You are the only one (Yaebin x Minkyeong) -01-


บรรยากาศภายในโรงเรียนเต็มไปด้วยความคึกคัก เด็กชายหญิงต่างพูดคุยกันด้วยความสนุกสนาน แต่ก็ยังมีความหนาวเย็นของหิมะช่วงสิ้นปีอยู่ ใครหลายๆคนต่างก็อวดไอเทมใหม่ แน่นอน ปีใหม่ก็ต้องของใหม่ ทั้งเสื้อผ้าใหม่ รองเท้าใหม่...

เยบินเองก็มีของใช้ใหม่ๆเหมือนกัน...ถึงแม้จะเป็นของมือสองก็เถอะ

แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ตรงนั้น

เพราะในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นหรือที่เรียกว่า 'เห่อปีใหม่' อยู่นั้น ก็มีสามสาวที่นั่งพูดคุยกันนอกเหนือหัวข้อวันปีใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม

หัวข้อที่ทำให้อึนอูและเจี๋ยโฉวงสนใจ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน


คิมมินกยอง

"แม่ไม่รักชั้นแล้วแน่ๆเลยว่ะ ฮืออออออออออ"

"โอ๋ๆ ใจเย็นๆก่อนนะลูกก มีแม่นูอยู่ทั้งคน" อึนอูพูดปลอบใจเพื่อนหวังให้เพื่อนได้ผ่อนคลายบ้าง

"จ้าๆแม่นู ปลอบลูกไปทำการบ้านไปด้วยก็ดีนะ"

"มึงอ่ะ! เพราะมึงเลยกูถึงไม่ได้ทำการบ้านมา" 

"เอ้า กูเกี่ยวไรอ่ะ"

"โทรมาอวดหลัวกับเพื่อนยันตีหนึ่งตีสอง จิตใจเมิงทำด้วยอะไรอิเจี๋ย" อึนอูบึนปาก แต่สายตาและสองมือกลับปั่นการบ้านยิกๆ 

"ละที่เค้าหยุดติดกันหลายวันมึงทำอะไร" เจี๋ยโฉวงสวนกลับ

"กูไต่แรงค์อยู่ไม่ว่างทำหรอก"

"นี่ถ้าไม่ติดว่ากูโทรไปรบกวนเวลามึงนะ ให้ตายก็ไม่ให้ลอกอ่ะ"

จองอึนอูชอบเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ ว่างเมื่อไหร่พร้อมจับเมาส์จับคีย์บอร์ดเสมอ บ่อยครั้งที่ลืมทำการบ้าน แต่เมื่อคืนเธอตั้งใจว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองในปีใหม่นี้ โดยการทำการบ้านส่งทุกครั้ง แต่สาวจีนกลับโทรมาหวีดหลัวของนางซะยาวเหยียด เลยเป็นอันไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนฟังเจี๋ยโฉวงและแอบงีบเป็นระยะๆ ...สุดท้ายก็ลืมทำการบ้าน

จองอึนอูก็ยังเป็นจองอึนอู ไม่มีอำนาจใดลบล้างความอึนอูได้

"แล้วว่าที่คู่หมั้นนี่ ...แน่ใจนะว่าเป็นผู้หญิง?" อึนอูถามเยบินโดยไม่ละสายตาจากการบ้าน

"เป็นผู้หญิง แถมชั้นยังเหม็นขี้หน้ามากๆ" เยบินเบ้ปากเอียงไปข้าง

"คือรู้จักกันอยู่แล้วหรอ" เจี๋ยโฉวงถาม

"ไม่อ่ะ ตอนกลับบ้านวันศุกร์บังเอิญเจอกันครั้งแรก" แถมยังเป็นเพื่อนพี่ยูฮาด้วย

"โอ้โหห โคตรพล็อตละครน้ำเน่า ...แล้วเค้ารวยมะ" อึนอูทำสายตาเจ้าเล่ห์

"รวย"

"งั้นเพื่อนสนับสนุน สู้!" 

"รวยแต่นิสัยแย่ กวน_้นตีน ฟีลแบบกุเจอกันครั้งเดียวแล้วไม่อยากเจอนางอีกเลย"

คิดแล้วเยบินก็เหนื่อยใจ ถ้าจะต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนแบบนั้นเยบินขอแห้งตายไปกับอากาศซะยังดีกว่า

"ขนาดนั้นเลยหรอวะ"

"พวกมึงต้องช่วยกูนะ กูไม่อยากมาจบอนาคตกูกับคนแบบนี้ ฮือออ..."
"นู มึงชอบคนรวยๆช้ะ เอามะคนนี้เดี๋ยวกูดีลให้" เยบินมองอึนอูด้วยสายตาที่คาดหวังและขอความเห็นใจ

"เหมือนมึงเผาสรรพคุณสินค้าอะไรสักอย่างให้กูฟังละเอามาขายกูอ่ะ" อึนอูส่ายหน้าแล้วหัวเราะลั่น

"กูมืดแปดด้าน ม า ก ๆ"

"แล้วฝ่ายนั้นเค้าโอเคหรอวะ ให้ลูกมาหมั้นกับคนแปลกหน้า" เจี๋ยโฉวงถาม

เหอะ...รายนั้นอ่ะหรอ


คิมมินกยอง...ตัวดีเลย


คืนนั้นเยบินนอนกระสับกระส่ายไปมา รู้สึกสับสนและรู้สึกงงไปหมด อากาศในช่วงสิ้นปีมีความเย็นอยู่มาก แต่หลังของเยบินกลับมีเหงื่อซึมเล็กน้อย ความคิดล้านแปดวิ่งวนอยู่ในหัวไปมาในความเงียบและมืด ล่วงเข้าเวลาตีสาม หลายๆบ้านคงกำลังสังสรรไม่ก็ปิดไฟนอนกันไปหมดแล้ว แต่เยบินเองยังคงนอนคิดไม่ตกเกี่ยวกับเรื่องวันนี้ที่แม่พูดไว้

แม่อาจจะพูดล้อเล่นก็ได้?

แต่สีหน้าของแม่จริงจังมาก...

มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่าที่รู้จักผู้หญิงคนนั้นในวันนี้ แล้วเธอก็กำลังจะเข้ามาในชีวิตของคังเยบิน

สับสนไปหมด...

หลังจากที่แม่พูดธุระสำคัญกับเธอเสร็จ แม่ก็กำหนดวันที่จะให้เข้าไปพบผู้ใหญ่ทางด้านนั้นและว่าที่คู่หมั้นของเธอด้วย


เย็นวันพรุ่งนี้เราจะเดินทางไปหาเจ้านายของแม่กัน เตรียมตัวให้พร้อมนะลูก...

อะไรๆมันก็กระทันหันไปหมด นาทีนั้นเยบินพูดอะไรไม่ออก ทั้งไม่เข้าใจแม่ ทั้งสับสนว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง เมื่อไหร่ พวกเค้าไปคุยกันตอนไหนทำไมเธอไม่รู้

และที่สำคัญ ...ทำไมแม่ไม่ถามความสมัครใจเธอเลยสักคำ


หลังจากที่พ่อทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้แม่ เยบินและยูฮาเองก็อยู่อย่างลำบาก แต่คนที่ลำบากที่สุดก็คือแม่ แม่หาเช้ากินค่ำมาเลี้ยงดูทั้งสองโดยไม่ปริปากซักคำ บ่อยครั้งที่เยบินเห็นแม่ยังไม่ได้กินอะไรเลย และแม่ก็จะชอบพูดเสมอว่า


'แม่อิ่มแล้ว กินกันเถอะลูก' 

เธอรู้สึกเหมือนจะร้องไห้ทุกครั้งที่แม่พูดแบบนี้ ทั้งเธอและยูฮาต่างก็หวังไว้เหมือนกันว่า เมื่อโตไปพวกเธอคงเป็นที่พึ่งให้กับแม่ได้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เธอและพี่ตั้งใจเรียน และในที่สุดยูฮาก็สามารถสอบแข่งขันชิงทุนไปเรียนมหาวิทยาลัยดังที่โซลได้สำเร็จ ยูฮาเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของครอบครัว เยบินหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะเป็นความภาคภูมิใจให้กับแม่และพี่สาวได้เช่นกัน



แสงจันทร์ที่ส่องแสงเข้ามาทำให้ห้องของเยบินมีแสงสลัวๆเล็กน้อย สายตาของเยบินมองไปยังกรอบรูปเก่าๆที่มีรูปเยบิน ยูฮา และแม่อยู่ ถึงแม้ตอนนี้จะพอมองได้ลางๆ แต่ด้วยความที่เห็นทุกวันจนคุ้นตามันก็ไม่ได้เป็นปัญหาถึงแม้ว่าเธอไม่ได้เปิดไฟมองมันเลยก็ตาม

เยบินมองไปที่รูปแม่แล้วยิ้มให้บางๆ

หวังว่าวันพรุ่งนี้เธอจะตื่นขึ้นมาแล้วแม่จะพูดว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่เรื่องล้อเล่นในวันส่งท้ายปีเก่า...

.............
.........
.....
..
.

แต่ความสมหวังไม่ได้เกิดขึ้นสำหรับทุกคน 

ไม่มีวันขึ้นปีใหม่วันไหนที่เยบินจะรู้สึกเศร้าหมองเท่าวันนี้ เธอคิดว่าความลำบากต่างๆที่ผ่านมันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

เยบินเดินลงบันไดบ้านมาด้วยความงัวเงีย เมื่อคืนเธอปล่อยความคิดฟุ้งซ่านและความกังวลวิ่งวนไปวนมาอยู่หลายครั้ง เยบินนอนไม่หลับ มันทำให้วันนี้เธอตื่นสายมากๆ และทำให้เยบินได้เห็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นจริง

...เยบินเห็นคิมมินกยองยืนอยู่กับแม่ของเธอ...

ทันทีที่เยบินเห็น เธอแทบจะวิ่งกลับขึ้นไปบนห้อง แต่ติดที่คิมมินกยองเรียกเธอดักไว้

"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเยบิน" คิมมินกยองพูดเจาะจงไปทางเยบิน
"แต่นี่มันจะสิบเอ็ดโมงแล้วนะ...อืม..." 
"งั้นก็สายัณห์สวัสดิ์ค่ะ" 

คิมมินกยองพูดพลางทำท่าดูนาฬิกาข้อมือทั้งๆที่หล่อนไม่มีนาฬิกาข้อมือ แล้วยิ้มกลับไปให้เยบิน ...ยิ้มเหมือนพวกสิบแปดมงกุฏ ...เยบินไม่ชอบยัยนี่เลย

เยบินก็เดินกระแทกเท้าลงมาปึงปังด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ในใจนึกอยากจะหยิบไม้กวาดในครัวมาไล่ตียัยมินกยองให้ออกไปจากบ้านให้พ้นๆ

"เยบิน นี่หนูมินกยองนะ สวัสดีเค้าสิลูก" แม่พูดกับเยบินพลางพยักเพยิดไปทางมินกยอง

"หวัดดี ชื่อเยบิน" เยบินพูดทักทายแบบขอไปที ไม่มองหน้ามินกยองด้วยซ้ำ

"พูดดีๆสิลูก! เอ่อ...ขอโทษแทนลูกป้าด้วยนะคะหนูมินกยอง ปกติแกไม่เป็นแบบนี้" แม่เยบินพูดแก้ต่างแทนเธอด้วยสีหน้าลำบากใจ มินกยองยิ้มให้แม่ของเยบินพลางหัวเราะน้อยๆ

"ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า หนูไม่ถือหรอก" 

หน้าไหว้หลังหลอกชัดๆ
"แม่ หนูมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อยค่ะ" 
"คนนอกไม่เกี่ยว"

หลังจากที่พูดเจาะจงไปทางมินกยอง เยบินก็พาแม่เดินไปยังส่วนหลังของตัวบ้าน ระหว่างนั้นก็มองเหลียวหลังมาด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรนัก

"โอ้โห ดุจัง" คิมมินกยองพูดกับตัวเองแล้วหัวเราะเบาๆไล่หลังเยบินไป


"แม่ นี่แม่จะขายหนูให้คนแบบนั้นจริงๆหรอ" เยบินใช้น้ำเสียงที่ปนไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

"แม่ไม่ได้จะขาย ...แม่แค่อยากให้ลูกมีคนที่ดูแลลูกได้"

"แต่หนูพึ่งตัวเองได้ แล้วหนูก็สามารถดูแลแม่ได้ด้วย"
"หนูไม่อยากได้คนนอกเข้ามาในครอบครัวของเรา ...แล้วยิ่งเป็นยัยนั่น..."

คำหลังเยบินพูดเหมือนบ่นกับตัวเอง

ตอนนี้เธอไม่ได้ขาดอะไรทั้งนั้น (นอกจากเงิน) ความรักที่เธอได้รับจากแม่และพี่สาวก็เพียงพอแล้ว ถ้าหากอนาคตจะรักใครขอให้เป็นคนที่เธอเต็มใจจะรัก...

...ไม่ใช่แบบนี้สิ

"เยบิน ....ถือว่าแม่ขอร้องสักครั้งนะลูก"
"ถ้าเกิดวันนึงแม่เป็นอะไรไป แม่จะได้แน่ใจว่าลูกจะอยู่อย่างสบาย" 

"แม่! ทำไมแม่พูดแบบนี้" เยบินตกใจกับคำพูดของแม่จนน้ำตาคลอเบ้า

เธอไม่เข้าใจแม่เลยสักนิด...

ก่อนหน้านี้เราก็อยู่กันได้ จะลำบากแค่ไหนเธอก็ทนได้ ขอแค่มีแม่อยู่ด้วย

แต่สิ่งที่แม่พูดมันทำให้เยบินจินตนาการไปถึงวันที่แม่ไม่อยู่บนโลกใบนี้...

"นะลูก ถือว่าแม่ขอร้องล่ะ ...ถือซะว่าทำให้แม่สบายใจนะเยบิน"

........
.....
...
.

คิมมินกยองเดินสำรวจบ้านระหว่างรอสองแม่ลูกเดินหายเข้าไปคุยธุระกันเป็นการส่วนตัว 

'บ้านเล็กน่ารัก ดูอบอุ่นดีจัง' มินกยองนึกในใจและเดินไปแถวๆที่ตั้งโชว์รูป ในนั้นมีทั้งรูปยูฮา เยบิน และแม่ขของทั้งคู่ มินกยองสะดุดตาเข้ากับรูปวัยเด็กของคังเยบิน ...เด็กตัวเล็กๆผิวสีขาวผ่องใส ดูจ้ำม้ำนิดหน่อย แก้มกำลังกลมตามประสาเด็กเล็ก ตาดำใสเล็กๆ ดูน่ารักน่าหยิก

มินกยองจ้องเข้าไปใกล้ๆภาพแล้วขำในความน่าเอ็นดู ...เด็กอะไรน่าหยิกจริงๆ

คังเยบิน...โตมาก็น่าแกล้ง

สายตากวาดไปทั่วบริเวณห้องรับแขก ...อาจจะไม่ใช่ห้องรับแขกที่เป็นทางการนักเพราะบ้านมีขนาดเล็ก บนผนังมีเกียรติบัตรที่ใส่กรอบรูปแขวนอยู่มากมาย มีทั้งชื่อของยูฮาและเยบินสลับกันไป พร้อมข้อความกำกับว่าได้รับเงินรางวัลกี่วอน มีทั้งจำนวนมากและน้อย

มินกยองเห็นเหรียญรางวัลเล็กๆแขวนอยู่ด้วย  ข้างในระบุว่าเป็นเหรียญเมื่อสิบปีที่แล้ว การแข่งขันวิ่งแข่งของคังเยบินที่ได้รางวัลที่ 1 มา

เธอรู้สึกเหมือนเยบินเป็นกระต่ายสีขาวปุยตัวเล็กๆที่สามารถวิ่งได้รวดเร็ว คิดแล้วขำปนน่ารักดีนะ และถึงแม้ว่าเธอจะขายาว แต่ก็ไม่น่าจะวิ่งตามเยบินได้ทันแน่ถ้าทำให้เธอวิ่งหนีไป

จังหวะที่มินกยองหันหลังไป ก็เห็นเยบินยืนกอดอกกระดิกเท้ามองมินกยองเหมือนรออยู่นานแล้ว


มาแล้ว...กระต่ายตัวน้อยของฉัน

"สำรวจอย่างกับเป็นบ้านของตัวเองเลยนะ" เยบินพูดเหน็บฝ่ายตรงข้ามทันทีที่สนทนา 

"เดี๋ยวเราก็เป็นบ้านเดียวกันแล้วล่ะค่ะ" มินกยองยิ้มตอบเยบิน

"แม่ขึ้นไปข้างบน ไม่ต้องทำเป็นพูดเพราะก็ได้นะคุณ" 

"ค่ะ"
"งั้นระหว่างนี้...เรามาคุยเรื่องของเรากันก่อนดีมั้ยคะ"

"ไม่คุย"

"แต่พี่อยากคุยค่ะ"

"...พูดดีๆก็เป็นนะคุณ ...แต่ชั้นรู้ว่าคุณแกล้งทำ"

"เปล่าค่ะ เมื่อวานต่างหากที่พี่แกล้งทำ"
"พี่แค่อยากทดสอบความฉลาดทางอารมณ์ของว่าที่คู่หมั้นพี่เท่านั้นเอง" มินกยองยิ้มน้อยๆ แต่สำหรับเยบินมันดูเหมือนเธอกำลังยิ้มเยาะ

"คุณ ชั้นจะหัวร้อนอีกรอบแล้วนะถ้าคุณยังพูดจาแบบนี้อีก"

"ก็หัวร้อนไปสิคะ พี่ไม่ได้ห้ามซะหน่อย"

เยบินเดินเข้าไปประชิดตัวมินกยองด้วยความโมโห มินกยองสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เดินหนีไปไหน

'จะโดนตบมั้ยวะเนี่ย...มินกยองเอ้ย' มินกยองคิดในใจแต่ยังทำใจดีสู้เสืออยู่

"ดูปากชั้นดีๆนะ แล้วก็จำไว้ด้วย"


ฉันเกลียดเธอ! คิมมินกยอง!



เมื่อเตรียมของเสร็จแล้วทุกคนต่างค่อยๆทยอยกันขึ้นรถ รวมถึงยูฮาด้วยที่ก่อนหน้านี้มัวแต่นั่งคุยเรื่องสัพเพเหระกับแม่ และเรื่องของเยบินกับมินกยองด้วย

เยบินมัวแต่ชักช้าทุกคนเลยขึ้นรถไปก่อน พอเธอออกมาในระหว่างที่กำลังเตรียมล็อคบ้านเยบินก็เหลือบไปเห็นที่ว่าง 4 ที่ๆเหลือเพียงอยู่ที่เดียว


ที่นั่งข้างคนขับ

และคนขับคือคิมมินกยอง

เยบินเคาะกระจกหลังเบาๆ เป็นยูฮาเองเลื่อนกระจกลงมา

"มีอะไรบิ้น รีบๆขึ้นมาเร็ว"

"นั่งด้วย"

"ไปนั่งข้างหน้าสิเหลืออยู่ที่นึง จะมานั่งเบียดแม่กับพี่ทำไม" ยูฮาถาม

เยบินทำหน้าเซ็งสุดๆแล้วเดินไปยังประตูข้างคนขับ เปิดด้วยความเบื่อหน่ายแล้วปรายตาไปมองคนขับ ยิ่งเห็นมินกยองยิ้มให้ยิ่งทำให้เยบินกรอกตามองบนหนัก

"นั่งเลยค่ะ ปรับเบาะได้ตามสบายนะ"

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ พอนั่งที่แล้วเยบินไม่สนใจมินกยองอีกต่อไป มองไปยังทิวทัศน์รอบๆเหมือนมันน่าสนใจกว่าคนข้างๆของเธอ

เยบินนึกเสียดายที่เธอไม่มีมือถือไว้ฟังเพลงเหมือนเพื่อนๆ ไม่งั้นเธอคงตัดขาดโลกภายนอกที่มียัยมินกยองนี่ไปด้วย แน่นอนว่าการมองทิวทัศน์ข้างนอกพร้อมฟังเพลงไปด้วยน่าจะฟังดูดีกว่าการหันไปเจอหน้ายัยคนขับนี่

ตลอดการเดินทางเยบินไม่ได้พูดคุยกับใคร เพียงแค่ฟังทุกคนบนรถคุยกันอย่างเงียบๆ ถามคำก็ตอบคำ ยิ่งมินกยองเป็นฝ่ายชวนคุยด้วยแล้ว การเมินคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เยบินจะทำ และแม่ก็จะชวนมินกยองเปลี่ยนเรื่องทุกทีเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันน่าอึดอัดเกินไป

แต่ยัยมินกยองนี่น่ะ เยบินดูออกว่าหน้าหนาหน้าทนแค่ไหน ดูจากการที่คุยกันตอนอยู่ที่บ้าน...


คนอะไรน่าต่อยจริงๆ


คิดไปก็เสียอารมณ์ เยบินเลยเลือกที่จะมองไปนอกหน้าต่างแทน

การได้เห็นวิวทิวทัศน์มันทำให้เธอเลิกคิดเรื่องไร้สาระได้ดีเลยทีเดียว ผ่านข้างทางเจอคนพาสุนัขตัวเล็กๆออกมาเดินก็ดูน่ารักดี เห็นต้นไม้ใบหญ้าตามทุ่งก็ดูสวยไปอีกแบบ เยบินไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกบ่อยนัก เพราะเธอต้องประหยัดค่าน้ำมันสำหรับไปกลับโรงเรียนที่อยู่ไกลจากบ้านพอสมควร เพราะงั้นการเที่ยวนอกบ้านสำหรับเยบินก็ตัดออกไปได้เลย

เข้าเขตตัวเมือง เธอเห็นแผ่นโปสเตอร์เกมออกใหม่ก็นึกถึงเพื่อนตัวดีอย่างอึนอูที่มาเห็นจะต้องกรี้ดแล้วดิ้นเร่าๆบ่นอยากได้แน่นอน แต่เกมเมอร์นูนูมีหรือจะพลาด ป่านนี้ก็คงหาซื้อเกมลดราคาตามประสาอึนอูนั่นแหละ แต่ถึงอึนอูจะกินแกลบก็คงแกลบสู้เธอไม่ได้หรอก

ตึกรามบ้านช่องหลังแล้วหลังเล่าผ่านไป เยบินรู้สึกว่าคนพวกนี้ไปหาเงินเยอะๆมาซื้อบ้านสวยๆจากที่ไหนกันนะ? บ้านเธอแค่เล็กนิดเดียวเธอก็ว่ามันแพงมากๆแล้ว แต่ถึงบ้านเธอจะเล็กมันก็เป็นสถานที่ๆเธอชอบมากที่สุด อยู่ด้วยแล้วรู้สึกอบอุ่นและสบายใจ ที่ไหนก็ไม่อุ่นใจเท่าที่บ้าน สำหรับเยบินน่ะนะ



มินกยองมองกระจกหลังก็พบว่าทั้งแม่เยบินและยูฮาทั้งคู๋ต่างก็หลับไปแล้ว มินกยองจะละสายตาจากสองแม่ลูกหันไปมองว่าที่คู่หมั้นแสนดื้อของเธอแทน

ภาพของเยบินที่มองออกไปนอกหน้าต่าง ...สวยจริงๆแหละ

แต่คำพูดของเยบินที่บอกว่าเกลียดเธอมันก็ทำให้มินกยองใจเสียไปนิดหน่อย ...เอาล่ะเธออาจจะกวนตีนเยบินเกินไปจริงๆ หลังจากนี้คงต้องเพลาๆบ้างแล้วล่ะ ไม่งั้นโดนเกลียดขี้หน้ามากกว่านี้คงแย่แน่

ก็เยบินน่าแกล้ง เธอเลยอดกวนอีกฝ่ายไม่ไหว

สีหน้าตอนโกรธของเยบินมินกยองก็คิดว่ามันน่ารักมากเช่นกัน

ดูเหมือนมินกยองจะจ้องเยบินนานไปหน่อย อีกฝ่ายเลยรู้สึกตัวและหันมามอง แต่ก็รีบหันกลับไปมองกระจกเหมือนเดิมยังกับไม่สนใจมินกยอง

"นี่เยบิน คุยกับพี่หน่อยสิคะ"

"...."

"พี่เหงาอ่ะ ไม่มีคนคุยด้วยเลย" 

"...ก็คุยคนเดียวไปสิ ไม่ยาก"

"ใจร้ายจังเลยนะ" มิยกยองทำน้ำเสียงน้อยใจ

"เรื่องของคุณสิ"

เยบินยังคงมองกระจกต่อไป ไม่หันมาแม้แต่น้อย

'คังเยบิน...ถึงจะใจร้าย แต่ก็น่ารัก...'

"พี่แค่อยากจะทำความรู้จักกับเยบินให้มากกว่านี้ เราแค่เจอกันแค่วันเดียวเองนะคะ...หันมาคุยกับพี่ดีๆเถอะนะ" 

"คนบ้าที่ไหนรู้จักกันวันเดียวก็เป็นว่าที่คู่หมั้นกันแล้วอ่ะ นี่คุณคิดอะไรอยู่เนี่ยถึงอยากจะหมั้นกับชั้น คุณเล่นอะไรอยู่คุณมินกยอง" เยบินถามด้วยสีหน้าจริงจัง


"ความรักมันเล่นกันได้ด้วยหรอคะเยบิน"


มินกยองอาศัยจังหวะที่รถติดไฟแดงหันไปมองเยบินอย่างไม่หลบสายตา

...เยบินไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่สวยมากๆ

ยิ่งดวงตาด้วยแล้ว เวลามองยิ่งเหมือนถูกสะกดให้มองนานๆ... มินกยองมีตาที่สวยมาก ตาคมสวยแบบที่เยบินไม่ทันได้สังเกตเพราะมัวแต่โมโหที่อีกฝ่ายกวนประสาท เลยไม่ได้สนใจที่จะมอง

แต่พอได้มองใกล้ๆแล้ว....

"ปี๊นนนนนน! ปี๊น!!ๆๆๆๆ"

ทันทีที่ไฟเขียว แตรจากคันหลังก็บีบเสียงดังไล่มา ทำให้มินกยองสะดุ้งและละสายตาจากคังเยบินไปอยู่ที่ถนนเหมือนเดิมแทน แม่และยูฮาค่อยๆตื่นขึ้นเพราะเสียงแตรดังจากหลังรถ

เยบินรู้สึกตัวและรีบหันหน้าเข้ากระจกอีกครั้ง เธอเห็นคันหลังแซงขึ้นมาขนาบข้างแล้วมองมาที่รถของมินกยองด้วยสีหน้าข้องใจ ก่อนที่จะเร่งเครื่องแซงขึ้นไปยังอีกเลนของถนน

'แก่ก็แก่ ยังจะเหยียบตีนผีอีกนะลุง' เยบินคิดในใจ

"งืมม...เมื่อกี้เสียงอะไรอ่ะกยอง ตกใจหมด" ยูฮาทำเสียงปากแจ๊บๆแล้วหันไปมองซ้ายมองขวาแบบคนงัวเงีย

"เสียงแตรรถเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก"
"คุณป้านอนต่อได้เลยนะคะ ช่วงปีใหม่แบบนี้รถติดมาก คงอีกนานกว่าจะถึง" 

มินกยองหันไปบอกกับยูฮาและคุณป้าให้นอนต่อได้ พลางหันไปมองเยบินแวบเดียวแล้วมีสมาธิกับการขับรถต่อไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไร

เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไปเยบินจึงทำเป็นเปลี่ยนท่าทางการนั่ง โดยหันหน้าตรงไปแล้วมองวิวข้างหน้า เหลือบตามองมินกยองเป็นระยะๆ

คิมมินกยอง...จมูกโด่ง ตาคมสวย ขาเรียว ตัวก็สูง แถมนิ้วมือยังเรียวยาวสวยมาก...

แต่คนสวยก็ย่อมมีจุดด้อยเหมือนกัน

...ยัยนี่หน้าผากเถิกมาก ถ้าไม่ไว้หน้าม้าก็ออกจากบ้านตอนที่ยังมีแสงแดดไม่ได้ แสงสะท้อนตาชาวบ้านบอดหมด ละนี่พอมองใกล้ๆก็ชัดเลย...เหนียงคุณเธอ ไม่ใช่แค่เยบินที่ถ่ายรูปไม่สวยฝ่ายเดียวแล้วแหละนะคิดว่า... แต่ถึงจะมีเหนียงมินกยองก็เป็นผู้หญิงที่ดูสวยอยู่ดี...


จะไปชมยัยนี่ทำไมล่ะเฮ้ยคังเยบิน! ...ต้องด่าสิ ด่าาา
จำไว้นะคังเยบิน ...คนๆนี้ร้ายกาจ อย่าไปหลงกลเชียว



แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้บ้างเลย หุๆ
ลิ้นกับฟันย่อมกระทบกันเป็นธรรมดาเนอะ 
แต่พี่กยองคะ ลดความกวนตีนเถอะเชื่อน้อง แค่นี้คุณเค้าก็เหม็นขี้หน้าจะแย่อยู่ละ (แอบซึน แน่ะๆ)

ชอบไม่ชอบยังไงฝากคอมเมนต์กันด้วยนะคะ ชอบก็กดถูกใจไปเลยย แฮ่!

เลิฟยูว.


SHARE
Written in this book
You are the only one (Yaebin x Minkyeong)
เกลียดคนกวนตีน...เกลียดคิมมินกยอง
Writer
MrsDERR
FicPRISTIN & GLStory
/ช่วงไหนหายไปคือโดนวิชาเอกเสพความตายไปแล้ว /แวะเข้าไปพูดคุยกันด้าย ทวงฟิคด้าย ด่าอิฮซซให้ฟังก้อด้าย

Comments

slim_7
1 year ago
น้องน่ารักใช่มั้ยล่ะกยอง แต่ลดความกวนหน่อยก็ดีนะ ก่อนที่จะโดนเกลียดขึ้นมาจริงๆ
Reply
MrsDERR
1 year ago
หยอกแรงไปหน่อย โดนเกลียดเลย วงวาร
Esaddddd
1 year ago
ต่อคับๆผมชอบ55555
Reply
MrsDERR
1 year ago
มาต่อให้แล้วนะคะ ปั่นยิกๆเลย 5555