ความซื่อสัตย์แท้จริงแล้วมันตอบแทนอะไรเรา
 คำถามนี้เป็นคำถามที่ดังขึ้นในใจผมอีกครั้ง
เราได้อะไรจากสิ่งที่ทำอยู่

10 ปีก่อนเมื่อวันที่ผมเรียนอยู่มัธยมต้น ในชั่วโมงสอบเก็บคะแนนวิชาวิทยาศาสตร์ผมนั่งหลังห้องกับ"ฮั้งค์" เพื่อนสนิทของผม ผมไม่ใช่เด็กที่เรียนเก่งอยู่ลำดับกลางๆของห้อง เรื่องที่สอบวันนั้นผมก็อ่านมาแต่จำได้ไม่มากและคิดว่าคงได้คะแนนไม่ดี

เมื่อถึงเวลาสอบผมมองไปเห็นเพื่อนลอกข้อสอบ 
เรานั่งหลังห้องติดมุมระยะไม่ห่างกันมากเเม้จะแยกโต๊ะแต่ก็พอมองเห็น ข้อสอบวันนี้เอามาจากคำถามในแบบฝึกหัดซึ่งถ้าเปิดแบบฝึกหัดดูก็จะเห็นคำตอบที่ครูเคยตรวจถูกผิดให้

ในตอนนั้นความซื้อสัตย์กับความชั่วในจิตใจผมทำงานอย่างหนักผมจะยอมสอบได้คะแนนเพียงน้อยนิดจริงๆหรือ ผมจะทำอย่างนั้นไปทำไมกัน ในเมื่อโกงข้อสอบก็ไม่มีใครรู้

ฮั้งค์ ดึงหนังสือออกมาลอกใต้โต๊ะซึ่งตำแหน่งของผมก็สามารถทำอย่างนั้นได้ ถ้าอยากทำและหนังสือผมก็อยู่ในโต๊ะ แต่ผมเลือกเที่จะไม่ลอกข้อสอบ ผมคิดว่าความซื่อสัตย์ที่ผมทำจะตอบแทนผมเข้าสักวัน แต่ใจใจก็นึกอิจฉาเพื่อนที่คงได้คะแนนเต็ม ครูคงประกาศชื่อเพื่อนในขณะที่ทุกคงในห้องคงตื่นเต้นและยินดี เราเองก็อยากให้ครูชมเราเหมือนกัน ตอนนั้นมันอยากให้เพื่อนโดนจับได้ว่าลอกข้อสอบ เพราะรับไม่ได้ที่จะเห็นเขาดีกว่า อยากเชื่อว่าความซื่อสัตย์คือสิ่งที่ดีที่สุด แต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ความรู้สึกในตอนนั้นมันเป็นสิ่งที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แม้จะไม่ยุติธรรมแต่เราก็พูดไม่ได้ อยากให้เพื่อนถูกจับได้แต่ตัวเองก็ไม่กล้าพูด ถ้าพูดออกไปก็ผิดใจกัน ถ้าไม่พูดก็ได้แต่อึดอัดใจ มันอึดอัดและเกินทน ฮั้งค์ ลอกข้อสอบจนเสร็จ ในขณะที่เรามีกระดาษว่างเปล่าครึ่งหน้าที่ไม่รู้จะเขียนอะไรลงไป เราอิจฉาเพื่อนที่ครูคงชมว่าเป็นคนเก่ง ครูคงประกาศคะแนนว่าได้เต็มและทุกคนต่างยินดี ในขณะที่เราซื่อสัตย์แต่ก็ไม่มีใครมองเห็น โดนตราหน้าว่าเป็นใอ้โง่ที่ไม่เก่งพอ มันจะเป็นแบบนั้นจริงๆหรอเราคิดในใจ


ต่อในคอมเม้น
SHARE
Writer
Devaknov
Mutant
ใครบางคนอาจเดินทางมาแสนไกล เพียงเพื่อพบว่าปลายทางไม่มีใครเหลืออยู่

Comments

Devaknov
1 year ago
ผมได้เกรดวิชานั้นไม่ดี(โง่ด้วย)เพราะขาดเรียน (ติดเกมส์นอนดึก)และไม่เคยฝากเพื่อนเซ็นต์ชื่อแทน ซึ่งนั่นทำให้ผมไม่มีคะแนนเก็บ

.

เมื่อเพื่อนบางคนฝากผมเซ็นค์ชื่อให้ ผมก็พูดไปตรงๆว่า

"ผมไม่เซ็นต์ชื่อให้ใคร"

.

เขาก็คงไม่พอใจเหมือนกันว่าผม แสดง ทำตัวเป็นพระเอก

ผมตอบไปแค่นั้นทั้งที่ในใจอยากตะโกนว่า

"มึงจะไปเป็นครูนะ ทำอะไรเหี้ยๆแบบนี้ได้ไง"



.

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครฝากผมเซ็นต์ชื่ออีก ผมพูดได้อย่างเต็มปากว่า ยินดีสอบตกอย่างขาวสะอาด(แต่ผมก็ไม่เคยสอบตกเลยคาบเส้นตลอด) ความคิดในหัวผมดังก้องขึ้น ก้องขึ้น ทำไมกันว่ะ ทำไมไม่เกิดอะไรกับชีวิตคนที่ทำแบบนี้บ้าง

ไหนบอกว่าทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว มีแต่กูนี่แหละที่ตกต่ำ

.

.

เกรดผมแย่มาก ผมนั่งหลังห้องเหมือนในอดีตมองเพื่อนที่แอบกลับบ้านตอนวันศุกร์แล้วฝากเซ็นต์ชื่อแทน มองเพื่อนที่ไม่มาเรียนที่มีชื่อทุกครั้ง เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นวันแล้ววันเล่า

.

.

จนกระทั่งวันหนึ่งอาจารย์นับยอดได้ว่าคนที่อยู่ไม่เท่ากับรายชื่อที่เซ็นต์ เอาว่ะ มันจะเกิดอะไรขึ้น!!

ซักครั้งก็ยังดีให้เชื่อหน่อยเถอะว่าเวรกรรมมีจริง

อาจารย์จะทำยังไง

Reply
Devaknov
1 year ago
เมื่ออาจารย์จับได้อย่างนั้นเพื่อนในห้องก็พากันช่วยโกหกว่ามีคนไปเข้าห้องน้ำ และไม่นานเพื่อนก็มา มันเป็นอีกครั้งที่ผมพบว่า กฏแห่งกรรมมันไม่ได้ทำงาน และความถูกต้องไม่ได้ทรงพลังอะไรอะไร



-------------------------------------------------------------



5 ปีหลังจากการเรียนในมหาวิทยาลัยผมกลายมาเป็นครู

วันแรกของการทำงาน ผมลงเวลาทำงาน 13.00 น เพราะเป็นช่วงเวลาที่เขตพื้นที่ส่งตัวผมมาที่โรงเรียน และวันนั้นก็ตอกย้ำกับผมอีกครั้งว่า "ผมคือตัวประหลาด"

ผมโดนเรียกให้ไปลงชื่อใหม่ลงเวลาใหม่

.

.

กระทั่งมาเป็นครู ผมก็ยังเจอคนที่เป็นครูฝากลงชื่อแทน ผมคิดว่าเมื่อเป็นครูวุฒิภาวะของคนเราจะมากขึ้นแต่ก็เหมือนเดิม

ผมปฏิเสธและกลายเป็นคนใจดำ

.

มีครั้งหนึ่งผมไปอบรวมวิทยาศาสตร์ วิทยากรให้ลงชื่อหลายรอบมาก เพราะจับได้ว่ามีคนที่ไม่มา แต่เมื่อรู้ว่าไม่มาเเล้วทำอะไรได้ พวกเขาก็ไม่ทำอะไรได้แต่บ่นในที่ประชุม คนใหญ่คนโตมีอำนาจมากมายและอีกฝ่ายกระทำความผิดจริง

ก็ยังไม่มีการลงโทษใดใด เราหวังว่ามันจะเปลี่ยนแต่มันไม่เคยเปลี่ยนหรอก

.

.

ชีวิตการเป็นครูจริงๆก็ไม่ได้สวยงามเวลาอบรม ก็จะให้ลงเวลา 07.30 น. เสมอ ไม่ว่าจะมาเวลาไหนเพื่อให้เบิกงบประมาณได้ ทุกคนทำจนเป็นเรื่องปกติ แต่บทเรียนครั้งเก่าสอนผมเเล้วว่าอย่าโต้แย้งอะไร ไม่มีวันชนะ อย่ามีเหตุผลในที่ที่ไม่ต้องการเหตุผล

Reply
Devaknov
1 year ago
ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ มีการสอบวัดระดับการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนซึ่งข้อสอบยากขึ้นแบบก้าวกระโดดจนเด็กเขียนไม่ได้ อยู่ในระดับปรับปรุง ผมก็รายงานไปตามความจริง

.

ซึ่งเบื้องบนระบุว่าหากรายงานว่าปรับปรุงจะต้องทำรายงานแก้ไขปัญหารายคน อีกครั้งที่ความซื่อสัตย์ทำให้ชีวิตผมดีขึ้น

(ประชด) ผมสามารถไม่ทำรายงานก็ได้แค่เพียงเพิ่มคะแนนให้นักเรียนเล็กน้อยระดับก็จะเปลี่ยนจาก ปรับปรุง เป็น พอใช้ และครูผู้สอนก็ไม่ต้องทำรายงาน

.

แต่ผมก็เลือกที่จะยืนหยัดสู้บนความจริง เชื่อว่าการการพูดความจริงคือสิ่งที่ถูกเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม



.

จนเมื่อผมได้คุยกับครูชั้นเดียวกันห้องอื่น เขาบอกว่านักเรียนห้องเขาไม่มีปรับปรุงเลย ผมได้แต่แปลกใจว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ผมเตรียมการสอบครั้งนี้โดยการให้นักเรียนอ่านก่อนเรียนทุกวันยังทำไม่ได้

และทั้งๆที่นักเรียนทั้งสองห้องคะแนนไม่ต่างกันแล้วทำไมผลลัพธ์จึงเป็นแบบนี้ คำตอบมันก็ง่ายๆ เมื่อเขาเล่าให้ผมฟัง

.

"นี่ทำไมโง่อย่างนี้ เราก็ให้คะแนนเขาผ่านไปสิ จะทำตัวเองให้ยุ่งยากทำไม พี่นึกว่าเราจะรู้โถ่พ่อคุณ"

.

แม้จะเป็นคำพูดแนะนำเพราะความหวังดีและน้ำเสียงก็เป็นกันเอง แต่ความเจ็บนั้นก็เสียดเเทงเข้าไปในใจของผม

.

.

ครูรุ่นพี่ของผมท่านนี้แนะนำผมด้วยความหวังดีเพราะไม่อยากให้ผมเหนื่อย คิดว่าผมโง่ที่คิดไม่ทันว่าจะแก้ปัญหายังไง และทำให้ตัวเองตกที่นั่งลำบาก

.

.

มีเส้นกั้นบางๆระหว่างความโง่กับความซื่อสัตย์

ผมละยืนอยู่ตรงไหน ในสิ่งที่ครูเขาพูดแนะนำผมรู้ดีหมดทำไมจะไม่รู้

แต่เขาละไม่รู้หรือว่าผมตั้งใจทำแบบนี้เพราะอะไร ผมก็แค่อยากยืนอยู่ข้างความถูกต้อง ความถูกต้องที่ไม่เคยชนะอะไรเลย

.

.

ผมไม่อยากเชื่อว่าผมจะเป็นคนเดียวที่ทำแบบนั้น ผมอยากเชื่อว่าการ

โกงให้เด็กผ่านไปต่างหากที่ผิดปกติ ไม่ใช่ผมที่ผิดปกติ

ผมจึงไปถามครูห้องอื่น ซึ่งก็ได้คำตอบแบบเดียวกัน ทุกคนล้วนเอาตัวรอดหมด ปรับเด็กให้ผ่านไปหมด ผมโดดเดี่ยวเพราะยืนอยู่ข้างความถูกต้อง

.



.

ยิ่งโตขึ้นผมยิ่งรู้ว่าความซื่อสัตย์มันไม่ได้ตอบแทนอะไรผมเลย มันแค่สอนให้ผมรู้ว่า ถ้าโกงก็ขอแค่อย่าให้ถูกจับได้ ถ้าไม่มีใครจับได้ชีวิตคุณก็จะดีเอง "ยิ่งค้นหาแสงสว่างมากเท่าไหร่ ก็พบแต่ความมืดที่มากยิ่งกว่า"

ทุกวันนี้ไม่เคยมีซักครั้งฝั่งที่ผมยืนอยู่จะชนะ ผมแพ้มาทุกครั้งเพราะความจริง ความซื่อสัตย์และความถูกต้อง

.

แล้วคุณละอยากอยู่ข้างอะไร ?
Reply
nmfaraway
1 year ago
เราเป็นคนนึงที่เคยจดโพยเข้าห้องแล้วเจอครูจับได้ มันเป็นแผลในใจเล็กๆเหมือนกันนะที่ทำให้ครูรู้สึกผิดหวังในตัวเรา และเราก็ผิดหวังในตัวเองเหมือนกัน ส่วนเรื่องดีเลว ใครเห็นไม่เห็นเรามองว่ามันเป็นจังหวะชีวิตนะ บางทีโชคชะตาอาจจะทดสอบจิตใจเรา ซึ่งบางทีมันก็นานไปหน่อย นานจนหลายคนท้อ แต่เราเชื่อว่าเราจะได้อะไรกลับคืนมา อย่างน้อยก็ความรู้สึกภาคภูมิใจที่เรามีต่อตัวเราเองนั่นแหล่ะ
Devaknov
1 year ago
มันไม่ผิดหรอกครับที่คนเราจะรักตัวเอง เมื่อก่อนทำก็ไม่สำคัญเท่ากับ
ว่าตอนนี้ทำอยู่ไหม บางอย่างผมก็แค่จริงจังไปเองคนเดียว

takumacheerup
1 year ago
ความซื่อสัตย์ ตอบแทนเรา ด้วยความสบายใจ เราคิดอย่างนั้น
ผลลัพธ์มันสะท้อนกลับทันทีในจิตใจของเรา
เราก็เคยไม่ซื่อสัตย์นะ เคยลอกข้อสอบ แค่ครั้งเดียวก็ไม่สบายใจไปนานเลย

แต่กับคนอื่นที่ไม่ซื่อสัตย์นั้น ก็แล้วแต่จังหวะเวลาของเขาที่จะได้เรียนรู้ และรับผลตามมา ช่างเขา
หากเรากำลังหาคำตอบให้กับอะไร สักวันเราจะสามารถฟันธงได้ว่าอะไรควร ไม่ควร
อย่างไรแล้ว ความดี ความซื่อสัตย์ มันให้ผลลัพธ์ในระยะยาวไปจนถึงโลกข้างหน้าเลย
Reply
Devaknov
1 year ago
หวังว่าผมจะพบเจอผลลัพธ์แบบนั้นบ้างในชีวิต

Reply