"น่าอายที่สุดเลย!!"
      ทุกคนล้วนเคยมีเรื่องน่าอายอยู่ในใจใช่มั้ยคะ หลายคนเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้ และหลายคนก็สามารถนำมันออกมาเล่าต่อได้อย่างตลกและสนุกสนาน และแน่นอนว่า เราเองก็มี 'เรื่องน่าอาย' มาเล่าให้ฟังเหมือนกันค่ะ

      สำหรับผู้หญิงอย่างเราแล้ว เรื่องที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดคือการขายขี้หน้าต่อหน้าคุณนั่นเอง แต่น่าแปลก ที่เรามักจะเผลอ 'หลุด' ต่อหน้าคุณเสมอเลย นี่มันแย่จริงๆ...

      เราเป็นคนที่ 'คุมโทน' เป็นคนเรียบร้อย อาจจะเพราะด้วยความขี้เกียจพูด และความสโลว์ไลฟ์ ในตัวเรา ทำให้เราเป็นคนเอื่อยๆ เฉื่อยๆ แต่ทุกคนกลับมองว่าเราเป็นคนเรียบร้อยซะอย่างนั้น แต่เพราะมันไม่ได้สร้างผลเสียอะไรให้กับเรา เราจึงปล่อยเลยตามเลย นานวันเข้าก็เริ่มชิน จนติดบุคลิกรักษาภาพพจน์และความ 'เนี้ยบ' มาโดยตลอด...

      ...จนกระทั่งได้มาเจอกับคุณ...

      เรายังจำได้ดีในทุกเหตุการณ์ขายขี้หน้า มันบ้าชะมัดที่เรื่องราวดีๆ จำได้เพียงเลือนลาง และจำได้เพียงความรู้สึกในตอนนั้นเท่านั้น แต่กลับเรื่องอะไรแบบนี้เรากลับจำมันได้ทุกรายละเอียด ทั้งๆ ที่เราโคตรอยากลืมมันเลย แย่ที่สุด!

     


     วันหนึ่งในตลาดนัดตอนเย็น เรากำลังยืนซื้อมันฝรั่งทอดโรยผงปรุงรสอยู่ ทุกคนคงรู้จักใช่มั้ยคะ? มันคือมันฝรั่งเกลียวๆ เสียบไม้ นำไปชุบแป้งทอด แล้วโรยผงปรุงรส เช่น รสปาปิก้า รสบาร์บีคิว รสชีส และรสอื่นๆ ตามแต่ผู้ขายจะสรรหามา

      และความพีคมันอยู่ตรงนี้ไงคะ

      ร้านที่เราซื้อ จะมีถาดสำหรับโรยผงเครื่องปรุงใส่มันฝรั่ง ซึ่งไอ้ผงปรุงรสเนี่ยมันก็มีหลายรสปนๆ กันไปในถาด ได้รสชาติอร่อยไปอีกแบบ

      ในตอนนั้นเอง หางตาเราเหลือไปเห็นคุณเดินมาจากหัวมุมถนน คุณมองเห็นเรา ที่กำลังจะตักผงปรุงรสใส่มันฝรั่งทอด

      ...เรามองคุณ...

      ...คุณมองเรา...

      ...เราสบตากัน...

      และทันใดนั้นเอง

      ฟิ้ววววววว~

      สายลมแห่งรักพัดพาเอามวลหมู่ดอกไม้และใบไม้ปลิวว่อนลง กลีบดอกไม้สีชมพูทิ้งตัวลงมา ราวกับจะขับเน้นบรรยากาศรอบตัวเราให้เป็นสีชมพู

      ...กำลังคิดแบบนั้นอยู่หรือเปล่าคะ?...

      ถ้าใช่ คุณคิดผิด...

      ทันทีที่ลมพัดมา ผงปรุงรสที่กองอยู่บนถาดตรงหน้าเราก็พร้อมใจกันโบยบินขึ้นมากับสายลม

      แล้วตกลงที่ไหนคะ?

      ใช่ค่ะ เสื้อเราเอง...

      เสื้อ - เรา - เอง !!!

      นึกภาพออกมั้ยคะ เราใส่เสื้อสีเขียวเข้ม แล้วผงมันสีขาว ครีมและส้ม แน่นอนว่ามันเป็นลายสวยงามประดับเสื้อของเรา แถมปัดไม่ออกอีกต่างหาก เราเหลือบตาขึ้นมามองคุณ ก็พบว่าคุณกำลังยืนกุมท้องหัวเราะเราอยู่ ทันทีที่เรามองไป แล้วคุณรู้ว่าเรามองอยู่ คุณก็พยายามกลั้นขำ

      แต่ขอโทษทีเถอะ แก้มจะปริแล้วนั่น :(

      จบกัน กะจะเป็นนางเอกซีรีส์ซะหน่อย...





      เราชอบกินหมูกระทะมาก นั่นคือเรื่องจริง เพื่อนๆ เราตั้งฉายาให้เราว่า 'เจ้าแม่หมูกระทะ' ถามว่าความคลั่งไคล้หมูกระทะของเราไปในระดับไหนนั้น บอกได้ว่า คลั่งไคล้มาก เรามีกระทะไฟฟ้าสำหรับทำหมูกระทะที่บ้าน

      ถ้าหาเพื่อนไปกินหมูกระทะที่ร้านไม่ได้ เราก็สามารถตั้งเตาและกินเองที่บ้านได้ค่ะ

      และแน่นอนว่า วันนั้นเรานึกอยากกินหมูกระทะ แต่หมูในตู้เย็นดันหมดพอดี เราจึงลงไปตลาดใกล้บ้านของเรา ด้วยสภาพกางเกงเก่าๆ และเสื้อยับย่นที่ไม่ได้ผ่านเตารีด คีบรองเท้าแตะเยินๆ คู่ใจ แล้วเดินออกไปซื้อหมู

      เมื่อทำการซื้อหมูเสร็จ เราก็กำลังจะกลับบ้าน มือขวาถือหมูสามชั้น มือซ้ายนั้นถือเบคอนสองโล นี่มื้อเดียว สำหรับกินคนเดียวนะ คุณต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่าเราสามารถกินหมดคนเดียวในหนึ่งมื้อ

      ระหว่างเดินหิ้วหมูกลับบ้าน เราแวะซื้อน้ำตาลสดจากคุณลุงในตลาด ซึ่งคุณลุงน่ารักมาก และเล่าเรื่องตลกให้เราฟัง เราฟังแล้วก็หัวเราะตาม

      แน่ล่ะสิ ก็ลุงเพิ่มขนาดแก้วน้ำจากแก้วกลางเป็นแก้วใหญ่ให้เราด้วย ดังนั้นมุขตลกของคุณลุงจึงขำมากๆ เลยล่ะ~

      ทันใดนั้น เราสัมผัสได้ว่ามีสายตากำลังมองเราอยู่ เราจึงหันไปมอง

      ...แล้วเราก็พบคุณ...

      คุณที่มองเรายืนหัวเราะเหนียงกระเพื่อมกับพ่อค้า เราที่ใส่ชุดเน่าๆ ย้วยๆ มา เพราะรีบซื้อหมูไปทำหมูกระทะ ไม่รวมเนื้อหมูสามโลในมือของเรา ไหนจะผมเผ้าไม่ได้หวีอีก

      ทำไมคุณต้องมาเจอเราในสภาพแบบนี้ตลอดเลยนะ นี่มันแย่ที่สุด!

      ฮือ คุณยืนอมยิ้มใส่เราอีกแล้ว แน่นอนว่าเราเขินเกินกว่าจะไปทักคุณสภาพนี้ จึงรีบจ่ายเงินค่าน้ำแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพื่อไปจากตรงนี้ให้ไวที่สุด

      อย่าขำมากสิคุณ เราเขินนะ!!





      พวกเรากำลังอยู่ที่น้ำตก เราและคุณมาถึงน้ำตกแล้ว น้ำตกสีฟ้าจากอะไรซักอย่าง ซึ่งเราไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่รู้เพียงว่ามันสวยและเย็นมากจริงๆ 

      คุณอยู่บนชั้นบนที่สูงกว่าเราไปประมาณหนึ่งเมตร ด้วยความอยากไปหาคุณ เราจึงพยายามเดินขึ้นไปหาคุณ

      น้ำตกนี่ก็เชี่ยวจริง!

      การเดินฝ่ากระแสน้ำขึ้นไปหาคุณมันยากมากเลยนะ แต่เราไม่ท้อหรอก เราจะขึ้นไปเล่นน้ำใกล้ๆ คุณให้ได้เลย รอเราหน่อยนะ~

      แต่แน่นอนว่า ที่ใดมีน้ำ ที่นั่นมีตะใคร่

      ใช่ค่ะ ตะใคร่เกาะเต็มโขดหินบางก้อน

      และใช่อีกค่ะ ก้อนที่เราก้าวลงไป มันเป็นก้อนที่มีตะใคร่น้ำเกาะเต็มไปหมด

      ทันใดนั้น คุณหันมามองเรา ราวกับรับรู้ถึงสายตาแห่งความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะก้าวเดินไปหาคุณ(?)

      แต่น่าเสียดาย ที่วันนี้โชคไม่เข้าข้างเราเลย หรืออาจจะเป็นเพราะเราก้าวเท้าออกจากบ้านผิดข้างกันแน่นะ ถึงได้เป็นแบบนี้

      พลั่ก!

      ราวกับภาพสโลว์โมชั่น เราลื่นล้มลงไป โชคดีที่บริเวณนี้พ้นขอบพื้นต่างระดับมาแล้ว เราจึงไม่หล่นลงไป แต่ลงไปนั่งพับเพียบเรียบร้อยกับก้อนหินแทน

      โธ่! จบกัน!

      คุณขำเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาหาเราด้วยสีหน้าเป็นห่วง

      แต่ทำไมคุณเหยียบก้อนหินก้อนนั้นเหมือนเรา แต่คุณไม่ล้มล่ะ โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเลย :(

      คุณวักน้ำตกล้างเศษดินที่เปื้อนขาเรา ก่อนจะพาเราไปเล่นน้ำตกในบริเวณที่ปลอดภัยและไม่มีหินลื่นๆ อีก

      เอาน่ะ ผิดแผนไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็ได้เล่นน้ำตกกับคุณล่ะนะ






      เรามีเพื่อนในกลุ่มที่จะติดนิสัยตลก และชอบหยอดรุ่นน้องที่หน้าตาดีเป็นประจำ โดยมีข้อแม้คือรุ่นน้องนั้นต้องเป็นรุ่นน้องที่พวกเรารู้จัก และไม่ 'คิดไกล' เกินกว่าการหยอดเฉยๆ ซึ่งในเรื่องนี้ทั้งรุ่นน้องและพวกเราก็จะรู้กันดี

      และเวลาเราหยอดไป รุ่นน้องก็จะหยอดกลับเสมอ หยอดมาหยอดกลับไม่โกงน่ะ เข้าใจมั้ย?

      และในครั้งนี้ก็เช่นกัน...

      "น้องคะ น้องเสื้อแดงคนนั้นน่ะ หล่อจังเลย"

      "พี่ครับ อย่าแซ็วผมสิ ผมเขินนะ"

      "พี่ก็เป็นของพี่แบบนี้ หรือจะให้พี่เป็นของน้องดีล่ะคะ ฮิ้ววววว"

      "พูดแล้วอย่าคืนคำนะครับ ผมมีพ่อมีแม่นะ พี่ต้องรับผิดชอบผมนะครับ"

      "บอกไปเลยค่ะ ว่าลูกสะใภ้จะไปหาแล้ว"

      นี่คือตัวอย่างของประโยคสนทนาของเพื่อนเรากับรุ่นน้องที่พวกเรารู้จัก และในวันนั้นเองเรานึกคึกอะไรไม่ทราบ จึงได้เอ่ยปากออกไป

      "น้องคะ เห็นพี่ไม่สวยแบบนี้ แต่เงินในบัญชีพี่มีเยอะนะคะ" เรายิ้ม แล้วพูดต่อว่า "การเงินมีปัญหา ใส่ชุดนักศึกษามาหาพี่ได้น้า~ ยินดีส่งเสริมค่าเทอมให้ค่ะ"

      "จริงๆ ช่วงนี้ก็ขัดสนอยู่ดีเลยครับ เลขที่บัญชี XXXXXXXXX ไทยพาณิชย์ครับผม"

      "เอาเว้ยยย มาว่ะ"

      "เอาแล้วววว"

      เสียงเพื่อนโห่เชียร์ ทำให้เรากระหยิ่มยิ้มย่องด้วยความได้ใจ จึงตัดสินใจหยอดมุขลงไปอีกมุข

      "มีปัญหาอะไรก็มาปรึกษาพี่ได้นะคะ ชั้นสองห้องขวา ตีสี่กว่าๆ ก็ยังเปิดไฟรออยู่~"

      เราแซ็วไปโดยไม่ทันเอะใจว่าทำไมคนรอบข้างเราถึงยิ้มกรุ้มกริ่ม บางคนก็ตกใจ และบางคนพยายามบุ้ยปากใบ้เราให้มองไปทางด้านหลัง

      แน่นอนว่า ถ้าเรารู้สักนิด เราจะไม่แม้แต่เอ่ยปากแซ็วน้องเด็ดขาดเลย ฮือ...

      "กลัวก็แต่ 'คนของพี่' จะปิดประตูไล่ผมไปน่ะสิครับ กับคนนี้ผมไม่สู้น้า~" รุ่นน้องตอบกลับด้วยสีหน้าอมยิ้ม พลางเหลือบตามองไปด้านหลังของเราด้วยแววตามีเลศนัย

      "คนของพี่? คนไหนคะ? ไม่มี้ไม่มี พี่น่ะ โสดดด โสดตัวโตๆ เลย"

      "เหรอ?"

      "ใช่ โส-"

      "อ๋อ แบบนี้นี่เอง"

      "...!!"

      เราหันไปมองทางด้านหลัง นี่มันคุณ!! คุณมาตั้งแต่เมื่อไรน่ะ ฮืออ แล้วบรรดาเพื่อนเลวของเราทั้งหลายก็พากัน

      "อุ๊ย ลืมของอะ ไปเอาแป๊บนะ"

      "ไปคนเดียวได้ไง เดี๋ยวไปหยิบเป็นเพื่อน"

      "อ้าว แม่โทรตามอะ ไปก่อนนะ"

      "พอดีนัดกับแฟนไว้ ได้เวลาพอดี บายนะ"

      "โอ๊ยย เมื่อยขาจัง สงสัยต้องไปเดินเล่นแล้ว"

      ...เพื่อนเลว! ทิ้งกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ!!

      โดยอัตโนมัติ เราหันไปสบตาขอความช่วยเหลือจากรุ่นน้อง รุ่นน้องมองเราด้วยสายตาขบขัน ก่อนจะมีเสียงกระแอมดังขึ้นจากข้างหลัง รุ่นน้องจึงยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า

      "พอดีนึกขึ้นมาได้น่ะครับ ว่าต้องเอางานไปส่ง ขอตัวก่อนนะครับ อ้อ! พี่ครับ ไว้ตอนไหนผมเรื่องเงินมีปัญหา ผมจะใส่ชุดนักศึกษาไปหาพี่นะครับ~" รุ่นน้องตัวแสบพูด พร้อมกับขยิบตาใส่เรา แล้วเดินล้วงกระเป๋าจากไป...

      ...แย่ล่ะสิ...

      เราค่อยๆ หันมาหาคุณ เหมือนเด็กที่ทำความผิด แล้วถูกจับได้

      ...ให้ตายสิ เราไม่กล้าเงยหน้ามองคุณจริงๆ

      "..."

      "..."

      "...มีอะไรหรือเปล่า?"

      "ถ้าไม่มีอะไร การเงินก็ไม่มีปัญหา ไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษา จะมาหาไม่ได้เลยเหรอ?"

      "...!!"

      เราค่อยๆ เงยหน้ามองคุณ และทันได้เห็นรอยยิ้มที่มุมปาก และแววตาขบขันในดวงตาคู่นั้นของคุณ คุณแกล้งเรา!

      "ว่าไงครับ มาหาไม่ได้เหรอ?"

      "ขอโทษทีนะคะ รับเฉพาะผู้ชายในสต๊อกค่ะ"

      "สถานะอื่นไม่ได้เหรอครับ?"

      "อยากเป็นสถานะอะไรมิทราบคะ?"

      "ก็สถานะ..."

      "...?"

      "ไม่บอก :P"

      "เลว!"

      เนี่ยคุณ ชอบมาทำให้เราคิดไปไกล แล้วสุดท้ายก็มาทำให้เราคิดไปเองทุกที

      ว่าแต่พังหมดแล้วใช่มั้ย ภาพลักษณ์ที่แสนเรียบร้อยของเรา ไม่น่าซ่าจนไปแซ็วรุ่นน้องแบบนั้นเลยจริงๆ ฮือออ






      เรากำลังยืนอยู่หน้าห้อง เพื่อเตรียมนำเสนองานที่เราได้ไปทำการสืบค้นมา ทันทีที่ภาพฉายขึ้นจอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่ในห้องแล้ว เราจึงเปิดไมค์และเริ่มพูดนำเสนองาน ด้วยความเคยชินและไม่ประหม่า เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราจับไมค์แล้วพูดแบบนี้

      และแน่นอน ด้วยข้อมูลที่นั่งอ่านและท่องจำลำดับการนำเสนอจนขึ้นใจ ทำให้เราไม่ได้ตื่นเต้นหรืออธิบายผิดพลาดเลย แม้ว่าเราจะถูกเรียกไปนำเสนอเป็นคนแรกขอระดับชั้นก็ตาม

      "...จากการค้นคว้าที่ดิฉันได้ลงสำรวจในครั้งนี้ พบว่าจากข้อมูลที่ได้รับมอบหมายมานั้น มีบางส่วนเชื่อมโยงเกี่ยวกับงานชิ้นนี้ และสนับสนุนให้สมมติฐานที่ตั้งขึ้นมามีความสมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้น โดยสามารถสรุปได้ดังนี้ค่ะ"

      เราพูดพลางกดเปิดข้อมูลหน้าถัดไปแล้วก้าวออกมาเพื่อชี้ไปที่แผนข้อมูลเตรียมจะอธิบาย และทันใดนั้นเราก็เผลอสบตาคุณ

      ท่ามกลางคนมากมายในห้อง เราเห็นเพียงแค่คุณ ที่กำลังมองมาที่เราด้วยรอยยิ้มน้อยๆ

      "..."

      ทันใดนั้น หัวสมองเราก็ว่างเปล่า เราลืมไปแล้วว่าเรากำลังจะพูดอะไร และจะนำเสนออะไร เราลืมทุกอย่าง ฮือออ ทำยังไงดีล่ะ

      คุณนะคุณ!

      คุณมองเราที่ลืมบทพูด แล้วยกมือขึ้นมาชูสองนิ้ว แล้วทำปากบอกเราว่า

      'สู้ๆ นะ'

      เนี่ย! ใจร้าย! คนใจร้าย!

      เล่นทำตัวแบบนี้ แล้วเราจะมีสติได้ยังไง!

      เรารวบรวมสติ ทำทีเป็นดันกรอบแว่นแล้วหันหลังกลับไปมองเนื้อหาบนจอ เมื่อเริ่มคุ้นกับเนื้อหาแล้วจึงเอ่ยปากต่อไปอย่างเป็นธรรมชาติ ทำราวกับเมื่อสักครู่เราไม่ได้ลืมเนื้อหาแม้แต่น้อย

      "...จึงเป็นที่เป็นมาของบทสรุปนี้ในที่สุด และหากทุกท่านไม่มีคำถามหรือข้อสงสัย ดิฉันขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ ขอบคุณค่ะ"

      ทันทีที่เราเดินกลับมายังที่นั่งของเรา เพื่อนสนิทเราที่รู้จึงเอ่ยปากแซ็ว

      "นั่นแน่! ลืมบทเพราะเผลอมองใครเหรอ"

      "บ้าน่า ใครลืมบทกัน!"

      "ก็คนแถวนี้แหละ กิ้วๆ~"

      "จะยอมรับดีๆ มั้ยจ๊ะ? หื้ม~"

      "ก็ได้ๆ ยอมรับว่ามองจนลืมเนื้อหา พอใจมั้ยคะเพื่อนๆ สุดที่รักทั้งหลาย"

      "หึ~ เขินนะเนี่ย โดนแอบมอง"

      "...!!"

      คุณยืนหน้าเข้ามาจากด้านหลังพร้อมพูดประโยคนั้นออกมา คุณได้ยินมันอีกแล้วใช่มั้ย

      เผลอทำเรื่องหน้าอายออกมาอีกแล้ว





      ตอนนี้เรากำลังยืนว่างๆ อยู่หน้าเวทีค่ะ เราได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นพิธีกร แต่เมื่อทำหน้าที่เสร็จแล้วน้องๆ ที่มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ก็เดินออกไปทำกิจกรรมตามฐาน ทำให้พิธีกรอย่างเราว่างงานเอามากๆ

      เพื่อนเราจึงเดินไปเปิดเพลงขึ้นมาเพื่อสร้างบรรยากาศความครึกครื้น ตามประสาพิธีกรที่ว่างแล้วต้องยักย้ายเคลื่อนไหวร่างกายไปตามเสียงเพลง

      ถึงแม้เราจะเป็นพิธีกรฝ่ายพิธีการก็เถอะ...

      
      แอบมองเธออยู่นะจ๊ะแต่เธอไม่รู้บ้างเลย
แอบส่งใจให้นิดนิดแต่ดูเธอช่างเฉยเมย
เอาหละเตรียมใจไว้หน่อย
มันจะหัวก้อยต้องเสี่ยงกัน
Yeah Yeah Yeah~


      เพลงคุ้กกี้เสี่ยงทายดังขึ้นมา ดังนั้นเราและเพื่อนจึงเริ่มโคฟเวอร์เป็น BNK48 กัน ท่าเต้นแปลกๆ ถูกยกมาเต้นให้เข้ากับจังหวะเพลง สุดแท้แต่ที่ว่าใครจะครีเอทออกมาได้เจ๋งกว่ากัน

      Koisuru Fortune Cookie
มาลุ้นดูสิอาจจะเจอความหวังที่ยังรออยู่
Hey Hey Hey
เผื่อจะดีลองวัดกันดู
เสี่ยงแต่คงต้องยิ้มต้องสู้กันไป


      ท่าเต้นเริ่มแผลง และประหลาดไปเรื่อยๆ ตามจังหวะเพลงที่สนุกสนาน เพราะถึงจะเป็นห้องรับรอง แต่มันก็มีเพียงแค่พวกเรา เหล่าพิธีกรเท่านั้นเอง
      และที่สำคัญ ห้องนี้เก็บเสียงด้วย

      ดังนั้นจึงออกสเต็ปกันสุดๆ ไปเลยล่ะ~

      Haato no Fortune Cookie
มาลุ้นดูสิอาจจะเจอหัวใจของเธอข้างใน
Hey Hey Hey, Hey Hey Hey
รักไม่รักจะรักไม่รักก็ลองเสี่ยงดูอีกสักนิด
ปาฏิหาริย์และดวงชะตาอาจทำให้เราไม่คาดคิด
ฉันมั่นใจว่าเราจะเป็นดั่งฝัน

ในวันแห่งความรักสักวันนึง~


      เราหมุนตัวจนกระโปรงปลิว แล้วหันมาแอคท่าจบราวกับตัวเองเป็นนักบัลเล่ต์

      และใช่

      "..."

      เราเห็นคุณยืนมองเราอยู่ด้วยสีหน้าและแววตาขบขัน คุณหลุบตาต่ำ แลบลิ้นเลียริมฝีปาก ก่อนจะกัดมันไว้ ด้วยความพยายามที่จะกลั้นขำสุดความสามารถ จนไหล่ของคุณสั่นไหวเบาๆ

      "...มาตั้งแต่ตอนไหนอะ?"

      "ตั้งแต่แอบมองเธออยู่นะจ๊ะ"

      "..."

      เราได้แต่ยืนนิ่งจนวิญญาณลอยออกจากร่าง

      ทั้งท่าเวฟ กระโดด ดึงดาว ท่าไก่ ส่ายเอว หรือแม้กระทั่งแหกปากร้องด้วยฟีลลิ่งนักร้อง BNK48 แต่เสียงที่เปล่งออกมานั้นยิ่งกว่าเสียงเป็ดร้องซะอีก

      เนี่ย...

      ทำไมคุณชอบมาเห็นเราในสภาพดูไม่จืดแบบนี้ทุกทีเลยนะ นี่มันแย่ที่สุด...

      เราเงยหน้าขึ้นมองคุณ แล้วก็ได้เห็นแววตาเป็นประกายคู่นั้นยังคงมองเราอยู่อย่างล้อเลียน ถึงแม้คุณจะก้าวเดินเข้ามาเราด้วยท่าทีปกติก็ตาม

      มันปกปิดแววตาไม่ได้หรอกนะ!!

      "สำหรับกิจกรรมต่อไป จะมีการ..." คุณพูดแล้วเริ่มเข้าสู่โหมดจริงจัง ทำให้เราเลิกอาย แล้วนั่งฟังสิ่งที่คุณพูด แล้วท่องจำตารางกิจกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงให้ขึ้นใจ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด

      "โอเค ขอบใจมากนะที่มาบอก"

      "อือฮึ"

      "...อ่า งั้นเราไปดูตรงนั้นก่อน..."

      "เต้นพลิ้วดีนะ"

      "...!!"

      "ว่างๆ เต้นให้ดูบ้างสิ"

      "พูดอะไรเลอะเทอะ! เราจะไปดูความเรียบร้อยตรงนั้นก่อน ไม่ต้องตามมานะ!"

      เราพูดพร้อมหันหลังก้าวเท้าเร็วๆ เพื่อจะรีบเดินหนีไปให้พ้นจากสถานการณ์น่าอับอายในครั้งนี้ แต่ก็ยังมิวายได้ยินเสียงคุณลอยมาจากด้านหลัง

      "Hey hey hey, hey hey hey~ สงสัยต้องลองกลับไปฟังคุ้กกี้เสี่ยงทายดูซะแล้วสิ..."

      บ้าบอ!

      คุณน่ะมันบ้าบ้าบ้า บ้าที่สุดเลย!!...

      ...ฮือ...




      นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ในเรื่องราวที่แสนน่าอายของเรา มันมีเรื่องที่พีคยิ่งกว่านี้ และแน่นอนว่าคุณต้องอยู่ในทุกเหตุการณ์เสมอเลย ทำไมกันนะ ตอนเราแต่งตัวสวยๆ หรือทำอะไรที่มันดูดีๆ คุณถึงไม่เห็นมัน กลับเห็นแต่เราตอนทำตัวเปิ่นๆ โก๊ะๆ หรือซุ่มซ่าม จนทำอะไรโง่ๆ ออกมาแทน

      คุณน่ะโคตรมีอิทธิพลต่อใจของเราเลย

      น่ารักให้มันน้อยลงหน่อยได้มั้ย?

      ใจเราต้านทานคุณไม่ไหวจริงๆ ฮือออ...


SHARE
Writer
Leslie_R
Lost Stars
Even though we're no longer together, I still love only you...

Comments