Chapter 1 ผู้ป่วยและคำอธิษฐาน
เด็กหนุ่มคนนึง
เขารู้ดี ว่าเขานั้นไร้ซึ่งความหวังที่จะรักษาอาการโรคซึมเศร้าของเขา

 ได้มองทอดไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน มันช่างมืดมนเหลือเกิน มันช่างเดียวดายเหลือเกิน 

เขาได้พูดกับท้องฟ้าที่มืดมิดนั้น
ทำไมกันครับ ทำไมเป็นผมที่มีความสุขไม่ได้
เขาประสานมือทั้งสองเข้าหากัน ก้มหัวเล็กน้อย และเอ่ยคำอธิษฐานต่อท้องฟ้าและพระเจ้า 
ขอให้ผมมีความสุข ขอให้ผมได้มีเหตุผลที่อยากลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยเถิด
หลังกล่าวคำอธิษฐานเด็กหนุ่มนั้นกลับสะอื้นอย่างทรมาน เพราะเขานั้นรู้ดีว่าคำอธิษฐานของเขาไม่มีทางเป็นจริง
.
.

ผ่านมาหลายเดือน เข้าใกล้วันเกิดของเด็กหนุ่ม และเป็นวันที่เขารอคอยมาทั้งปี เพราะมันเป็นวันเดียวที่เขารู้สึกมีตัวตนและไม่ได้ล่องหนอีกต่อไป แต่ปีนี้พระเจ้าอาจจะเล่นตลกกับเขาอีกครั้ง 
และคงเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่พระเจ้าได้ทำมา 

เขาเหลือบมองโทรศัพท์ของเขาที่มีการแจ้งเตือนของคนๆนึง
แจ้งเตือนที่มาจากหญิงสาวรุ่นน้องแสนสวยที่เขานั้นตกหลุมรักตั้งแต่เมื่อเธอนั้นยังเป็นเด็ก 

วันเวลาเปลี่ยนไปแต่หัวใจของเขาอาจไม่เคยเปลี่ยน 
เขายังคงแอบรักเด็กสาวคนนี้มานานแสนนาน แต่ไม่เคยเลยที่จะได้บอกให้เธอรับรู้ ไม่เคยเลยแม้แต่จะแสดงว่ามีตัวตนให้เธอได้รู้ 

และเป็นความลับเดียวในใจของเด็กหนุ่มที่ไม่เคยบอกใครเลยตลอด 5 ปี เพราะเขานั้นรู้ดีมาเสมอว่าตัวเองนั้นไม่เหมาะสมและไม่คู่ควรกับเธอคนนั้นเลย

เขาได้แต่มองเธอคนนั้นผ่านเฟสบุ๊คและอินสตราแกรม มองดูการเติบโตของเธอคนนั้นอย่างมีความสุข และดีใจที่เธอนั้นโตมาอย่างดีแบบที่เขาหวังมาเสมอ 

เป็นความรักที่ไม่หวังสิ่งใดราวกับหลงรักศิลปินคนนึง ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ ขอแค่ได้ซัพพอร์ตและมองดูเธอมีความสุขแค่นั้นก็พอใจ

แจ้งเตือนของเธอคนนั้น ได้เช็คอินในสถานที่ใกล้เคียงกับเขา 
และไม่รู้อะไรดลใจให้เขาเลือกที่จะทักเธอไป
 “ มาแข่งกีฬาหรอพรีม “ 
ใจเขานั้นหวังแค่อยากจะบอกกับเธอคนนั้นว่า ‘สู้ๆนะ’ แค่นั้นจริงๆ แต่ไม่กี่อึดใจเธอคนนั้นก็ได้ตอบกลับมา 
“ ช่ายยย แต่ไม่ได้หวังอะไรมากหรอกค่ะ ไม่ได้ซ้อมมาเลย “
เด็กหนุ่มตอบ
“ ไม่ต้องคิดมาก พรีมเก่งอยู่แล้ว “
เขายิ้มอย่างมีความสุข ที่ผ่านมาตลอดห้าปี ไม่เคยที่จะได้คุยกันเลยซักครั้ง
แต่ครั้งนี้กลับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเช่นกัน ที่เด็กหนุ่มได้ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขจริงๆ 

เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมง แต่บทสนทนาของทั้งสองยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง

เขาพูดติดตลกกับเธอคนนั้นไป
“ ให้พี่ไปเชียร์มั้ย ฮ่าๆๆ “

เขาไม่ได้หวังอะไรเลยกับคำที่ตัวเองได้พิมพ์ออกไป แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องตาโตนั่นคือคำตอบของคนที่เขาแอบรัก
“ มาสิ แต่อาจจะโชว์กากนะ “

เขานั้นยิ้มอย่างสุดหัวใจและตอบกลับไปว่า
“ ไม่เป็นไร ขอแค่ได้ไปให้กำลังใจก็พอ “
.
.
.

วันเวลานั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว หากแต่เขากลับอยากจะให้มันผ่านไปเร็วกว่านี้อีก นั่นเพราะเขาจะได้เจอเธอในเร็ววัน 

เขายิ้มและคิดย้อนกลับไปว่าเขานั้น ไม่ได้พบเธอเลยตั้ง 5 ปี เท่ากับเวลาที่เขาแอบรักเธอ

เขาได้พบเธอคนนั้นที่สนามกีฬาแห่งนึง เขาเเละเธอต่างรู้จักกันผ่านๆในฐานะรุ่นพี่รุ่นน้องเท่านั้น

จริงๆเเค่เธอรู้จักชื่อเขา เขาก็ดีใจแทบแย่แล้ว เพราะเธอนั้นทั้งเก่งและน่ารัก ไม่น่าจะรู้จักคนอย่างเขาด้วยซ้ำ

เขายังจำได้ดี เขาแอบมองเธอจากมุมนึงใต้อาคารพักนักกีฬา เธอช่างสวยและดูเพรียบพร้อมไปหมด ไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะกล้าเข้าไปบอกความในใจได้เลย ณ ตอนนั้นเขาคิดเพียงแค่ว่า
พี่คงไม่มีโอกาสได้ดูแลเธอ เพราะพี่นั้นไม่เหมาะสมแต่พี่จะมองเธอจากมุมนี้เสมอ จะคอยเป็นห่วงเธอตลอดไป






















SHARE

Comments