บางครั้งคนเราต้องร้องไห้ | Slow dancing in a burning room
"นั่นดาวอะไรอะ?" ประโยคคำถามที่เธอโพล่งออกมาดื้อ ๆ 
คงหวังทำลายความเงียบที่กำลังครอบครองห้วงเวลานี้อยู่รึเปล่าก็ไม่รู้นะ
"จะไปรู้เรอะ ถึงจะดูดาวเป็น แต่ก็ต้องมีกลุ่มดาวอ้างอิงนา
ไอ้ที่โผล่มาจากขอบเมฆแบบนี้ ใครมันจะไปดูออก"

"What's name of that star?" A suddenly question was speak out
Wanna kill the quiet what surrounded, somehow
"I know the star's name by the reference point 
Never know one behind a cloud"

"กากว่ะ" เธอเว้นระยะอยู่ช่วงใหญ่ ๆ ก่อนจะพูดต่อ
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เรากลับละนา แม่ชวนกินข้าวที่บ้าน"
"เดี๋ยว..." เธอดึงชายเสื้อผมเบา ๆ จากด้านหลัง
น้ำเสียงของเธอสั่น เธอร้องไห้แหง ๆ และนั่นเป็นการหันกลับไปที่ลำบากที่สุดครั้งนึงเลย

"Poor astronomer" she mutter
"Anything more? So I gonna get dinner with my mom"
"Wait.." she pull my coat softly from behind
Her voice isn't good. Be sure she crying and it's hard to turnback


"อยู่เป็นเพื่อนก่อนนะ"
"ได้.." ผมหันกลับไปลูบหัวเธอเบา ๆ 
แต่ไม่มั่นใจว่านั่นเป็นวาล์วน้ำตารึเปล่า
"เอ่อ.. เราไม่มีทิชชูว่ะ เอาเสื้อนอกไปก่อนได้มั้ย?"
เธอไม่ตอบ แต่พยักหน้าเบา ๆ พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบไหล่ผม

"Stay with me just a while" 
"Sure.."  I turning back and rub her hair gently
it seems like her tear's valve
"I bring none of tissue..  My coat instead?"
She nodding with a tears stream on my shoulder

"ร้องเถอะ ไม่ต้องกลั้นแล้ว"
ราว ๆ สิบนาทีที่เธอยังคงปล่อยให้น้ำตาไหล
เป็นสิบนาทีที่เนิ่นนานเหลือเกินสำหรับคนที่แพ้น้ำตาอย่างผม และเธอรู้
"เดี๋ยว.....ให้น..." และเหมือนเธอพยายามพูดอะไรสักอย่าง

"Don't suppress it, just cry"
About ten minutes that she let he tears streaming
It's the longest ten minutes for me and she know
"I'll w..s.."


"เดี๋ยวซักให้นะ... เสื้อนอกน่ะ"
"ไม่เป็นไร"
"I'll wash it... your coat"
"Don't worry about it"

"เลอะขี้มูก"
"ไม่เป็นไร"
"It's my snot"
"Forget it"
 
"ขอโทษ"
"ไม่เป็นไร"
"I'm sorry"
"It's nothing"

"แกไม่ควรจะมาฟังเราร้องไห้แบบนี้"
"ไม่เป็นไรหรอกน่า"
"You shouldn't to listen me screming
"That's alright"

"แกแพ้น้ำตา"
"ก็ใช่ แต่ไม่เป็นไร"
"Girl's tears is your weakness"
"Yes but not a problem"

"...."

"ไม่ต้องพูดแล้ว ไม่เป็นไรเลย ร้องไห้เถอะ"
"Say nothing.. I'm here, just cry"

"ขอโทษนะ นาน ๆ ครั้งจะได้เจอกันที แต่ต้องมานั่งฟังเราร้องไห้เนี่ย"
"ไม่หรอก อยู่กับแกก็สนุกดี"
"ยังไงวะ มานั่งฟังชั้นร้องไห้เนี่ยนะ"
"เออดิ เป็นเพื่อนกันมาสิบกว่าปี เพิ่งเคยเห็นแกร้องไห้นี่แหละ"
"ปกติก็ไม่ร้องให้ใครเห็นหรอก"
"คนเราก็ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้มั้ง"

"I'm sorry.  For long time we met again but I am crying"
"Nope. I've fun when I'm with you
"How? I'm just crying"
"Yep. I just seen you cry by a decade friendship"
"Never expose it before"
"But not need to strong all the time"

"แกผ่านมันไปได้ไงเนี่ย?"
"ยังเลย ยังไม่ไปไหนเลย แต่ก็เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อยแหละ คิดว่านะ"
"มีทางลัดมั้ย?"
"อาจจะมีก็ได้ แต่ไม่เคยเจอ"

"How you getting over it?"
"I am not. But I can stand longer, maybe"
"Any shortcut?"
"Somewhere, but I just never seen"

"แกกลับเถอะ เดี๋ยวแม่รอ"
"ไม่เป็นไร บอกแม่แล้วว่าเลทหน่อย เป็นห่วงแกนี่แหละ"
"โอเคแล้ว"
"ไม่โอเคหรอก... เอางี้ ไปกินข้าวด้วยกัน แต่แม่ทำเผ็ดหน่อยนะ"
"อื้อ"

"You have to go home. Your mother's waiting"
"It's alright. I tell her I'll a bit late. Now I'm worried about you"
"I'm okay"
"You ain't... You wanna join a dinner? but it would be a bit spicy"
"Okay"



- Base from a girl's story
SHARE
Writer
LowkV
Patient
Major Depressive Disorder

Comments