California Dreamin’

ผมนั่งอยู่หน้าบาร์ที่ชื่อแปลกประหลาดแห่งนี้ ชื่อของมันแปลเป็นไทยว่า “เรื่องราวบ้าๆของฉัน” ในร้านคงมีแค่ผมคนเดียวที่นั่งเดียวดาย หน้าร้านมีผู้คนนั่งเต็มโต๊ะ บ้างดื่มเบียร์ บ้างสูบบุหรี่ พูดคุยเสียงดึงอึกทึกตามประสาร้านเหล้า

ผมสั่งเบียร์ช้างเย็นๆ นั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าบาร์ ดีเจเปิดเพลงฝรั่งแปลกๆ แต่ฟังแล้วจังหวะสนุกดี ดีเจไว้ผมยาวสยาย โครงหน้าคล้ายๆเป้ อารักษ์ ส่วนดีเจอีกคนใส่เสื้อเหมือนเอลวิส หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับ ตุล อพาร์ทเม้นท์คุณป้า ข้างหลังบาร์บนชั้นวางมีแต่สิ่งที่ผมชอบ ทั้งหนังสือบนชั้นแรก เหล้ารีเจนซี่บนชั้นสอง และเหล้ายินในชั้นล่างสุด

หญิงสาวคนที่ผมเจอในร้านล้างฟิล์มตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว นั่งสูบบุหรี่อยู่นอกร้าน ควันบุหรี่จางๆลอยมากระทบผิวกายผม ผมไม่แน่ใจว่าเธอมาคนเดียว หรืออาจรอการมาถึงของใครสักคน แต่ที่รู้ๆคือผมมาคนเดียว คงเป็นความเหงาระดับเลเวลที่ 99 ที่ใครๆเขาเปรียบเทียบกัน

แต่เอาจริงๆผมไม่ได้อะไรมากนักกับการมาร้านเหล้าคนเดียว เพียงแค่รู้สึกแปลกๆนิดหน่อย เมื่อพนักงานในร้านถามว่ามากี่คน ผมเลยชูนิ้วชี้เป็นสัญลักษณ์ แต่มาคนเดียวก็ต้องนั่งเก้าอี้หน้าบาร์นั่นแหละ

เก้าอี้ที่สูงก็จะทำให้รู้สึกเมื่อยไปหน่อย แต่มันก็ทำให้ผมเห็นหน้าคุณชัดขึ้น

ร้านนี้อยู่ตรงข้ามทางออกรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีพหลโยธินพอดี จะเรียกได้ว่าเดินออกมาก็จะเจอร้านนี้ ในร้านมีของประดับแปลกๆมากมาย เช่น ไม้เทนนิส ผ้าม่าน ตุ๊กตาหมี เสื้อยืดแขวนอยู่ที่ราว และที่ปาลูกดอกติดอยู่ที่ผนังอีกด้วย หลอดไฟดวงเล็กๆที่ห้อยกับกิ่งไม้ เป็นหลอดไฟดวงเล็กๆหน้าบาร์ที่ให้แสงสีส้มสลัวๆ แต่ก็สว่างพอที่ผมจะเขียนเรื่องสั้นเรื่องนี้ได้ ร้านเหล้าบางร้านผมไม่สามารถเขียนอะไรได้เลย เพราะเปิดไฟกระพริบเจ็ดสี คล้ายสีรุ้งกินน้ำ ผมเลยเลือกที่จะนั่งเงียบๆ ดื่มเบียร์ แทนการจดบันทึกอะไรเสียดีกว่า

หญิงสาวสองคนเดินมาที่หน้าร้าน พนักงานจัดที่นั่งให้ตรงที่หน้าบาร์ หน้าบาร์มีเก้าอี้สี่ตัว เท่ากับว่าผมมีเพื่อนมานั่งด้วยสองคน ผมมองดูพวกเขาแล้วรู้สึกว่าเราคงวัยไล่เลี่ยกัน ทั้งสองสั่งเบียร์สิงห์ และเราใช้ถังน้ำแข็งถังใหญ่ที่วางอยู่หน้าบาร์ร่วมกัน เธอตักน้ำแข็งใส่แก้วเพื่อน ส่วนแก้วของเธอไม่ใส่น้ำแข็ง ฟองเบียร์สีทองถูกเทใส่แก้วทั้งสอง ผมอยากพูดคุยกับพวกเขา อาจเป็นคำทักทายพื้นฐาน เช่น ชื่ออะไร , เรียนอยู่ที่ไหน , ชอบฟังเพลงอะไร หรือประโยคอะไรก็ได้ที่ช่วยพังกำแพงคนแปลกหน้าระหว่างพวกเรา แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ทักทายอะไร เนื่องจากหนึ่งในสองคนที่นั่งใกล้ผม เลือกนั่งหันหลังให้ผม เอามือเท้าแขนบนบาร์ แล้วพูดคุยกันถึงเรื่องกล้วยไม้ ผมไม่ยักรู้ว่าผู้หญิงจะเลี้ยงกล้วยไม้ด้วย มันแปลกดีที่ได้ยินคนคุยกันเรื่องกล้วยไม้ในร้านเหล้า

ที่บาร์มีหญิงสาวและชายหนุ่มประจำการอยู่ เท่าที่ผมเห็น เธอจะรับผิดชอบส่วนหน้าร้าน และเขาจะรับผิดชอบส่วนในร้าน หญิงสาวตรงหน้าผมที่บาร์หน้ารักดี ผมม้าของเธอปรกหน้าผาก ดูคล้ายๆแถบบาร์โค้ด ผิวขาวซีดๆเหมือนสีของนมถั่วเหลือง เธอมีลักยิ้มตรงมุมปาก ผมเห็นตอนที่เธอยิ้มให้ใครสักคนที่แวะมาให้ร้าน ตอนนี้เธอนั่งเอามือเท้าคางและมองออกไปนอกร้าน จากด้านข้างผมของเธอมัดรวบด้วยยางมัดผมสีดำ หูของเธอมีรอยเจาะแต่ไม่ได้ใส่ต่างหู ผมกำลังเขียนไปด้วยและแอบมองเธอไปด้วย ผมไม่แน่ใจว่าเธอจะรู้ตัวไหม ว่าชายหนุ่มท่าทางซื่อๆ ไว้หนวดเครารกรุงรัง เดินเข้ามานั่งในร้านอย่างงงๆ กำลังเขียนเรื่องราวของเธออยู่

เธอหันมาสบตาผมในขณะที่ดีเจเปิดเพลง California Dreamin’ ผมจำเพลงนี้ได้ดี เป็นเพลงที่ผมชอบเปิดเวลาซักผ้า แต่นั่นมันก็นานมาแล้ว ทุกวันนี้เวลาผมซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ผมก็ยังนึกถึงจังหวะเพลงนี้อยู่ เธอหันมาสบตาผม โดยที่มือยังเท้าคางอยู่ แสงไฟสีส้มอาบไล้ใบหน้าเธอให้ดูเอิบอิ่ม ลมเบาๆพัดผมม้าเธอปลิวไสว ผมรีบหลบสายตา ก่อนที่เธอจะหันหลังไปตักน้ำแข็งยื่นให้โต๊ะข้างหน้าที่มาสั่ง

ผมยังจำไม่กี่ประโยคที่เราคุยกันได้ เธอถามผมว่ารับเครื่องดื่มอะไร ผมมองหน้าเธอแล้วรีบหลบสายตา ก่อนจะบอกว่าขอเบียร์ช้างหนึ่งขวด เธอยิ้มแล้วหยิบเบียร์ช่างที่แช่เย็นมาวางไว้ตรงหน้าผม เธอคงเห็นผมตะกุกตะกักดูไม่เหมือนคนที่ตั้งใจจะมาเที่ยว เลยตักน้ำแข็งใส่แก้วให้ผม จึงเป็นอันรู้กันว่าผมมีสิทธิ์ในถังน้ำแข็งถังนี้

ผมนั่งยังอยู่ที่บาร์จนเบียร์พร่องขวด เสียงเพลงจากดีเจยังคงดังไปทั่วทั้งร้าน โต๊ะด้านในเริ่มเต็มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ ตอนนี้เวลาสี่ทุ่มแล้ว สำหรับคนอื่นเวลานี้อาจเป็นแค่เวลาเริ่มต้น แต่สำหรับผมที่ต้องนั่งรถเมล์กลับย่านรามคำแหง ถือว่าเริ่มดึกพอสมควร และผมก็ไม่อยากเมาแล้วไปอ้วกบนรถเมล์ เลยรีบกลับแต่เสียเนิ่นๆดีกว่า ผมวางเงินหนึ่งร้อยบาท เอาที่เขี่ยบุหรี่ทับไว้แล้วเดินจากมา คืนนี้อากาศเย็นสบาย ผมจากมาโดยที่ไม่ได้บอกลากับเธอ

ผมชอบคืนนี้ ชอบช่วงเวลาที่เราตกหลุมรักคนแปลกหน้า เราไม่จำเป็นต้องรู้จักกันก็ได้ แต่ผมก็ประทับใจสิ่งที่คุณเป็น ระดับความเหงาของผมกลายเป็นเลเวลปกติทันทีที่คุณสบตา เป็นโมงยามอันเงียบงันที่สวยงาม ผมรู้สึกอบอุ่นเหมือนนั่งผิงไฟอยู่กับคุณ คุณอาจจะไม่รู้จักผม ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเป็นใคร แต่ยังไงผมก็รู้ว่าคืนนี้ผมไม่ได้เดียวดาย ขอบคุณที่ช่วยเจือจางความเหงาของผมให้ละลายไปกับดวงตาคู่นั้น

ผมอยากกลับมาที่นี่อีก ไม่ว่าจะมาด้วยความรู้สึกแบบไหน

แต่ผมรู้ว่าดวงตาคู่นั่นของคุณจะทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นเสมอ.

SHARE
Writer
Pratchawitdax
Reader&Writer
Writing Express

Comments

theNeverything
6 months ago
ไว้จะไปลองนั่งร้านนี้ดูบ้างนะคะ :)
Reply
Pratchawitdax
6 months ago
ไว้ไปชวนด้วยนะครับ ฮ่าๆ