"ก๋วยเตี๋ยวที่ถูกลืม"
      "เพื่อนรักก คิดถึงจัง เดี๋ยววันนี้เข้าไปหานะ"

      "ซื้อของกินเข้ามาด้วยนะ หิว"

      "จัดไป แล้วเจอกัน"

      "โอเค"

      สิ้นเสียงนั้นเราก็กดวางสาย หลังจากสิ้นสุดการคุยกับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันนานร่วมเดือน ว่าจะไปหา น้ำเสียงแบบนี้แสดงว่าเพิ่งตื่นนอนแน่ๆ ก็แน่ล่ะสิ นี่มันเพิ่ง 07.00 น. เองนี่นา แต่ก็นะ

      การแกล้งเพื่อนเป็นลาภอันประเสริฐ :P

      เราจัดการหยิบกางเกงขาสั้นตัวโปรด ที่เริ่มเก่ามาสวม ตามด้วยเสื้อยืดย้วยๆ กับรองเท้าแตะที่แสนยับเยินออกจากบ้านด้วยสภาพสุดแสนจะธรรมดา มือหนึ่งข้างลูบจัดผมยาวถึงเอวที่ยุ่งเหยิงเพราะความขี้เกียจหวี ให้เข้าทรง อีกมือจัดการโบกรถประจำทางเพื่อไปบ้านเพื่อนสนิท

      ก็แหม ไปถึงบ้านเพื่อนคนนี้ทีไร ก็ต้องนอน กลิ้งๆ อยู่บนเตียงแล้วพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันอยู่ดี จะหวีผมหรือแต่งตัวสวยไปทำไมล่ะ จริงมั้ย

      โอเค ยอมรับก็ได้ว่าเราขี้เกียจ ...

      แต่อย่างน้อยเราก็อาบน้ำแล้วนะ!!

      รถประจำทางแล่นไปอย่างเชื่องช้า เราพยายามไม่เก็บความปรารถนาดีของคนขับ ที่อยากให้ผู้โดยสารได้ชมวิวเป็นทุ่งหญ้าและคลองสลับกันไปเรียงรายตามข้างทางนานๆ ด้วยการขับรถช้าๆ มาเป็นอารมณ์ทำให้เราหงุดหงิดกับการเดินทางครั้งนี้ แต่ลมเย็นๆ ที่พัดผ่านหน้าก็ทำให้เรารู้สึกง่วงหน่อยๆ แฮะ

      ถึงบ้านเพื่อนเมื่อไร จะนอนให้เต็มอิ่มเลย~

      ทันใดนั้นจมูกที่มักจะไวต่อกลิ่นของอร่อยเป็นพิเศษ (เรารู้นะว่าคุณต้องกำลังคิดว่าเราจมูกสุนัข แต่เราชินแล้วล่ะ เราโดนเพื่อนเรียกแบบนี้ประจำ) ได้กลิ่นของก๋วยเตี๋ยว ทันใดนั้นไวกว่าความคิด มือเรากดกริ่งลงจากรถเรียบร้อย ทันทีที่จ่ายค่ารถเสร็จ เราก็ได้พบกับร้านก๋วยเตี๋ยวซึ่งมีกลิ่นหมูตุ๋น เนื้อตุ๋นที่น่ากินมากๆ โชยมาแตะจมูก นาทีนั้นเรารู้เลยว่าเราเลือกร้านไม่ผิดแน่ๆ

      นี่มันแรร์ไอเท็มชัดๆ!

      ไม่รอช้า สองเท้าเราก้าวเข้าไปในร้านทันที

      "มาซื้อก๋วยเตี๋ยวเหรอ"

      เราตกใจ น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้น อย่าบอกนะว่า...

      "ไม่เจอกันนานเลยนะ มานั่งด้วยกันสิ"

      ใช่แล้ว น้ำเสียงแบบนี้ หน้าตาแบบนี้ รอยยิ้มแบบนี้ นี่มันคุณชัดๆ ทันทีที่รู้ว่าเป็นคุณ น้ำตาทั้งสองข้างของเราก็พาลจะไหลขึ้นมา...

      คิดถึงจนร้องไห้?

      เสียใจจนไม่อยากพบหน้า?

      ไม่ใช่หรอก หากแต่เป็น...

      ทำไมต้องเจอคุณในสภาพแบบนี้ด้วย!!

      หน้าสดแบบไม่มีแป้งใดๆ ทั้งสิ้น ผมฟูเพราะไม่ได้หวีมาแถมยังโต้ลมบนรถซะสนุกจนเป็นรังนก เสื้อยืดย้วยๆ ที่ไม่ได้รีดเพราะขี้เกียจ กางเกงตัวโปรดที่ตอนนี้เริ่มซีด กับรองเท้าแตะเก่าๆ ที่เปลี่ยนสีจากสีครีมเป็นสีน้ำตาล...

      นี่มันคุณยายชัดๆ!

      เราไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แต่เมื่อเดินมาแล้วไม่สามารถย้อนกลับไปได้ ทำให้ต้องเดินไปนั่งกับคุณทั้งสภาพที่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราจะขยัน จะเติมแป้งซักนิด เติมลิปซักหน่อย หวีผมอีกเล็กน้อย และเลือกชุดที่มันดูดีกว่านี้จริงๆ นะ...

      "กินอะไรดีลูก?" แม่ค้าถามขึ้น

      "เส้นเล็กเนื้อตุ๋น ไม่ใส่ผักถ้วยนึงครับ" คุณพูด พลางเหลือบตามองเรา "จำได้ว่าชอบกิน"

      "เส้นเล็กน้ำตกพิเศษ ไม่ใส่ถั่วงอกค่ะ" เราบอกแม่ค้า พร้อมเงยหน้าขึ้นสบตาคุณ "จำได้ว่าชอบเหมือนกัน"

      "แล้วเอาน้ำอะไรดีจ๊ะ?" แม่ค้าถาม พลางอมยิ้มมองเราสองคนสลับกันไปมา

      "เอาน้ำเป๊บซี่ค่ะ..." / "เอาน้ำเปล่าสองแก้วกับน้ำเก๊กฮวยแก้วนึงครับ"

      เราพูดขึ้นพร้อมคุณ เราถลึงตามองคุณเล็กน้อยที่สั่งน้ำขัดกับเรา

      "สรุปว่าเป็นน้ำอะไรนะลูก?"

      "น้ำเปล่าสองแก้วกับน้ำเก๊กฮวยแก้วนึงครับ คนแถวนี้เขาดื่มน้ำอัดลมไม่ได้"

      "ได้เลย รอแป๊บนึงนะจ๊ะ"

      แม่ค้าเดินไปพร้อมใบเมนู เราก้มหน้าลงน้อยๆ พลางเบะปากนิดๆ ด้วยความขัดใจ ก็เราชอบดื่มน้ำอัดลมนี่ ถึงมันจะทำให้ปวดท้อง แต่เราก็ชอบนะ!

      "ไม่ต้องมาทำหน้ามุ่ยเลย เดี๋ยวก็ปวดท้อง"

      "ก็อยากกินอะ"

      "กินก๋วยเตี๋ยวไปเดี๋ยวก็อิ่มแล้ว"

      "มันเหมือนกันซะที่ไหนล่ะ"

      คุณไม่ตอบ เอาแต่มองหน้าเราแล้วยิ้มน้อยๆ จู่ๆ เราก็รู้สึกประดักประเดิด แหม มีคนมานั่งจ้องตรงๆ แบบนี้ มันก็มีทำตัวไม่ถูกบ้างแหละน่า

      "มองอะไรเล่า ไปมองทางนู้นนู่น!"

      "มองเด็กไม่กินผัก"

      "เด็กอะไร นี่เกิดก่อนตั้งสองเดือนนะ"

      "แค่สองเดือนเอง"

      "ตั้งสองเดือนต่า--"

      "ก๋วยเตี๋ยวมาแล้วจ้า~"

      เสียงแม่ค้าวางก๋วยเตี๋ยวบนโต๊ะ หยุดทุกประโยคสนทนาลง คุณและเราตักเครื่องปรุงใส่ก๋วยเตี๋ยว แล้วค่อยๆ เริ่มต้นกินมื้อเช้ากัน เราตักกระเทียมเจียวและผักชีใส่ถ้วยคุณ เช่นเดียวกับที่คุณตักเนื้อตุ๋นติดมันแบบที่เราชอบมาใส่ถ้วยเรา ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเคยชิน ตามธรรมชาติ

      "นึกถึงเมื่อก่อนเลยเนอะ"

      "...?"

      "นึกถึงตอนที่เรายังคบกันน่ะ"

      !!!

      เราตั้งสติ สูดลมหายใจ แล้วเคี้ยวลูกชิ้นที่อยู่ในปากด้วยความใจเย็น หยิบแก้วน้ำมาจิบเนื่องจากลูกชิ้นส่วนหนึ่งร่วงลงคอไปแล้วเพราะตกใจในประโยคนั้นของคุณ

      "แต่นี่นึกถึงตอนที่เลิกกันมากกว่านะ"

      "จำไม่เห็นได้เลยว่าบอกเลิกกันตอนไหน"

      "..."

      "..."

      "...ยังไม่ได้บอกเลิกแต่คบคนใหม่แล้วอะนะ"

      "..."

      "ล้อเล่นน่า!!~ ลูกชิ้นลูกนี้ขอนะ~"

      "กินเยอะระวังอ้วนนะ"

      "หยาบคาย ขอโทษนะคะ คิดเงินเลยค่ะ" เราเรียกแม่ค้าพลางมองค้อนคุณ ที่นั่งหัวเราะหึๆ แล้วหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาเพื่อจ่ายเงิน

       เอาจริงๆ เราไม่ได้รีบเรียกแม่ค้าเพราะงอนคุณ อย่างที่คุณคิดหรอก แต่เราเรียกแม่ค้าเพราะอยากออกไปจากตรงนี้ไวๆ ต่างหาก

       ทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายบอกเลิกเราเองแท้ๆ แต่ในวันนี้กลับมาพูดแบบนี้ ใจร้ายมากเลยนะคุณ...

      "วันหลังมากินอีกนะลูก"

      "ครับ" / "ค่ะ"

      เราเดินออกจากร้านก๋วยเตี๋ยว พลางลูบพุงตัวเองที่เต็มแน่นไปด้วยก๋วยเตี๋ยว แล้วเดินไปรอรถ รถสองแถวคันใหญ่แล่นมาไกลๆ บอกให้รู้ว่าได้เวลาต้องจากกันแล้ว

      คุณหันมายิ้มให้เรา ที่โบกรถแล้วเดินขึ้นไปนั่ง เมื่อรถเริ่มออกตัว เราหันไปยิ้มและโบกมือให้คุณ รอยยิ้มหวานของคุณที่ยืนมองเราจนลับสายตา มันยังคงติดตรึงอยู่ในใจเรา 

      ขอบคุณความบังเอิญในเช้าวันนี้ ที่ทำให้เราได้เจอกับคุณอีกครั้ง

      ขอบคุณในความเข้มแข็งของตัวเอง ที่สามารถยิ้มให้คุณจนสุดสายตาได้

      สายลมหนาวกรีดลากผ่านแก้มเราไป ความเย็นจัดทำให้เรารู้ว่าเรากำลังร้องไห้อยู่

      ร้องตั้งแต่เมื่อไรกันนะ... ช่างมันเถอะ...

      เราเช็ดน้ำตา เมื่อรถแล่นมาถึงหมู่บ้านที่เพื่อนเราอาศัยอยู่ มือรับเงินทอนจากคุณลุงคนขับรถ แล้วเดินเข้าหมู่บ้าน พลางคิดในใจ โชคดีที่บนรถไม่มีใคร ทำให้เราร้องไห้ระบายได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีสายตาแปลกๆ มองมา

      เรารู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่าง...

      เราลืมอะไรไปหรือเปล่านะ?...

      ไม่หรอก... เราไม่ได้ลืมอะไรหรอก...

      เราสะบัดความคิดนั้นทิ้งไปแล้วเดินไปหยิบกุญแจบ้านที่วางใต้กระถางต้นไม้ต้นที่สี่ของเพื่อนด้วยความเคยชิน เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เราทำแบบนี้

      เมื่อเปิดประตูไป เราก้าวขึ้นบันไดไปชั้นสองของบ้าน เพื่อเข้าไปหาเพื่อนสนิท และแน่นอนทันทีที่เราปลุกเพื่อน เพื่อบอกว่าเรามาถึงแล้วนั้น เราจึงนึกได้ว่าเราลืมอะไร

      "ไหนของกินล่ะ?"

      "..."

      ...ใช่แล้ว เราลืมซื้อก๋วยเตี๋ยวมาให้เพื่อน...




SHARE
Writer
Leslie_R
Catinyourarms_
But are we all lost stars

Comments