมือนคนบางคนที่ถูกเก็บไว้ลึกจนลืมหน้ากันไป
แม่เป็นมนุษย์ที่มีสุนทรียศาสตร์ในการเลือกซื้อของระดับแนวหน้าของโลก...
และกับชั้นขนมที่มีให้เลือกเกิน 40 ชนิดตรงหน้าก็คงจะใช้เวลานานเอาการ...

ผมจึงเข็นรถเข็นไปยังแผนกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
...ไฟสุมไส้ และไออุ่นของหัวใจ...
เพื่อนรักของผู้ชาย

เลือกหยิบเบียร์นำเข้ายี่ห้อหนึ่งขึ้นมาอ่านฉลากเพราะเห็นว่าดีไซน์ขวดแปลกไปจากเบียร์ตามท้องตลาด

ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมาจากขวดมึนเมานั้น
ใครบางคนก็เดินสวนมา
ใบหน้ารูปไข่กับไรหนวดที่มีเค้าว่าตอนเด็กเราเคยรู้จักกัน
ผมจ้องมองเขาอย่างสงบ
แต่ภายในใจกำลังวุ่นวายกับการรื้อค้นกล่องความทรงจำใบเก่า ๆ 
แววตาคู่นั้นดูเหนื่อยล้า อ่อนแรง และสับสน
และกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
เขากระตุกยิ้มแห้ง ๆ ให้ผมทีนึงที่มุมปาก
หากแต่ยิ้มนั้นระบายไปยังดวงตาคู่คมของเขาด้วย
จนกระทั่งที่ชายหนุ่มในชุดสุภาพ...กางเกงสแลคกับเสื้อโปโลแขนสั้นสีขาวเดินผ่านไป
ชื่อหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากม่านหมอกแห่งความลืมเลือนในห้วงเวลาเก่า ๆ


เด็กผู้ชายคนนั้นคือเพื่อนของผมในวัยเด็ก เรารู้จักกันตั้งแต่อนุบาล คุ้นหน้ากันดีในช่วงประถม และสนิทใจที่จะคบกันมาแต่ไหนแต่ไร

แต่พอขึ้นมัธยมต้นเขาก็หายไปจากช่วงเวลาของผม จำได้แค่ว่าย้ายโรงเรียนไป แล้วเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย

ในตอนนั้นด้วยความที่เรายังเด็ก จึงไม่ได้ใส่ใจกันมากนัก และผมก็แอบเก็บเขาไว้ในความทรงจำโดยไม่รู้ตัว เขาฝังตัวอยู่ในกล่องอดีตอย่างใจเย็นและมิดชิด

จนกระทั่งวันนี้ที่ผมได้พบเขา ภาพของเด็กผู้ชายตัวเล็ก ตาโต และฟันซี่ใหญ่ก็ฉายชัดเจน เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่วันแรกที่เข้าโรงเรียน เรียนห้องเดียวกัน มีทะเลาะกัน เถียงกันบ้างตามประสาเด็ก แต่เวลาร่วม 9 ปีที่เราเคยได้เป็นเพื่อนกันคือช่วงเวลาที่มีค่า

เขาคล้อยหลังผมไปในขณะที่สติสตังของผมยังไม่สมบูรณ์พร้อมนัก ผมรู้ตัวว่าตัวเองยิ้ม ...ยิ้มให้กับชั้นวางเบียร์ ...ยิ้มให้กับเขา...

ผมวางขวดสีน้ำตาลขุ่นกลับที่เดิม บังคับรถเข็นให้วนกลับอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็หายตัวไปเสียแล้ว
ใช้ความพยายามตามหาไม่นานนัก เราก็ได้พบหน้ากันจนได้

ครั้งนี้คือการเจอกันเพื่อตอกย้ำว่าเราเคยรู้จักกัน เตือนว่าเขาคือส่วนเสี้ยวสำคัญในชีวิตผม ณ ช่วงเวลาหนึ่ง และผมจะไม่พลาดโอกาสที่จะได้ทักทายเพื่อนเก่า
ผมยิ้มให้เขา ขณะที่เขาก็ยิ้มให้ผม 
หากแต่ปราศจากคำพูดใด ๆ 
แววตาเหนื่อยล้านั้นกลับเป็นประกายกระจ่างใสขึ้น ...อย่างน้อยเราทั้งคู่ก็ได้ทักทายกัน
แม้มันจะเป็นเพียงการส่งยิ้มและพยักหน้าให้กันท่ามกลางเสียงดังโวยวาย
เสียงรบกวนเหล่านั้นไม่สามารถแทรกแซงสัมพันธ์ของเราได้
สายสัมพันธ์บางอย่างในวันนั้นยังหลงเหลือให้เราได้ยิ้มให้กันและกันในวันนี้

หากวันนี้เราไม่ได้พบกัน ผมก็คงจะให้เขาขลุกตัวอยู่ท่ามกลางเศษซากของความทรงจำต่อไปอีกนานแสนนาน
เหมือนเขาเข้ามาบอกให้รู้ว่าเคยมีตัวตนอยู่ในชีวิตของผม ซึ่งก็ทำสำเร็จ เพราะเขาได้ให้คำตอบกับผมว่าเคยมีช่วงเวลาในวัยเด็กเหมือนกันกับคนอื่น ๆ แม้ว่ามันจะไม่ได้นานเหมือนคนเหล่านั้นก็ตาม แต่อย่างน้อยก็มี... และมันก็วิเศษเกินกว่าที่ใครจะมาพรากมันไปจากเราได้

ผมสัญญากับตัวเองว่าหากครั้งหน้าเราได้เจอกันอีก จะทักเขาด้วยชื่อที่ผมคุ้นหูคุ้นปาก จะถามสารทุกข์สุกดิบ อยากจะรู้ถึงความเป็นไปและสาเหตุความเหนื่อยล้าในดวงตาคู่นั้น 

ผมไม่ได้หวังอะไรนอกจากให้บทความนี้ช่วยบันทึกเพื่อนคนหนึ่งที่อยากจะกลับไปสนิทกันเหมือนเดิม หากใครคนนั้นได้อ่าน ขอให้นายรู้ไว้ว่าเรายังเป็นเพื่อนกันเสมอ เจอกันก็ทักกันได้

ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้ง




ใครบางคนในเศษซากของความทรงจำได้ทำหน้าที่เหมือนขนมยี่ห้อดั้งเดิมในวัยเด็ก เพื่อเตือนให้เรารู้ว่าเราต่างก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว 
ขอบคุณสำหรับรอบยิ้มทักทายกันวันนี้
เพื่อนกันตลอดไป
Writer: all.About.Feeling
Twitter: @CrystalMounta1n (all.About.Feeling)



SHARE
Writer
allAboutFeeling
At my little world.
ในวันที่เราพบเจอเรื่องราวมากมายให้ได้เก็บมาเล่าสู่กันอ่าน กับเรื่องราวในอีกหนึ่งมุมมองที่แปลกไป

Comments