เราไม่เคยจะรักกัน
17.30 น. ผมเพิ่งจะได้ออกจากออฟฟิศ
...เลยเวลาเลิกงานมา 1 ชั่วโมง กับ 30 นาที

แดดสีส้มแรงก่อนที่พระอาทิตย์จะจมจ่อมลงในอีกฟากหนึ่งของโลก
ลำแสงอบอุ่นที่กระทบในใจผมมาตลอด
ผมไม่เคยรู้ว่าเป็นเพราะอะไร ช่วงยามเย็นของวันถึงมีอิทธิพลต่ออารมณ์บางอย่างในใจลึก ๆ
มันเป็นความโหยหา ราวกับว่ากำลังตามหาใครบางคนที่นัดกันไว้เนิ่นนาน นานจนนึกไม่ออกว่าเขาเป็นใคร และเขารอผมอยู่ที่มุมใดในโลกนี้

แน่นอน แสงแดดกล้าของเย็นวันนี้ก็ได้พาผมไปพานพบใครคนหนึ่งในความทรงจำ
คนที่เข้ามาแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ 
เป็นช่วงเวลาที่วิเศษช่วงหนึ่งของผม
อาจมีฝนที่หล่นมาชั่วคราว 
และเมฆขาวที่ผ่านมาเพียงชั่วคืน
เจอะกับลมก็ปลิวไป ไม่มีใครรื้อฝืน
ไม่ได้เป็นความยั่งยืนเสมอไป
ฝนและเมฆขาวเหล่านั้นปรากฏขึ้นในค่ำคืนหนึ่ง
ช่วงนั้นผมเริ่มต้นฤดูอกหักได้ไม่นาน
แอพลิเคชั่นโง่ ๆ ได้นำใครคนหนึ่งเข้ามา
ผู้ชายในรูปจัดได้ว่าหน้าตาดี
เราแลกรูปใบหน้ากัน...
และตกลงที่จะคุยกันแบบไม่ผูกมัด
มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ถึง 10 วันด้วยซ้ำ
เขาฟรีคอลหาผมตอนเช้าวันหนึ่ง
...เขาโทรมาปลุกผม
เขาบอกว่าเขามีแฟนแล้ว
เป็นเด็กต่างจังหวัดที่เพิ่งปลดประจำการทหาร
มาอยู่ที่นี่เพราะมาหาแฟน ...เป็นผู้ชาย...
จากคำบอกเล่า
ก่อนหน้านี้เพิ่งถูกผู้หญิงทิ้งมา
ตอนนี้กำลังหางานทำ และวางแผนจะเรียนต่อ

เขาใช้เวลาตอนที่แฟนออกไปทำงานแชทกับผมเพราะฉะนั้นเราจึงได้คุยกันแค่ช่วงกลางวัน

จนกระทั่งวันหนึ่งเวลาเกือบ 2 ทุ่ม
เขาแชทมาหาผม บอกว่าแฟนออกไปกินข้าวกับเพื่อน และทิ้งเขาไว้ที่ห้องคนเดียว
พอดีกับที่ผมกำลังจะออกไปสนุกวีคเอ็นกับเพื่อนๆ
เลยออกปากชวนไปด้วยกัน และจะกลับมาส่งที่ห้องก่อนแฟนเขาจะกลับมา
แต่เขาปฏิเสธ 
แต่กับเธอที่ผ่านมาชั่วคราว
และเรื่องราวที่เปลี่ยนไปชั่วข้ามคืน
กับอะไรที่เป็นไปก็ยังไม่เคยลืม
เหมือนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจ
บ่ายวันนั้นผมนั่งทำงานอย่างใจลอย
ตั้งแต่เช้าที่เขาเงียบไป จนถึงมื้อเที่ยงก็ยังเงียบ
กลัวว่าเขาจะหายไปเฉยๆ 
แต่สุดท้ายแชทก็ดัง หัวใจผมเต้นแรง
ดีใจอย่างกับเราเป็นอะไรกันที่มากกว่าเมฆฝนที่ลอยผ่านมา
เขาชวนผมไปเดินงานเทศกาลที่มหาวิทยาลัยใกล้กับออฟฟิศที่ผมทำงาน
...ถึงเวลาที่เราจะได้เจอกันสักที...

ท่ามกลางผู้คน และอากาศอบอ้าว
ผมสะพายเป้ใบเก่า กับแล็บท็อปอีก 1 เครื่อง
สองข้างทางระแวกด้วยร้านค้ามากมาย
ผมมองหาเขา กลัวว่าสุดท้ายเราจะคลาดกันไปอีก
แล้วตรงนั้น ...ผู้ชายตัวสูง ใส่กางเกงขาสั้น กับเสื้อบอลทีมดังสีกรมท่าก็โดดเด่นออกมาท่ามกลางฝูงชน

เขาน่ารักจริงๆ

เราเดินกันจนทั่วงาน แต่ก็ใช้เวลาไม่นานนักเพราะเขาจะต้องกลับห้องให้ทันเวลา ...ก่อนที่ใครอีกคนจะกลับมาถึง

เขาคือเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งเป็นตัวแทนของความสดใส แข็งแรง และละมุนละไมของวัยหนุ่ม
แววตาแรงกล้านั้นทำให้ผมตกหลุมรักเขาเต็มๆ

ผมยอมรับว่านาทีนั้นผมคิดไปไกล
ไกลถึงขั้นที่วันหนึ่งเราจะเป็นอะไรกันมากกว่าแค่คนรู้จัก 
ผมให้เขาเข้ามามีอิทธิพลกับหัวใจอย่างง่ายดาย
ไม่รู้ตัวเลยว่าจะถลำใจไปชอบเขาขนาดนี้

และหลังจากนั้นเราไม่ได้เจอกันอีกเลย
เราไม่เคยจะรักกัน
มีแต่วันที่อ่อนไหว
ผ่านเลยไปและไม่เคยจะกลับมา
เป็นแค่ความประทับใจ
ที่ยังคงแน่นหนา
มีแต่ฝนมีแต่ฟ้าที่เข้าใจ
หลังจากวันนั้น
เราคุยกันเป็นปกติ
ผมบอกชอบเขาไปตามตรง
ซึ่งเขาก็ตอบรับเช่นกัน

เขาบอกว่ากำลังจะเข้าไปสอบที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ
ผมคิดไปไกลถึงขั้นว่า ถ้าเขาเข้าเรียนที่กรุงเทพฯ เราคงได้เจอกันสะดวกขึ้น เพราะนั่นจะเป็นสถานที่ที่เราสองคนจะตัดอีกคนออกไปได้

แต่แล้วสิ่งที่เขาก่อขึ้นมา ก็กลับพังทลายลงด้วยมือเขาเอง

ผมลืมไปเสียสนิทว่าเราไม่เคยจะรักกัน
มันเป็นความอ่อนไหวของผมเอง

“พี่ ผมมีแฟนแล้วนะ ผมว่าเราเลิกคุยกันเหอะ มันไม่ดีเลยที่เราทำแบบนี้ ผมรู้สึกแย่มากเลย ...ถ้าผมยังคุยกับพี่ต่อไป ผมรู้ดีว่าผมจะต้องไปไกลกว่าตอนนี้ พรุ่งนี้ผมจะเลิกคุยกับพี่แล้วนะ” 

แล้วผมจะทำอะไรได้
เหนี่ยวรั้ง ฉุดดึง ด้วยวิธีใด
สิ่งที่เขาบอกมันคือความถูกต้อง
แม้ในใจจะตะโกนดิ้นรนทุรนทุรายขนาดไหน
ผมก็ไม่สามารถทำให้เขามาเป็นของผมได้
ผมยอมให้กับทุกสิ่งที่เขาบอก
ผมเหนื่อยถ้าเราจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ
สุดท้าย... ผมก็ต้องให้เขาไป

ผมแอบร้องไห้หลังชั้นหนังสือบ่อยๆ
คืนนั้นผมสะดุ้งตื่นมาร้องไห้ต่อจากในฝันตอนกลางดึก และนอนไม่หลับอีกเลยจนแสงแรกของวันใหม่มาถึง
ผมไม่เคยเล่าให้ใครฟังว่าผมรักเขามากแค่ไหน


...เพราะว่าเราไม่เคยรักกัน...
ใต้ต้นไม้ที่ไม่มีร่มเงา
กิ่งก้านมันไม่ได้สูงสักเท่าไร
แต่รากลึกลงในดินหยั่งลึกลงในใจ
มีความหมายมากมายตลอดมา
จากวันนั้นถึงวันนี้
ผมยังนึกถึงเขาเสมอ 
แม้ว่าเราแทบจะไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันเลย
แต่มันคือความประทับใจ
เขาคือตัวแทนของอิสระ ใช้ชีวิตแบบเต็มที่
มีโอกาสได้เดินทางตั้งแต่อายุยังน้อย
แต่ผมไม่รู้เลยว่าในใจของเขาเปล่าเปลี่ยวขนาดไหน
ในขณะที่ผมคือตัวแทนของพันธนาการ 
มีภาระทางบ้าน โอกาสที่จะเที่ยวแทบไม่มี
ชีวิตมีแต่ครอบครัวกับงาน
แม้จะเหนื่อย แต่ภูมิคุ้มกันทางใจยังดี

หากไม่มีใครเคยรู้ว่าผมโหยหาอิสระมากแค่ไหน

สำหรับผม 
ผมขอฝากใจไปกับเขาแล้วกัน 
ให้เขาได้พาส่วนเสี้ยวของความทรงจำที่เราเคยรู้จักกัน
ไปยังทุกๆ ที่ที่เขาไป 
ได้สัมผัสสายลมเย็นอ่อนเอื่อย 
แสงแดดสดใส และ ...อิสระที่ผมโหยหา

และในทางกลับกัน
ผมจะขอเก็บเอาความทรงจำที่ผมเคยรู้จักเขา
ไว้กับความอบอุ่น ครอบครัว และ ...ความรัก 
อย่างน้อยในความทรงจำของผม 
เขาจะไม่เปล่าเปลี่ยวอีกต่อไป

เขาคือส่วนเสี้ยวหนึ่งที่มีความหมายในชีวิตผมและจะเก็บไว้ในใจตลอดไป 
ยังคงชัดเจนไม่แปรเปลี่ยน

ไม่ว่าตอนนี้นายจะอยู่ที่ไหน
ถ้านายได้อ่านมัน พี่อยากบอกว่า
พี่ไม่เคยลืมนาย ไม่ต้องนึกถึงกันทุกวันก็ได้
แค่วันไหนว่างๆ พาพี่ออกมาสัมผัสกับความอิสระของนายบ้าง
เก็บพี่ไว้ในความทรงจำก็พอ
ดูแลตัวเองดีๆ รักตัวเองมากๆ พี่เป็นกำลังใจให้

Writer: all About Feeling
Twitter: @CrystalMounta1n (all.About.Feeling)










SHARE
Writer
allAboutFeeling
At my little world.
ในวันที่เราพบเจอเรื่องราวมากมายให้ได้เก็บมาเล่าสู่กันอ่าน กับเรื่องราวในอีกหนึ่งมุมมองที่แปลกไป

Comments