ยุติธรรมเสมอ
1
ความตายยุติธรรมเสมอ
ความรักก็เช่นกัน


2
อาทิตย์ก่อนกลับบ้านไปเพื่อเปลี่ยนรถกะบะของพ่อมาไว้ใช้ขนของไปขาย

ออกจากงานแล้วเหรอ พ่อถาม
ผมยิ้มแห้งผาก เป็นคำตอบ

ค้าขายเป็นเรื่องดี ทำงานบริษัทก็เป็นเรื่องดี 
ทำอะไรก็เป็นเรื่องดีถ้าตั้งใจ พ่อพูดแบบไม่สบตา

ข้าวต้มร้อน เต็มไปด้วยคะน้า ขึ้นฉ่าย ฟักทอง หมู ปลาหมึก ปลาดอลลี่ เขี่ยซ้ายขวาหาเม็ดข้าวเเทบไม่เห็น แม่บอกว่าแก่แล้วกินแบบนี้แหละ อยากใส่อะไรก็ใส่ แต่มันก็รวมกันรสชาติลงตัวดี ไม่อยากเรียกมันว่าข้าวต้มหรอก แต่ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร แม่พูด

ความสับสนของชีวิตช่วงนี้ของผมยากอธิบายให้พ่อแม่ฟัง ความจริงผมก็จำกัดความมันไม่ได้ด้วยซ้ำ วุ่นวาย อ่อนแอ ทะเยอทะยานหาญกล้า โง่ บ้าท้าทาย ควายเผือก มันรวมกันแบบไม่ลงตัว ไม่อยากเรียกว่าชีวิตหรอก แต่ไม่รู้จะเรียกอะไร ผมคิด


3
เย็น ๆ พ่อกับแม่จัดการสวนผัก แม่บ่นปวดนั่นนี่ ลืมโน่นนั่น พ่อก็คงไม่ต่างแต่ไม่พูด แม่นั่งล้างผักรำพึงว่าขายลำบาก ใคร ๆ ก็กลับมาปลูกผักปลูกหญ้า ต่างจากสองสามปีก่อน มีเท่าไหร่ก็ขายหมด มือแม่จุ่มลงกะละมังน้ำ เย็นถึงกระดูก

ขายผ้ากำไรดี ตามให้ทันจัดการให้ได้ แม่ขายมาทั้งชีวิตเลี้ยงดูพวกเรามาจนโต แม่พูดรำลึกอดีต

ภาพร้านผ้าริมท่าด่านปรากฏเบื้องหน้าผม ลมเย็นเถือหนังเป็นระรอก ปะทะหน้าจนไร้รู้สึก ปากสั่นไม่ตั้งใจ

อยากเปิดเป็นสองล็อก ผมบอกแม่ถึงสาเหตุที่เอาเก๋งมาเปลี่ยนเป็นกะบะ กิจการเติบโตดี ไม่ลำบาก

แม่ก็เติบโต ตอนผมเรียนสักป.สอง ป.สาม บ้านไม่พอเก็บ สต็อกผ้าเต็มทางเดินและเตียงนอน พี่น้องกระโดดเล่นสนุกสนาน โดนไม้เมตรฟาดขา สงบเสงี่ยมทันที

ต่อมาหลายคนก็มาขายด้วย เราขายได้คนอื่นก็ขายได้ ที่เหนื่อยไม่ใช่เพราะขาย แต่กลายเป็นว่าวิ่งตามไม่ทัน ทั้งความต้องการลูกค้า และตัดราคากันเอง

ตอนนี้แค่สามถึงห้าร้อยจากค่าผัก อีกนิดหน่อยจากส่วนต่างร้านชำ อยู่ได้สองปากผัวเมีย แม่พูด

เราต่างเติบโต ในจุด ๆ หนึ่งเราก็ร่วงโรย อย่าประมาท พ่อบอก หางานทำได้ก็ดี แต่ถ้าทำตรงนี้แล้วมีความสุข มีความมั่นคงก็ทำ พ่อย้ำชัด

อะไรคือสุข?
อะไรคือมั่นคง?
ผมทบทวน



4
อยู่อีกไม่นานข้อยกะตาย หาได้แค่ไหนก็แค่นั้น แม่พูดบ่อย

ความตายยุติธรรมเสมอ

ผมกำลังเติบโต ความคิดบอก อายุเท่านี้บทเรียนที่มีคอยพยุงคงพอลากถูลู่กังกันไปได้ 
ขยันน่าจะพอกิน

ไม่อยากให้ลำบาก ลูกสองคนเลี้ยงให้ดี คิดเยอะ ๆ คำสอนสุดท้ายก่อนย้ายกายเข้าห้องนอน ผมนั่งตากลม มองรอบบ้านสวนที่มืดมิด

เสียงอะไรไม่รู้ตัดความเงียบ

ลมหนาวไม่ได้เจ็บปวดเหมือนวันวาน เราอดทนขึ้น โตขึ้น แม่กับพ่อไม่ได้เอาไม้เมตรมาฟาดเมื่อเราทดลองเล่นอะไรแปลก ๆ เหมือนแต่ก่อน ความไม่มั่นใจ สงสัย สับสนจะโบยตีเราเอง

ทำอะไรคิดให้ดี ตอนอายุเท่าพ่อกับแม่ตอนนี้ เราจะเลี้ยงลูกได้ดีแค่ไหน ตายไปจะปล่อยวางได้แค่ไหน เมื่อวันที่ความยุติธรรมมาเยือน เราจะยิ้มหรือร้องไห้ในคำตัดสิน ขึ้นอยู่กับภาพรวมของการใช้ชีวิตของเรา อยากยิ้ม จงทำให้ตัวเองยิ้ม ผมสรุป


5
กลับมาขายของ สองล็อคยอดขายดี อยากโทรไปบอกพ่อแม่ แต่คงไม่จำเป็น ท่านเข้าใจเรื่องการขึ้นลงของชีวิต

แม่ใส่เสื้อสีแดงมือจุ่มในกะละมังล้างผัก
พ่อใส่รองเท้าบู๊ทเดินรดน้ำต้นไม้

ท้ายสุดของช่วงชีวิตเราจะทำอะไรอยู่นะ?
นึกไม่ออก ตอนนี้รู้เพียงว่าต้องทำแบบนี้ พ่อแม่คงเหมือนกัน ตอนอายุสามสิบห้าคงไม่มานั่งคิดว่าหกสิบจะเป็นแบบไหน คงไล่คว้าความมั่นคง ไล่บี้ความทุกข์เพื่อผลิตความสุขสักเล็กน้อยพอให้ไปต่อได้

สิ่งที่มีและมอบให้ลูก ๆ เสมอ คือความรัก ที่ไม่สามารถหามาตรวัดเป็นตัวเลขมาชี้ชัดได้ว่าให้ไปเท่าไหร่ ขอให้ลูก ๆ ตั้งใจทำมาหากิน 

เป็นกำลังใจ เป็นคำปรึกษา เป็นน้ำตา เป็นความยินดี 


7
ตั้งใจทำให้มันดี 

บทสรุปคำสอนจากการกระทำของพ่อกับแม่ ทำอะไรลงไปอย่าให้มาเสียใจภายหลัง แม้สิ่งที่เลือกจะผิดพลาด แต่ก็ต้องเดินต่อไป สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดในวันพรุ่งนี้ ความสุขและความมั่นคงอาจไม่มีจริง

ความตายต่างหากที่ยุติธรรมเสมอ


ความรักก็เช่นกัน...
SHARE
Writer
imonkey7
ขี้เกียจ
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments

Chachajung
1 year ago
ชอบบบบบ
Reply
imonkey7
1 year ago
ขอบคุณครับ