การปีนเเขาและความอิจฉาภายในใจ
 
พอดีฉันเป็นคนขี้อิจฉา







ตั้งแต่เด็กๆมาแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือเรื่องเล่น



ฉันไม่เคยที่จะยอมแพ้และทำให้เท่ากับคนอื่นเลย

ข้อสอบทุกวิชาฉันมักจะทำเสร็จก่อนทุกคนในห้อง

และแน่นอน

ฉันได้ที่ 1 มาเสมอ





จนกระทั่งสังคมใหม่ๆเข้ามาเมื่อโตขึ้น ทุกคนจะเก่งขึ้นไปอีกระดับนึง

เหมือนต้นถั่วงอกที่โตที่สุดในกระบ่ะทิชชู่เปียกของโครงงานเด็กประถม

ที่มีคนเอาไปลงดินแล้วดันเจอกับต้นไทรพอดี

นั้นแหล่ะความรู้สึก



ก็มักจะเซ็งบ้าง ก็ไม่บ้าง เซ็งที่สุด





ที่อยู่รั้งท้าย

รั้งท้ายชาวบ้านเขา







อยู่สูงกว่ามันก็ตกเจ็บกว่า







ค่อนข้างรู้สึกแย่







ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ไม่เข้าใจ

และไม่คิดจะเข้าใจด้วย







คนแล้วคนเล่าที่ฉันมองและอิจฉาในตัวเขา หวังว่าสักวันจะแซงหน้าเขาไปได้

ฉันศึกษาเทคนิคและยอมทุ่มเทกับมัน

หาเป้าหมายที่ยากขึ้นเพื่อปีนขึ้นไป





ใช่ แล้วฉันก็ทำได้ ฉันนำพวกเขาได้เเล้ว







ทุกครั้งที่เดินนำไป ก็แปลกนะ







เคยคิดว่าคนเก่งๆจะมองคนที่อ่อนกว่าด้วยสายตาเหยียดหยาม ดูถูก







แต่เปล่าเลย



กลับกัน ฉันไม่ได้มองเค้าเลย







หรือพูดให้ถูกคือมองข้ามไปเลย







ทุกคนที่ผ่านมาในสนามแข่งเป็นเพียงแค่หุ่นไม้สำหรับฝึกเตะ ฝึกต่อย



แบบใช้แล้วทิ้ง

ก็แค่นั้นเอง













ฉันทำงานเร็วกว่าและดีกว่าคนอื่น หลายเท่า







ฉันภูมิใจและดีใจ









แต่มีอย่างนึงที่ขัดใจตัวเอง คือทำไมฉันถึงเห็นใจและอยากช่วยพวกเขา



ไม่รู้ทำไม เหมือนระหว่างทางที่สู้มา ฉันรู้ว่าตัวเองพลาดตรงไหน และจะแก้ไขได้ยังไง







อาจจะเป็นเพราะการที่ตอน ม.ปลายมีสายรหัสมั้ง



ไม่เคยมีใครเรียกฉันว่าพี่ หรือมาปรึกษาอะไรกับฉันแบบนี้



มันเเลยทำให้คนที่ไม่เคยมีพี่น้อง ไม่เคยห่วงใครอย่างฉัน



ถึงได้รักและห่วงใยใครจริงๆครั้งแรก



ทำไมฉันต้องเป็นห่วงคนที่ในอนาคตอาจจะเเซงฉันไปเหมือนที่ฉันทำทุกวันนี้ด้วยวะ





ตอนนั้นฉันมีความสุข

ทั้งการที่ได้นำหน้าคนอื่นไปอีกหลายก้าว

ทั้งการที่ได้ช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่แคร์ว่าเราจะแพ้เข้ารึเปล่า





จนกระทั่ง







ได้ออกไปโลกภายนอกอีกรอบ







ไอ้ความมั่นใจที่มีมา ถูกระเบิดทิ้งด้วยเหล่าเสือ สิงห์ กระทิง แรด ในโลกภายนอก





โลกของความเป็นจริง



และก็เหมือนเดิม แต่คราวนี้ฉันทุ่มเทกับมันอีก





ไม่ได้ผล

ทำไม

ทำไมถึงไม่ได้ผลวะ





ไม่ได้

ไม่ได่

ไม่ได้





ฉันเริ่ม"สังเวย" เวลาให้กับการชัยชนะ

ฉันยอม "สังเวย" สุขภาพ เวลา สังคม ให้ความก้าวหน้า



ฉันยอมสละทุกๆอย่าง



ฉันมองแม้กระทั้งคนรักของฉันเป็นคู่เเข่ง



ทุกเวลาที่อยู่ด้วยกัน ฉันพยายามหาจุดอ่อนของงานเขามาเก็บไว้เผื่อว่าซักวันฉันจะแทงเขาจากข้างหน้าได้





ย้ำว่าแทงจากข้างหน้า



ทำไมล่ะ เรื่องงานก็เรื่องงาน เรื่องความสุขชีวิตคู่ก็อีกเรื่องนึึง แยกออกน่า



แต่คราวนีี้มันต่างออกไป ถ้าเทียบกับต้นไม้โตแล้ว มันไม่ใช่แค่ว่า เราจะแข่งกันสูง

มันมีทั้งการแย่งปุ๋ย การโดนตัดท่อน้ำเลี้ยง การที่ไม่รู้ว่าจะโดนขุดรากแก้วทิ้งไปเมื่อไร





มันทำให้ฉันติดอยู่ในที่แห่งนี้ ที่ๆฉันถอนตัวไม่ได้



แต่ฉันกลับยินดีที่จะอยู่กับมัน





เหมือนว่าฉันเสพติดเวลาที่เลือดสูบฉีดไปถึงปลายนิ้ว

หลงใหลเวลาที่ใกล้จะแพ้แล้วกลับมาชนะได้

หรือรักในช่วงเวลาที่พ่ายแพ้อย่างหมดท่า





เพราะยังไงฉันก็จะกลับมาชนะพวกแก









ฉันไม่เคยจะพอกับมันเลย

ไม่เคยอิ่ม เหมือนมันเป็นหลุมดำแห่งความทะเยอทะยานของฉัน

ไม่ว่าจะไปสูงแค่ไหน ก็มีคนที่อยู่เหนือฉันไปอีก





วันที่แพ้จนสิ้นหวังจะทำอะไรต่อเหรอ?





ค่อยคิดแล้วกัน





เพราะมันคงมาไม่ถึงในเร็วๆนี้หรอก





ทั้งรักและเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้







แต่ก็ช่างเถอะ



.



.



.



.



มาสิ





มาเจอกันหน่อย




การปีนเเขาและความอิจฉาภายในใจ
SHARE
Writer
ThanTum
Local natives wanderer
ตะเกียบที่คุณให้ฉันมาตอนที่กลับมาเยี่ยมบ้านตอนนั้น ฉันใช้มันกินข้าวคนเดียวมาหลายปีแล้วนะ

Comments