Love Forever

4วันก่อนValentine

ห้างสรรพสินค้า เวลา 17.00 น.


ชายหนุ่มผิวขาว รูปร่างสันทัด ใบหน้าคล้ายกับหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น สวมShirtสีขาว เน็คไทสีแดง เสื้อสูทและกางเกงสีกรมท่า กำลังเดินกับเด็กสาวผมยาวถึงอก ร่างเล็ก หน้ากลม หัวเถิก สูงประมาณอกของชายคนนั้น หล่อนสวมเสื้อShirtสีน้ำเงิน เสื้อกั๊กติดกระดุมและกระโปรงสั้นสีขาว


“หลังเลิกงาน มาเดินห้างกันสองต่อสองแบบนี้ มีหวังเป็นข่าวแน่เลยค่ะ”


น้ำเสียงที่แบ๊วน่ารักของเด็กสาวได้พูดคุยกับชายหนุ่มคนนั้น


“ช่างเหอะ Go for it go go go go go go go go go go go”
“ดูพี่กายชอบจังเลยนะคะ เพลงหน่วยรบรถไฟ”

“ก็เพราะมันคือเรื่องแรกที่ทำให้พี่รู้จักกับนาวไงครับ”
“นาวเล่นเรื่องนี้แค่ฉบับหนังโรงเองนะคะ”

“แต่ถ้าพี่ไม่ได้ดูเรื่องนี้ พี่ก็คงไม่ติดตามซีรีย์เรื่องอรุณสวัสดิ์ส่งรักมาทักทายต่อนะ”

“ไม่ใช่เพราะพี่กายชอบพี่ฮารุจากการที่เขาเคยเล่นเป็นหน้ากากสิงห์นักบิดMystic แล้วมาแสดงเป็นพระเอกเรื่องนี้ต่อหรอค่ะ”

“ก็ใช่ แต่พอดูเรื่องนี้ พี่กลับชื่นชอบนาวมากกว่านะ”
“พูดแบบนี้ หนูเขินนะคะ พี่กาย”


กายกับนาวต่างหัวเราะให้กัน


“พูดกับสาวอื่นแบบนี้ แฟนไม่ว่าหรอค่ะ”
“แต่พี่ว่าแฟนนาวจะฆ่าพี่ก่อนนะ”
“นาวยังไม่มีแฟนหรอกค่ะ”


กายถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำพูดของนาว


“ก็ผู้หญิงปีขาล หาแฟนยากมากเลยนะคะ”

“ใช่ แม่พี่เคร่งเรื่องนี้มากเลยล่ะ แม่พี่บอกว่า ผู้หญิงปีขาล แรง หัวแข็ง ชอบข่มขู่ ชอบกดสามี”
“ดูแม่พี่จะไม่ชอบผู้หญิงปีขาลมากๆเลย”

“ใช่ แต่พี่ไม่ค่อยเชื่อไรแบบนี้ พี่ว่ามันไร้สาระ ที่คนเชื้อสายจีนอคติกับผู้หญิงปีขาล เพียงเพราะ ปีเสือเป็นศัตรูกับมังกร สัตว์มงคลของจีน และก็คิดว่าปีขาลหัวแข็งและดื้อ ไม่เหมาะกับการเอามาเป็นสะใภ้ ฟังดูเหมือนอคติแบบโง่ๆ แต่ในความจริง มันก็แค่วิธีคิดแบบพวกอนุรักษ์นิยมของคนยุคเก่า ที่ต้องการคนเชื่องที่ควบคุมง่ายและผู้หญิงปีขาลก็ไม่ใช่แบบนั้น”


กายยิ้มให้นาว


“เอาน่า มันก็ดีอยู่นะ จะได้ช่วยคัดคนที่จริงใจเข้ามาไง แต่ปกติก็เห็นมีคนที่เขาไม่แคร์เรื่องปีขาลของนาวอยู่เยอะเลยนะ เห็นคนมาจีบนาวเต็มเลย”

“ลองให้หนูหน้าตาไม่น่ารักหรือเป็นแค่ลูกตาสีตาสา ไม่ได้เป็นคนดังแบบนี้ซิค่ะ”

“แล้วที่นาวชวนพี่มาเดินห้าง มีไรหรือเปล่า“


นาวหน้าแดงนิดๆและดูเขินอาย


“คือ หนูตั้งใจจะซื้อของขวัญให้พี่ฮารุในValentineค่ะ”
“ฮารุเขามีแฟนแล้วนะ”
“ค่ะ แต่หนูแค่อยากให้ของขวัญเขา”


กายแอบหัวเราะนิดๆ


“นี่อย่าบอกนะว่า นาวแอบชอบพี่ฮารุ”
“ค่ะ แล้วพี่กายรู้ไหมว่า พี่ฮารุเขาชอบไรบ้าง”

“พี่ไม่รู้อ่ะ ไม่เคยได้คุยเป็นการส่วนตัวเลย”
“แย่จัง สงสัยนาวคงคิดไปเองว่า พี่กายเหมือนกับพี่ฮารุ”

“งั้นพี่ว่า ซื้ออะไรที่ดูเป็นผู้ชายหน่อย เช่น เน็คไท นาฬิกาหรือน้ำหอม”
“ดูเบสิคมากเลยนะคะ”

“หรือจะซื้อนั่นล่ะ”


กายชี้ไปที่แผนกเกม ซึ่งในตู้กระจกก็มีแผ่นเกมอยู่กล่องหนึ่ง


“นั่นคือเกมหน้ากากสิงห์นักบิด Climax Fighters”


กายกับนาวเดินไปดูแผ่นเกมนั้น


“เกมนี้ก็มีขายปกตินิค่ะ แถมจำหน่ายมา2เดือนกว่าแล้ว”

“แต่นี่คือ Premium R Sound Edition เป็นแผ่นพิเศษที่จะมีเพลงของหน้ากากสิงห์นักบิดทุกคนที่มีในเกม เกมก็สมบูรณ์กว่าแผ่นปกติ ที่สำคัญ ใช่ว่ามีเงินจะซื้อได้ เพราะแผ่นนี้ขาดตลาดไวมาก ไม่คิดว่าจะมาเจอในที่แบบนี้”


แต่เมื่อกายกับนาวดูราคาแผ่นเกมนี้ ก็ต้องตกใจ เพราะราคามันตั้งไว้ที่11,100


“ราคาแบบนี้ มันปล้นกันชัดๆเลยนะคะ”

“ใช่ ไม่เคยคิดว่าของขึ้นห้างจะแพงขนาดนี้ แต่ว่า แผ่นนี้ พี่ฮารุชอบแน่นอน มันเป็นเกมที่เจ๋งมาก มันเป็นเกมที่ใครๆก็ชอบ ยิ่งเป็นนักแสดงนักบิดอย่างพี่ฮารุก็คงยากที่จะปฏิเสธ เพราะมันเป็นเกมที่นักบิดMysticและนักบิดยุคใหม่อีก18คนมาอยู่รวมกัน”

“ดูพี่กายจะอยากได้มากกว่าอีกนะคะ”

“แน่นอน เพราะพี่ชื่นชอบหน้ากากสิงห์นักบิดมากๆเลย แต่ถ้านาวจะซื้อให้พี่ฮารุ พี่ก็โอเคนะ เพราะพี่แคร์ความรู้สึกเรามากกว่า”

“ขอบคุณมากนะคะ”


หลังจากที่นาวจ่ายเงินซื้อเกมเสร็จ กายกับนาวก็เดินพูดคุยกัน


“พี่ฮารุต้องกรี๊ดแน่นอน ถ้าเห็นเกมนี้ ส่วนนาวก็คงดีใจจนเท้าไปโดนเครื่องซักผ้าอีกแน่”
“แซวฉากนี้อีกแล้วนะคะ”

“ก็น่ารักออก พี่ชอบฉากนี้มากเลย”
“แล้วพี่กายจะถามนาวเรื่องไรนะคะ”

“จริงๆ พี่เองก็อยากปรึกษานาวสักหน่อย เรื่องนั้นก็คือ….แย่แล้วไง”


ดูเหมือนว่ากายจะมองเห็นเอ เมื่อเอเห็นกายอยู่กับนาว เอก็เดินหนีทันที


“ไปง้อหล่อนซิค่ะ”
“ตกลง”


กายจึงรีบวิ่งไปหาเอ เกือบจะตามทันแล้ว แต่กายดันเห็นกล่องของเล่นกำลังหล่นทับเด็ก กายจึงเอาตัวเองไปบังเด็กไว้ แล้วกายก็หาเอไม่เจอ กายจึงเดินกลับไปหานาวและนั่งดื่มน้ำด้วยกัน


“นั่นแหละคือสิ่งที่พี่อยากจะบอกนาว คือ 1เดือนกว่าๆที่ผ่านมา พี่ไม่มีเวลาให้เอเลย แค่จะเจียดเวลาคุยยังแทบไม่มี งานก็แน่นทุกวัน เวลานอนก็ไม่พอ พี่ก็เลยอยากปรึกษาว่า Valentineปีนี้ พี่จะง้อหล่อนยังไง เพื่อปรับความเข้าใจกัน”

“แค่ทำงานไม่มีเวลาคุยหรอค่ะ แต่ทำไมดูเขาโกรธพี่กายมากเลย ลองโทรไปง้อดูซิค่ะ”


กายจึงโทรหาเอ แต่ก็โดนBlockเบอร์ กายจึงส่งข้อความไปหาเอทางFacebook แต่ก็โดนBlock กายจึงInboxไปที่เพจที่เอใช้ขายของ แต่ก็โดนBlockเช่นกัน


“ให้ตายซิ โดนBlockหมดเลย พี่ยืมมือถือนาวได้ไหม”
“ได้ค่ะ”


กายใช้มือถือนาวโทรไปหาเอและเอก็รับ


“เอ”


กายยังไม่ทันพูด เอก็ตัดสาย พอกายโทรไปอีกที ก็โดนBlockเบอร์


“ขอโทษนะ ทำเธอโดนBlockเบอร์จนได้”
“ช่างเถอะค่ะ ใจเย็นนะคะ นางกำลังงอน ไปง้อหน่อย เดี๋ยวก็หายโกรธเอง”
“ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะนะ”


แล้วโทรศัพท์กายก็ดังขึ้น เพราะคนชื่อธงส่งข้อความมาหากาย


“เกิดไรขึ้นครับพี่”


ธงส่งรูปมาให้กายดูว่า เอตั้งสถานะโสดและโพสต์รูปแหวนตัวHที่กายเคยให้เออยู่ในถังขยะ


“พี่โดนเอบอกเลิก”


กายนึกถึงวันที่ กายไปหาเอที่หอ กายจับมือขวาของเอและสวมแหวนที่นิ้วกลาง แหวนนั้นเป็นรูปตัวHสีเงินและPaintสีชมพูที่H


“มันคือ ความหวังของฉัน”


เอมองดูที่แหวนของกายแล้วยิ้มนิดๆ


“ตกลง จะเก็บมันไว้อย่างดีเลย”


เมื่อรู้ว่า เอโยนแหวนที่เขาตั้งใจให้ทิ้งเหมือนขยะ ทำให้กายเสียความรู้สึกมาก เพราะแหวนนั้นกายเป็นคนให้เอเมื่อValentineปีที่แล้ว มันคือความหวังของกาย


“แค่โยนแหวนทิ้ง จะเสียความรู้สึกทำไม เป็นสิทธิ์ของหล่อนนิ”

“ถ้าเขาโยนแหวนทิ้งแบบนี้ พี่กายต้องเคยทำไรให้เขาโกรธมากกว่าไม่มีเวลาให้แน่”

“ก็ถ้าพูดตรงๆ ตลอดเวลาก่อนหน้านี้ พี่ไปทำงานกับผู้หญิงหมดเลย ก็มีตั้งแต่ โฮรี่นางเอกนักบิดAus ยูนางเอกนักบิดFourty มายด์นางเอกนักบิดSamu อารีย์นางเอกนักบิดGeist ป๊อปปี้นางเอกนักบิดExe มี้นางเอกนักบิดConst และที่พีคยิ่งกว่า พวกเขามักจะถ่ายรูปและแท๊กเข้าFacebookพี่หมดเลย คิดว่ามันน่าโกรธไหมสำหรับเอ”

“ถ้าไม่เลิกกัน ก็ถือว่าทนมามากพอแล้ว เป็นหนู หนูคงบอกเลิกตั้งแต่รูปแรกแล้วค่ะ”

“แล้วพี่จะเอาเวลาไหนไปนอกใจ ในหัวพี่ตอนนี้ สนแต่จะตั้งใจทำงานและเก็บเงินเท่านั้นเอง”


แล้วโทรศัพท์กายก็ดัง ธงส่งรูปให้กายดูต่ออีกว่า เอโพสรูปตัวเองอยู่กับพ่อที่บ้าน แคปชั่นว่า “ไม่มีผู้ชายคนไหนรักเราจริงเท่ากับพ่อของเรา” เมื่อเห็นว่าเวลาที่เอโพสรูปมันไม่กี่นาที ทำให้กายคิดออกว่า


“จริงซิ ทำไมฉันไม่ไปหาเอที่บ้านล่ะ”
“เป็นความคิดที่ดีมากเลยค่ะ”

“เอางี้ พี่ไปส่งนาวก่อน แล้วพี่ค่อยไปหาเอ”
“ไปเลยก็ได้ค่ะ นาวมีนัดที่นี่ต่อค่ะ”
“ก็ได้”


กายเดินไปที่ลานจอดรถและขับรถHonda NSX ปี1992สีแดงไปที่บ้านของเอ กายกดกริ่งหน้าบ้านของเอ เขาก็ได้พบกับพ่อของเอ


“สวัสดีครับ ผมมาหาเอครับ”
“เอไม่อยู่บ้านและไม่ต้องการพบเธอด้วย”

“งั้นผมกลับก่อนนะครับ”
“จะไปไหน เราต้องมาคุยกัน”
“ครับ”

“เธอทำแบบนี้กับลูกสาวฉันได้ไง เธอควงผู้หญิงอื่นไปเที่ยวห้าง ไปถ่ายรูปด้วยกัน เธอทำให้ลูกสาวฉันเสียใจ ทั้งที่หล่อนเชื่อใจและรักเธอมาก”


กายยืนเฉยๆ ไม่ตอบโต้อะไร


“ฉันอุตส่าห์พยายามไว้ใจเธออีกครั้ง เมื่อเห็นเอให้โอกาสเธอเป็นแฟน ฉันปล่อยให้ลูกสาวฉันไปเที่ยวChristmasกับเธอ2คน ทั้งที่ฉันไม่ยอมทำแบบนี้กับใครง่ายๆ เธอไม่ได้ทำลายความเชื่อใจของเอเท่านั้น แต่เธอทำลายความเชื่อใจของฉันและภรรยาฉันด้วย”


กายเริ่มรู้สึกบางอย่าง


“ถามจริง เธอรักลูกสาวฉันได้เท่ากับที่ฉันรักไหม ถ้าทำไม่ได้ ก็ควรออกไปจากชีวิตของเอ หยุดความรักที่มีต่อเอซะ หยุดรักหล่อนและปล่อยหล่อนไป ฉันมีลูกคนเดียวและลูกสาวฉันไม่ควรที่จะต้องมาเสียน้ำตาให้กับคนแบบเธอ”


เมื่อกายได้ยินคำพูดของพ่อเอ กายจึงคิดบางอย่างขึ้นมาได้


“ใช่ครับ ผมควรจะเดินออกไป ถ้าผมยังอยู่ในชีวิตของเอ ผมไม่รู้ว่าเอจะต้องเจ็บปวดเพราะผมอีกเท่าไหร่ แต่ถ้าผมเดินออกไปตอนนี้ เอก็ไม่ต้องเจ็บเพราะผมอีกแล้ว ลาก่อนนะครับ”


กายบีบจมูกและเดินไปที่รถของเขา แล้วขับออกไป


1วันก่อนValentine

ร้านโดนัทของเจ้ เวลา 10.00 น.


กายกำลังนั่งปรับทุกข์กับโจ


“ถ้าฉันเป็นนาย ฉันเลิกยุ่งไปแล้ว งี่เง่าชะมัดเลย”
“ผมอาจจะมีเวลาให้หล่อนน้อยไปก็ได้นะครับ”


แล้วโทรศัพท์กายก็ดังขึ้น ธงส่งรูปให้กายดูว่าเอมีแฟนใหม่แล้ว คนๆนั้นเป็นชายหนุ่มหล่อ หุ่นดีเหมือนนายแบบ หน้าตาดีเหมือนกับบอยแบนด์เกาหลี


“จบแล้วซินะ ฉันหมดความหวังแล้วซิ”
“แรงชะมัด แป๊ปเดียวก็มีคนใหม่แล้ว ผิดกับบุคลิกที่ดูน่ารัก ตอนที่เจอในวันChristmasเลย”


แล้วไมท์ก็เดินเข้ามาหากาย


“ทำไมลูกพี่ไม่ไปง้อพี่เออีกครับ”
“วันก่อนฉันก็เจอเอ แต่ว่าหล่อนเดินกอดแขนกับแฟนใหม่แล้ว คงจบแล้วล่ะ”

“ทำไมถอดใจง่ายแบบนี้ ลูกพี่ไม่เสียดายเวลาที่จีบพี่เอหรอครับ”
“เอเขามีแฟนใหม่แล้วนิ รู้สึกจะเป็นเพื่อนหล่อน เหมือนนางเอกMulanเลย ที่แฟนนางก็คือคนที่เล่นเป็นตัวโกงและเขาก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของนางด้วย”


กายเปิดรูปที่เอถ่ายกับแฟนใหม่ให้ไมท์ดู


“หรอครับ แล้วลูกพี่รู้ไหมครับว่า เพื่อนของพี่เอคนนั้น เขาเป็นแบบเจ้”
“ต๊าย ใครแอบนินทาฉัน”


เมื่อไมท์พูดถึงเจ้ ก็ทำให้เจ้ที่คีบโดนัทอยู่ ถึงกับสะดุ้ง


“ลูกพี่ครับ จำได้ไหม Valentineปีที่แล้ว ผมเลิกกับแฟน แต่ลูกพี่ก็ช่วยให้ผมกลับมาคืนดีกับแฟนอีกครั้ง ตอนนี้ให้ผมช่วยลูกพี่บ้างนะครับ”

“ไมท์ พี่เลิกกับเอแล้ว บางทีการที่เอไม่เป็นแฟนกับพี่ อาจจะดีกับเอก็ได้ หล่อนควรเจอใครที่นิสัยดี เป็นสุภาพบุรุษ มีเวลาให้เอตลอดและหล่อเหมือนพระเอกซีรีย์เกาหลี”


แล้วกายก็เดินจากไปและทิ้งไมท์กับโจไว้ที่ร้านของเจ้


วันValentine

โตมร Company เวลา 11.00 น.

นาวเดินถือถุงของขวัญเข้ามาในบริษัท หล่อนเดินมาที่ห้องซ้อมดนตรีและเปิดประตูเข้ามา ก็พบว่ากายยืนอยู่หลังประตู ทำให้นาวตกใจอย่างมากจนกายรู้สึกได้


“เข้ามาก่อนซิ”


นาวเกิดขาแข็งขึ้นมา จนกายต้องจับตัวนาวให้เดินเข้าไปในห้อง


“มาหาพี่ฮารุหรอ เขายังมาไม่ถึงหรอก รอก่อนก็ได้ แต่ถ้าอยากSurprise ต้องหาที่ซ่อนดีๆนะ”


ยิ่งเวลากายยิ้มให้นาว ยิ่งทำให้นาวหน้าแดงและหัวใจเต้นแรง


“นาวเป็นไรค่ะ ทำไมหน้าแดงเป็นลูกพีชเลย พี่ไม่ใช่พี่ฮารุนะ หรือว่า…”


กายเกิดคิดบางอย่างออกมา แต่ยังไม่ทันพูดสิ่งที่เขาคิด นาวก็ชิงพูดออกมาก่อนว่า


“Happy Valentineค่ะ พี่กาย”


นาวยื่นถุงของขวัญให้กาย ด้วยความรู้สึกที่เขินอายสุดๆ


“นาวไม่ได้ชอบฮารุ แต่นาวชอบพี่หรอ”
“ค่ะ”


เมื่อกายรับของแล้ว นาวก็รีบเดินหนีจากกาย แต่กายคว้ามือนาวไว้ได้


“นาว เป็นแฟนกับพี่ไหม”
“พี่ไม่รังเกียจผู้หญิงปีขาลแบบนาวหรอค่ะ”
“ไร้สาระ ถ้ามาแคร์เรื่องปีเกิด มันก็คงไม่ใช่ความรักแล้วล่ะ”


นาวใจเย็นลงและเห็นแววตาของกาย มันดูเหงาและโดดเดี่ยว


“หนูขอปฏิเสธค่ะ เพราะพี่กายไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับหนูจริงๆหรอก พี่กายไม่ได้ชอบหรือรักหนูเลย พี่กายแค่กำลังเหงา พี่กายแค่ต้องการใครมาแทนที่พี่เอ”


แล้วกายก็เปิดรูปที่ธงส่งมา ให้นาวดู


“เอมีแฟนใหม่แล้ว พี่กับเอจบกันแล้ว”
“ไม่จริงหรอกค่ะ พี่เอก็คงรักพี่กายมากเหมือนกัน พี่กายเองก็ควรไปเจอกับพี่เออีกครั้งนะคะ”

“แต่ว่า”
“หนูแคร์ที่จะเห็นพี่กายกลับมารักกับพี่เอ มากกว่าที่หนูต้องเป็นแฟนพี่กายที่กำลังเหงาแบบนี้”

“เธอพลาดโอกาสดีๆแล้วนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”


กายจึงเดินออกไปพร้อมกับถือถุงของขวัญที่ได้รับจากนาว


ส.น.แสงสวัสดิ์ เวลา 12.00 น.

กายกลับไปหาโจอีกครั้ง แต่ก็พบกับนิรันดร์ ผู้กำกับของส.น.นี้


“กาย”
“ป๋า”

“ฉันได้ยินเรื่องที่เธอคุยกับโจแล้วล่ะ เรื่องที่เธอกับเอเลิกกัน ให้ตายซิ ถึงฉันจะไม่ใช่พ่อแท้ๆ ยังไงฉันก็มีฐานะเป็นพ่อของเธอ แต่ฉันกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลย”

“ผมผิดเอง ที่ไม่เคยบอกป๋า ผมคิดว่าผมจะแก้ปัญหาคนเดียวได้”


แล้วกายก็แสดงความเศร้าออกมา


“ผมได้เจอกับพ่อของเอ เขาทำให้ผมเกิดคำถามในใจว่า ผมรักเอจริงไหม ทำไมผมถึงทำให้เอเสียใจได้มากมายขนาดนี้ และก็ ผมรักเอแค่ไหน ได้ถึงครึ่งหนึ่งที่พ่อหรือแม่เอรักเอไหม”

“ก็จริงที่ไม่มีใครรักเราเท่าพ่อแม่เรา เมื่อเธอมีลูกกับเอ เธอก็จะเป็นชายที่รักลูกของเอมากที่สุด แต่เธอรู้ไรไหม ความรักของเธอมีต่อเอมันต่างกัน เธอรักมนูญเหมือนที่เธอรักเอไหมล่ะ”

“ไม่ครับ”

“ฉันก็เหมือนกัน ความรักที่ฉันมีต่อเธอหรือลูกชายที่ตายไปของฉัน มันก็ไม่เหมือนกับที่ฉันรักภรรยาของฉันที่จากไป”


นิรันดร์จับไหล่กาย


“ฉันรักเธอมากนะ และฉันก็อยากให้เธอเข้มแข็งเหมือนมนูญ อ่อนโยนเหมือนศันสนีย์และไม่หวาดกลัวสิ่งใดเหมือนกันตถาวร”


นิรันดร์ปล่อยมือ


“จะไปบอกความรักที่มีต่อเอ หรือ เธอคิดว่าแบบนี้ดีแล้ว ก็ตามใจนะ คนเราน่ะ มีความอ่อนแอซ่อนอยู่ในตัวกันทุกคน ถึงจะอ่อนแอ แต่ถ้ารู้จักเดินไปข้างหน้าก็โอเคนะ เพราะงั้นคนเราถึงได้เข้มแข็งได้ เธอเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันไม่ใช่หรือไง”


คำพูดของนิรันดร์ทำให้กายกลับมามั่นใจในตัวเองอีกครั้ง


“ไปซิ ไปตามทางของเธอ ทางที่หัวใจเธอต้องการ”
“ครับ”


กายจึงเดินออกไป


“กาย ไม่ว่าเธอจะเชื่ออะไรก็ตาม อย่าเสียใจภายหลังล่ะ”
“ผมเข้าใจแล้วครับ ขอบคุณป๋ามากนะครับ”
“มันเป็นหน้าที่ของคนเป็นพ่ออยู่แล้ว”


ร้านโดนัทของเจ้ 12.00 น.

กายจึงไปขอคำปรึกษาจากเจ้ โจและไมท์ ว่าจะเอาไงดี


“ผมควรเลิกสนใจเอและไปจีบนาวดีไหม เจ้”
“ทำไมเธอไม่ไปเจอเออีกครั้งก่อนล่ะ กาย”

“ผมเห็นด้วยกับเจ้นะ ลูกพี่ ไปเจอหล่อนอีกครั้งซิ วันนี้ผมได้ยินจากพี่เอว่า พี่เอจะไปซื้อเฟรนช์ฟรายส์ในร้านFast Food ที่ปั๊มข้างทางเข้าหมู่บ้านพี่เอ เวลา6โมง”

“เข้าท่านะ แต่อย่าลืม นายต้องทำตัวให้ดูเป็นStalkerน้อยสุด ไม่งั้นนายจะโดนหล่อนแจ้งจับ”

“ผมเข้าใจแล้ว”


แล้วนาวก็เดินเข้ามาหากาย


“นาว”
“ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมค่ะ”


กายจึงเดินไปคุยกับนาว


“คืนดีกันยังค่ะ”
“ยังเลย”

“พี่เอ เขามีปมอดีตที่โดนนอกใจบ้างไหมค่ะ”
“พี่จำได้ว่า สมัยมัธยม นางเคยโดนแฟนเก่านอกใจ”

“พี่เออาจจะกลัวโดนนอกใจก็ได้ค่ะ กลัวที่หัวใจจะถูกทำร้ายอีกครั้งและยิ่งพี่กายไม่มีเวลาให้ มันทำให้พี่เอคิดเองไปหมดว่า พี่กายนอกใจ พี่กายไม่รักพี่เอแล้ว”

“คิดดีแล้วหรอ ที่จะให้พี่กลับไปคืนดีกับแฟน”


นาวตอบอย่างไม่ลังเลว่า


“นาวดีใจนะคะ ถ้าได้เป็นแฟนกับพี่กาย แต่ถ้าให้พี่กายมีความสุขกับคนที่พี่กายรัก นาวก็จะมีความสุขและดีใจด้วยเหมือนกันค่ะ”

“ขอบคุณนะ ที่เติมความหวังให้กับพี่”

“ไม่จริงเลยค่ะ พี่กายเหมือนกับพี่ฮารุมากเลยนะคะ เป็นผู้ชายที่มีความหวังเสมอ เชื่อมั่นในความหวังที่มีอยู่ในตัวเองและก็กลายเป็นความหวังให้กับผู้คน”

“ขอบคุณ งั้นพี่ไปก่อนนะ”


กายก็เดินออกไปโดยที่ไม่รู้ว่านาวแอบยืนร้องไห้คนเดียว แล้วกายเริ่มแชทถามธงในมือถือ


“ธง เอเคยมีแฟนและโดนนอกใจใช่ป่ะ”
“ใช่ครับ ผมเป็นคนเล่าให้พี่ฟังเอง”

“แต่นั่นก็ตอนที่เออยู่ม.1”
“เออาจตั้งใจจะเลิกอยู่แล้วก็ได้ครับ”


แต่กายกลับรู้สึกแปลกๆ


“แต่หลังจากนั้น เอก็ไม่เคยมีแฟนเลย เอดูปิดกั้นความรัก เหมือนกับคนที่กลัวจะต้องเจ็บอีก”
“จนกระทั่งเปิดใจให้พี่อีกครั้ง แต่เอก็ดันมาเข้าใจว่า โดนพี่นอกใจ”
“ใช่ และคืนนี้ พี่จะShow Timeสุดท้าย”


กายกลับไปที่บ้านและเปลี่ยนเสื้อผ้า กายใส่เสื้อยืดสีชมพูเข้ม กางเกงขายาวสีบานเย็น คลุมด้วยCoatสีดำและใส่เข็มขัดรูปมือสีดำขอบทอง รองเท้าขี่มอเตอร์ไซค์สีดำ กายขี่มอเตอร์ไซค์Honda CRF250Lออกไป


“ฉันคือความหวังสุดท้าย”


ร้านFast Food เวลา 19.00 น.


กายสั่งเฟรนช์ฟรายส์มานั่งกินบนโต๊ะและนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ กายมองดูคู่รักมากมายกำลังนั่งกินเฟรนช์ฟรายส์ที่ลดราคาด้วยกันในวันValentine กายยังมองหาเอ แต่ก็ไม่เห็นเอสักที


“รอมาชั่วโมงกว่าแล้วนะ ไมท์ พี่คงพอแล้วล่ะ”


กายรู้สึกหมดหวังและยอมตัดใจจากเอแล้ว กายจึงเดินไปที่มอเตอร์ไซค์Honda CRF250Lและขี่กลับไปที่บ้านของงเขา เมื่อกายมาถึงบ้าน กายเอามอเตอร์ไซค์มาจอดไว้ในบ้าน


“จบแล้วซินะ”


กายมองไปที่เคสมือถือของเขา กายนึกถึงChristmasปีที่แล้ว กายกับเอเคยเดินไปที่หนึ่งด้วยกัน กายกับเอนั่งกินโดนัทด้วยกัน แล้วเอเป็นคนให้ของขวัญเป็นเคสมือถือนี้กับกาย


“เตเต”


เมื่อกายนึกถึงที่นั่นขึ้นมา กายจึงวิ่งออกไปทันที กายวิ่งไปตามทางเรื่อยๆจนมาถึงลานจอดรถ แถวๆบริเวณของสรรพสินค้า แล้วดูเหมือนเอกับกายจะใจตรงกัน กายเห็นเอนั่งที่ม้านั่งที่เขากับเอเคยนั่งด้วยกันในChristmasปีที่แล้ว เอนั่งเล่นมือถือและก้มหน้าลง เมื่อเอรู้สึกว่ามีใครเดินเข้ามาใกล้ หล่อนจึงเงยหน้าขึ้นมาและก็พบว่าเป็นกาย


“กาย”

“รอนานไหม ฉันเตรียมใจได้แล้ว”

“เตรียมใจที่จะสิ้นหวังเพราะต้องเลิกกับฉันแล้วหรอ หรือว่าเตรียมใจจะสิ้นหวังเพราะเห็นฉันไปควงผู้ชายคนใหม่ที่หล่อกว่าดีล่ะ”


เอแสยะยิ้มให้กาย


“คิดว่าอย่างไหนล่ะ”
“ฉันไม่รู้หรอก ดังนั้นรีบให้คำตอบมาเถอะ”


กายเริ่มเดินเข้าไปหาเอ


“จำได้ไหม เอ ตอนที่พวกเราพบกันอีกครั้ง จากนั้นก็เป็นแฟนและไปดูไฟChristmasด้วยกัน”


แล้วกายก็เข้ากอดเอ


“แม้จะเจอเรื่องแย่มากมาย แต่ฉันก็ทนฟันฝ่ามาได้ เพราะมีเตเตอยู่ข้างๆ”
“ปล่อยฉัน”

“ไม่ใช่ตัวคนเดียว ชีวิตของฉันไม่ได้ตัวคนเดียว”
“ปล่อยฉันนะ”

“เพียงแค่นั้น เธอก็ช่วยฉันไม่รู้ตั้งเท่าไหร่แล้ว”
“ปล่อยฉัน….”

“เธอบอกว่า ฉันเป็นฝ่ายช่วยเธอเอาไว้ แต่เธอก็ได้ช่วยฉันไว้เหมือนกัน ดังนั้น ไม่ว่าเธอเป็นใคร หรือเปลี่ยนไปยังไง ฉันจะปกป้องเธอให้ได้ ตัวจริงของเธอที่ฉันเชื่อเสมอ”


กายกับเอเริ่มสบตากัน แล้วเอก็ผลักกายออกไป


“ออกไปจากชีวิตเอได้แล้ว”


เมื่อกายถูกเอผลักออกไป สีหน้าของเขาก็เศร้าหมองลง


“ฉันเข้าใจแล้วล่ะ ถ้านั่นคือความต้องการของเธอ”


แล้วกายก็เดินออกไป ปล่อยให้เอยืนอยู่คนเดียว เมื่อเอเห็นว่ากายไม่อยู่แล้ว เอจึงหยิบแหวนตัวHออกมา แถมมันยังอยู่ในสภาพไร้รอยขีดราวกับถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี และในสถานที่ไร้ซึ่งผู้คนแบบนี้ ทำให้เอไม่สามารถกลั้นน้ำตาที่ไหลออกมาได้ เอนั่งร้องไห้ในค่ำคืนที่มีลมหนาวเหน็บและไร้ผู้คน


“เตเต”


เอร้องไห้ได้สักพัก แล้วก็มีบางอย่างมาคลุมตัวเอทำให้เออุ่นขึ้น มันคือเสื้อCoatสีดำและเมื่อเอเงยหน้าขึ้นก็พบว่ากายยืนถือถุงเฟรนช์ฟรายส์อยู่


“อย่าจากไปไหนนะ ฉันอยากอยู่ด้วยกันแบบนี้ ได้โปรด”


เอกอดกายแน่นทั้งที่น้ำตายังไหลออกมาไม่หยุด


“ฉันไม่มีทางทิ้งเธอหรอก ถึงเรา2คนจะมีเพื่อนมากมาย เธอคงอยู่ได้ถ้ามีเพื่อนๆอยู่ข้างๆ แต่ถ้าตัดเพื่อนๆออกไป เธอยังเหลือพ่อ เหลือแม่ที่ให้ความรักกับเธอได้ แต่ว่าฉันไม่มีใครเลยนะ พ่อแม่ฉัน พี่ชายคนเดียวของฉัน พวกเขาต่างจากฉันไปแล้ว ตอนนี้ฉันเหลือแค่เธอคนเดียว ผู้หญิงที่ฉันรักมากที่สุด”


แล้วกายก็เอานิ้วมือเช็ดน้ำตาของเออย่างอ่อนโยน


“แค่ไปซื้อเฟรนช์ฟรายส์แป๊ปเดียว ร้องไห้ตาบวมเลยนะ”
“ไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย แค่ฝุ่นมันเข้าตาเอง”


เมื่อกายเช็ดน้ำตาเอเสร็จ ก็ทำให้เอมองเห็นว่ากายเองก็กำลังน้ำตาไหลอยู่


“แล้วทำไมเธอต้องร้องไห้ด้วย”
“แค่คิดว่าเธอร้องไห้ ฉันเองก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว ฉันไม่สามารถปล่อยเธอร้องไห้คนเดียวได้”


แล้วกายก็ค่อยๆเช็ดน้ำตา


“ขอโทษนะ ฉันเอาแต่คิดเรื่องตัวเองซะจน ไม่ได้คิดเรื่องเตเต จนทำให้เตเตเสียใจ”

“เอมากกว่าที่ควรจะขอโทษ เอรู้มาตลอดเลยว่า กายไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ ทั้งที่มักบอกว่าตัวเองเชื่อใจกาย แต่ก็ยังทำตัวงี่เง่า เพราะกลัว กลัวที่จะต้องถูกนอกใจอีก”

“ก็งี่เง่าจริงๆอ่ะ คิดเองเออเองไม่ฟังเหตุผลกันเลย แถมยังชอบงอนและขี้ประชดอีก”
“ก็ไปหาแฟนใหม่ซิ”

“ถ้าฉันไม่แคร์เธอ ฉันจะทำแบบนี้ไหมล่ะ”


กายเปิดมือถือของเขาให้เอดู กายส่งข้อความหาเอแทบทุกวัน แต่เอกลับไม่ตอบเขาเลย


“ฉันทำงานแทบทุกวันและฉันก็คิดถึงเธออยู่ตลอด ฉันเสียความรู้สึกนะ ที่โดนเธอเมิน โดนเธองอนใส่ แต่ฉันก็ยังเชื่อใจเธอ เชื่อในความรักของเรา”


กายจับมือเอ เอาแหวนตัวHสวมมันที่นิ้วนางข้างซ้าย


“ถ้าอดีตมันเจ็บปวด ฉันจะเยียวยาความเจ็บปวดให้เธอเอง ไม่ว่าพวกเราจะเป็นอะไร ก็มาใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันด้วยกันเถอะ”


แล้วกายกับเอก็จูบปากกัน


“ทำไมถึงกลับมาอีกล่ะ”
“ฉัน…ฉันเดินกลับมา ก็เห็นเธอร้องไห้อยู่คนเดียว ฉันไม่สามารถปล่อยให้เธออยู่ลำพังได้”

“น่าเสียดายเนอะ Valentineทั้งที แทนที่เรา2คนจะไปเที่ยวด้วยกันหรือทำอะไรที่คนรักเขาทำกัน แต่เอดันมาทำตัวงี่เง่าจนทำให้Valentineของเรากร่อยหมดเลย”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ฉันซื้อเฟรนช์ฟรายส์มาแล้ว กินด้วยกันซิ”
“ไม่มีChocolateหรอ”


แล้วกายหยิบDipรสChocolateออกมา2ถ้วย


“มีซิ Valentineทั้งที”
“Baby, my love forever”
“Wishin' you and me last forever”


แล้วกายกับเอก็นั่งกินเฟรนช์ฟรายส์ด้วยกัน


“ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ เตเต”
“เอก็แค่คิดว่า…”

“คิดว่าจะเจอฉันใช่ไหม แปลว่าเธอเองก็คิดถึงฉันอยู่ตลอดเหมือนกันซินะ”
“เธอพูดเองนะ กาย”


หลังจากกินฟรนช์ฟรายส์ด้วยกันเสร็จ กายก็ขับรถHonda NSX ปี1992สีแดงไปส่งเอที่บ้าน เอยังคงใส่Coatของกายอยู่และเดินเข้าไปในรั้วบ้าน แล้วกายก็พบกับพ่อเออีกครั้ง


“เข้าไปข้างในก่อนนะ พ่ออยากคุยกับกาย แบบที่ผู้ชายเขาคุยกัน”
“ค่ะ”


เมื่อเอเดินเข้าไปในบ้านหล่อน พ่อเอก็เริ่มมองมาที่กาย


“ฉันรู้อยู่แล้วว่า เธอต้องกลับมาพร้อมกับเอ”
“เราก็แค่บังเอิญเจอกันครับ”

“แล้วหลังจากนี้ จะเอาไงกับชีวิตต่อไปล่ะ”
“คุณจำที่คุณถามผม ตอนที่ผมอยู่ม.6ได้ไหมครับ”

“จำได้ซิ วันนั้นเธอแอบโดดเรียนมาหาเอที่นอนไม่สบายอยู่บ้าน แล้วฉันก็ถามถึงอนาคตของเธอว่าหลังจบม.6ไปแล้ว จะทำไรต่อ”

“วันนั้นผมตอบไปแค่ครึ่งเดียวเอง ผมแค่บอกว่า เรียนมหาลัยให้จบ หางานที่ตรงสายกับคณะที่จบมา แต่ว่า มีอีกอย่างที่ผมไม่เคยบอกคุณ ภรรยาคุณหรือแม้แต่เอ ผมอยากจะเรียนให้จบ ตั้งใจทำงานเก็บเงิน มีความมั่นคงในชีวิตระดับหนึ่งและถ้าผมกับเอเป็นแฟนกันแล้ว ผมอยาก….อยากจะขอเอแต่งงาน แล้ววันนี้ก็มาถึง ผมพร้อมแล้วที่จะดูแลเอ ดูแลลูกสาวคุณไปตลอดชีวิตครับ”

“แล้วเธอมาพูดให้ฉันฟังทำไม ไปบอกกับเอซิ”


แล้วพ่อเอก็เดินเข้าไปในบ้านและสวนทางกับเอที่เดินถือเสื้อCoatมาคืนกาย


“เกือบลืมคืนเสื้อให้เลย”


แล้วเอก็อมยิ้มและเดินเข้าไปในบ้าน พอกายจับดูที่เสื้อ กายก็รู้สึกว่า มีกล่องแข็งๆอยู่ กายจึงหยิบมาดู ปรากฏว่ามันเป็นกล่องChocolate แล้วโทรศัพท์กายก็ดังขึ้น เอได้ส่งข้อความมาหากายว่า


“White Day ซื้อChocolateมาคืนให้ด้วย”


กายยิ้มออกมาและเดินขึ้นไปบนรถ แล้วขับออกไป


มหาวิทยาลัยมหาแพทยากร เวลา 11.08 น.

กายเดินอยู่คนเดียวที่ทางเท้าบริเวณตึกIC แล้วกายก็เดินสวนกับเอ


“เตเต”


เอหันมาหากาย กายกับเอต่างมีท่าทางที่เขินอายต่อกัน


“ขอบคุณนะ”


เอแสดงแหวนตัวHที่อยู่นิ้วนางข้างซ้ายให้กายเห็นและทั้งสองยังคงเขินอายต่อกัน


“รอยยิ้มของเธอ…มันช่างดีที่สุดจริงๆ”


เอยิ้มออกมาให้กายอย่างดีใจ แล้วเอก็เดินจากไป ส่วนกายก็ดีใจมาก


“Yes”


ทุกอย่างจบลงที่กายกับเอแต่งงานกัน กายกับเอเดินจับมือกันออกมาจากโบสถ์ มีผู้คนมากมายยืนอยู่ข้างทางเดินของทั้งสอง ไม่ว่าจะเป็น นิรันดร์ โจ ไมท์และแฟนสาว เจ้ จ่าคมและตำรวจทุกนาย พ่อแม่และเพื่อนๆของเอ วีรชน เอ็ดและนาว มาร่วมแสดงความยินดีกับกายและเอ


“Congratulation”

“น่ารักกันทั้งคู่เลย”

“ยินดีด้วยนะ”

“มีความสุขมากๆนะ”


แล้วเซ็นที่ใส่Jacketที่มีรูปกระต่ายกับรถถัง ก็ได้เดินมาหากายกับเอ


“ยินดีด้วยนะครับ”
“ขอบคุณนะ”
“ครับ”

“เซ็น ผมฝากจัดการกับพวกHazardต่อด้วย คุณทำได้ดีกว่าผมแน่ ฝากด้วยล่ะ”
“ครับ แต่คุณร้องเพลงขัดเกลาจิตใจคนได้ดีกว่านะ”


แล้วเซ็นก็มากระซิบกาย


“บางครั้ง มนุษย์ก็น่ากลัวกว่านะครับ”
“ผมสัญญา”


และกายก็จับมือกับเซ็น จากนั้นก็มีเสียงปรบมือจากผู้คนมากมาย แล้วเอก็เริ่มโยนดอกไม้ และคนที่รับดอกไม้ได้ ก็คือ นาว แล้วกายกับเอก็ยิ้มให้นาว  

 
Finale
 


SHARE
Written in this book
Another Story Of Knitver Verse
เรื่องราวมากมายที่ไม่ได้ถูกกล่าวถึงในKnitver Verse
Writer
Knitver
Writer
https://www.facebook.com/Knitver

Comments

UNSTOPABLE
2 years ago
อ่านเพลินดี
Reply
Knitver
2 years ago
ขอบคุณมากครับ ที่ทั้งเม้นและรีคอมเม้นเลย:)