วินัยทางการเงิน
 


เดิมที การทำงานมีรายได้ แต่ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ก็แย่แล้ว แล้วชีวิตยังต้องมาเป็นหนี้อีก ฉันว่า นี่มันแย่คูณสองเลยนะ หน้าก่อน ๆ ฉันเล่าถึงการเป็นหนี้ในตอนเริ่ม หน้านี้ ฉันขอเล่าเรื่องราวต่อจากนั้นสักหน่อยก็แล้วกัน



ฉันจำไม่ได้แล้วว่า ฉันใช้ชีวิตกับหนี้ก้อนแรก นานแค่ไหน แต่ฉันกลับจำได้ขึ้นใจว่า การเป็นหนี้ของฉัน เท่ากับระยะเวลาการทำงาน นั่นคือ 17 เดือน


17 เดือนแห่งวังวนหนี้สิน
 ฉันยอมรับว่า ฉันไม่เคยคิดเลย ว่าเมื่อไหร่ ฉันจะออกจากวังวนหนี้ได้สักที



เมื่อตอนที่ฉันย้ายห้องพัก ห้องใหม่ของฉันค่าเช่า 2,000 บาท ค่าส่วนกลาง + ค่าเช่าแอร์ รวมกันเดือนละ 2,000 บาท สรุป เขาคิดค่าห้องฉันเท่ากับ 4,000 บาท ราคานี้ยังไม่รวมค่าน้ำ และค่าไฟ ซึ่งเมื่อรวมแล้ว ฉันต้องจ่ายค่าห้อง 5,000 บาท



ตอนนั้นฉันมีรายได้ต่อเดือน 11,000 บาท รายได้หลังหักประกันสังคม ตีกลม ๆ ก็ 10,000 บาท หักค่าเช่าห้อง 5,000 เหลือ 5,000 คำนวนแล้วฉันมีเงินใช้ต่อวันตีกลม ๆ 160 บาท



มันน่าจะเป็นแบบนั้น แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ฉันต้องใช้หนี้เจ้านายอีก เดือนละ 1,000 บาท เงินที่ควรจะเหลือ 5,000 ก็จะเหลือ 4,000 และยังต้องหักเงินจ่ายค่าทองโรงจำนำอีก



สรุปแล้ว ชีวิตช่วงนั้นเป็นช่วงที่คับขันมาก เพราะเมื่อหักลบกลบหนี้ทุกทาง ฉันเหลือเงินใช้เพียงวันละ 50 บาท เดือนละ 1,500 บาท ตอนนั้นฉันกินมาม่าหนักมาก ปลากระป๋อง และไข่ไก่ ก็หนักมากเช่นกัน 

ไม่เหลือเงินเอาไปฟุ่มเฟือยกับอย่างอื่นเลย 


ชีวิตช่วงนั้น บางคืน ฉันก็คิดถึงห้องพักที่เดิม ที่ฉันเคยอยู่ย่านลาดพร้าว ถ้ารู้ว่าย้ายมาอยู่แถวทองหล่อ ค่าใช้จ่ายจะเยอะขนาดนี้ บางทีฉันอาจจะดูห้องพักที่ถูกกว่านี้ ฉันแค่คิด เป็นความคิดแว๊บ ๆ ที่เข้ามาในวันที่ท้อใจ



การเป็นหนี้ บางทีมันก็โดดเดี่ยวจริง ๆ นะ แต่เชื่อเถอะว่า คนเรา สร้างได้ ก็ทำลายได้ หนี้ของฉัน ฉันสร้างได้ ฉันนี่แหละ จะจัดการมันให้สิ้นซาก

หน้านี้ไม่ได้นับคำ เพราะขี้เกียจ
ส่วนรูปภาพนั้น ฉันเอามาจากเว็บ freepik.com เหมือนเดิม
SHARE
Written in this book
365 วันใช้หนี้
บันทึกการเดินทาง ตั้งแต่เริ่มก่อหนี้ จนถึงวันที่ได้สติ และแน่นอนว่ายังใช้หนี้ไม่หมด
Writer
W_8
editor
แล้ววันหนึ่ง ความรัก ก็เปลี่ยนแปลง ทุกสิ่ง Twitter @Bio_G_101

Comments