เป็นแค่ 'เฟรนด์' ต้องมี 'โซน'
หากเธอนั้น ได้รู้อะไรบางอย่าง

ว่าคนที่เคยเคียงข้าง บางอย่างได้เปลี่ยนไป

อยากจะรู้ ว่าเธอรับได้หรือไม่ และฉันต้องทำยังไง

เมื่อเพื่อนคนนี้แปลี่ยนไป เป็นรักเธอ  
                                                                                       (เพลง ' เพื่อน ' Polycat)


เราไม่อยากปฏิเสธเลยว่าเราชอบเวลาได้มองคุณพูดคุยกับคุณ
สายตาที่คุณมองมาไม่รู้มีอะไรแอบแฝงบ้างหรือปล่าว
เมื่อได้จ้องมองสายตาคู่นั้นเราก็เกิดความรู้สึกที่แปลกประหลาดกลับมีความรู้สึกว่าสายตาคู่นั้นมันอบอุ่นและอ่อนหวานเหลือเกิน มันคงดีถ้าได้เป็นเจ้าของดวงตาคู่นั้น มันคงรู้สึกดีไม่น้อยถ้าคนที่ได้อยู่ข้างๆคุณคือ เรา แต่น่าเสียดายที่การเป็น 'เฟรนด์' มันต้องมี 'โซน'  มันเป็นกำแพงที่เราอยากทุบมันมาตลอด แต่มันทำไม่ได้ การมองเห็นคุณมีความสุขและปฏิบัติกับเธอคนนั้นอย่างอ่อนน้อม เป็นสิ่งที่เราต้องฝืนยินดีและทำเหมือนกับว่าเราสบายดี ทั้งๆที่ในใจมันชาเหลือเกิน 

 ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เริ่มรู้สึกชอบรอยยิ้มและดวงตาของคุณ
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เริ่มรอคอยบทสนทนาต่อไป
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เริ่มชอบเวลาคุณหยอกล้อเรา ที่คุณไม่ทำกับเพื่อนผู้หญิงคนอื่
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่อยากเป็นคนที่คุณไว้ใจ
และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เราเริ่มแอบชอบเพื่อนตัวเอง เอาแล้วสิ นี่ต้องแฮชแท็ก #เฟรนด์โซน สินะ

เรื่องมันวุ่นวายขึ้นในช่วงท้าย ตอนที่ทุกคนต้องแยกย้ายจากกัน (เรียนจบ)
 เราแอบชอบเพื่อนคนนี้มานาน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีแค่เขามาตลอดนะ บางช่วงเขาก็มีของเขา เราก็มีของเรา มันก็รู้สึกปกติดีนะ เราก็คิดว่า อืมม หรือเราทำใจได้แล้วนะ?

เรารู้ว่าการแอบชอบเพื่อนชายมันค่อนข้างที่จะเป็นไปไม่ได้เลย 
แต่เรื่องมันก็มีอะไรที่ทำให้มันยิ่งเศร้ามากกว่าเดิม 
และยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า 'อย่าหลุดออกมาจากโซน'    เรารู้สึกผิดกว่าเดิม เพราะเพื่อนหญิงคนสนิทของเรา เธอก็ตกหลุมรักไอ้เพื่อนบ้าคนนั้นเช่นกัน แต่เธอไม่ขี้ขลาดเหมือนเรา
 เราจะไม่เล่ารายละเอียดตรงนั้น เอาเป็นตอนนั้นเราก็ทำใจแหละ ฮ่าๆ คงเป็นการจบเฟรนด์โซนของเราแล้วสินะ


แต่ เดี๋ยวก่อน

อยู่ๆ เขากับเธอ เพื่อนของเราทั้งสองกลับตัดสินใจเลิกกัน
จังหวะนั้นมีความคิดบ้างอย่างแล่นเข้ามา... ซึ่งมันไม่ดีเลย
ความคิดนั้นถูกตอกย้ำด้วยคำพูดของเพื่อนผู้หญิงของเรา
เธอบอกกับเราว่า  
' จริงๆแล้วมันเคยชอบมึงนะ '
.
.
.
.
(อืม กูก็ชอบมัน แต่กูทำอะไรไม่ได้ )
ตอนนั้นฉันก็ได้ลองนึกว่าตอนไหนกันนะที่มันชอบเรา
นึกขึ้นได้มันก็มีหลายครั้งที่เขาพยายามจะบอกว่าเขาชอบคนสไตล์เรา
บ้าบอ มันเหมือนกับว่าเรากำลังพูดเข้าข้างตัวเองเลยเนอะ บางการกระทำที่ชอบทำกับเรา
เช่น ไอ้การชอบล้อเราเนี่ย แล้วไหนไอพวกสายตาที่มันเหมือนมีอะไรแอบแฝงนั้นอีก
เขาคนนั้นป็นหนุ่มหน้าตาดีและพราวเสน่ห์มากๆ ก็นะ ฮอตอยู่แล้ว (มองบน..)
มันทำให้เรามีประโยคนึงที่มักจะพูดกับเขาตลอดเวลาเขาชอบหยอดหรือพยายามจะทำให้เราตกหลุมรัก นั้นก็คือ 
' กูไม่หลงกลมึงหรอกหน่า บอกแล้วไงว่ากูไม่ชอบเพื่อน '
หรือ
 ' กูชอบมึงไม่ลงหรอก '
 
ประโยคเหล่านั้นมันคือคำโกหกทั้งนั้น เราพูดออกไปเพื่อจะย้ำเตือนกับตัวเองว่า ห้ามไปหลงกลเด็ดขาด มันจะเจ็บเอา เป็นไงล่ะ มันได้ผลซะที่ไหน เฮ้ออ

ข้อความล่าสุดจากเขาที่ทำให้เอาหัวใจของฉันปั่นป่วนมาหลายวัน
ฉันเกลียดคำพูดนั้นเหลือเกิน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าก็รู้สึกดีไปด้วย
' เราไม่มีสิทธิ์เลยใช่ไหมสำหรับแก , สำหรับแกเราคงไม่มีสิทธิ์เลยหละ '
ดูสิ มันหมายความว่ายังไงกันแน่ เราอยากถามให้แน่ใจไปเลย
แต่สุดท้ายเราก็เลือกที่จะไม่ถามมัน ปล่อยให้เป็นอย่างนี้แหละ
ยังไงความสัมพันธิ์ของเราคงไม่มีวันจะพัฒนาจาก เพื่อน เป็นอะไรที่สูงกว่านั้น
และมันคงไม่ใช่เรื่องดีนักหรอก ถ้าหากเราจะต่อบทสนทนาที่ดูเหมือนกำลังจะหักหลังใครอีกคน

เราไม่รู้ว่าจะเขียนตอนจบของเรื่องสั้นเรื่องนี้อย่างไร งั้นเราขอจบด้วย
การให้คุณสไลด์ขึ้นไปอ่านคำโปรยที่เราใส่ไว้ นั้นก็คือเพลง ' เพื่อน ' ของ Polycatนะคะ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านเรื่องราววุ่นวายของเรานะคะ
มีรายละเอียดบางอย่างที่มันยากจะเรียบเรียงออกมาให้เข้าใจง่าย
เราอยากจะลองพยายามถ่ายทอดทุกความรู้สึกตอนนี้ แต่มันยังคงยากสำหรับ
นักเขียนมือสมัครเล่นอย่างเรา ... เราจะกลับมาเขียนต่อ ถ้าหากมันถึงเวลา : )
 

                                                                                 มุมอับ 2019
SHARE
Writer
THEKEY
Feeling,Story,Love
เราจะมาเล่าเรื่องของตัวเองผ่านตัวอักษร และเราจะสื่อสารด้วยตัวอักษร มาปลดล็อคความรู้สึกจากหัวใจกันเถอะ

Comments