การลาออกครั้งที่ 3
การลาออก มันไม่ง่ายเลย
ครั้งที่ 1
เราเริ่มต้นงานที่แรกที่บริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งขึ้นชื่อเรื่องการทำงานหนัก 555 แต่เราที่ยังเป็นเด็กน้อยก็ไม่ได้หวั่นเกรง หมูไม่กลัวน้ำร้อนมันเป็นอย่างนี้นี้เอง

เราทำงานอย่างหนักท่ามกลางความกดดัน ทั้งเรื่องเนื้องาน ภาษา สังคม ฯลฯ เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเราทำงานมาได้เกือบปี

วันนึงมีน้องใหม่เข้ามาทำงานในทีม เราแซวหัวหน้าเราต่อหน้าน้องใหม่ หัวหน้าดุเรา ด้วยความเป็นเด็กน้อยล่ะมั่ง เราเริ่มรู้สึกไม่ค่อยโอเคล่ะ อยู่ดีๆความคิดอยากออกจากงาน มันก็ดังปุป เข้ามาให้หัว

หลังจากนั้น เราก็เริ่มคิดเรื่องการเรียนต่อ เรื่องกลับมาทำงานที่กรุงเทพฯ จุดไคลแมกซ์ของเรื่องนี้อยู่ที่ เราคิดขึ้นมาว่า ถ้าอยู่ที่นี้อีก 5 ปี จะเป็นอย่างไง ถ้าเราเป็นอย่างหัวหน้าเราทุกวันนี้ เราจะมีความสุขไหม ปรากฎว่า คำตอบของเราคือ 
ไม่มีความสุขเราเอ่ยคำว่า "ลาออก" ไปด้วยความน้อยใจนิดๆๆ ตอนนั้น แต่หัวหน้าเราก็ไม่คิดจะรั้งเราไว้ และ เราก็ถือว่า คำพูดเป็นนายของเรา เมื่อพูดออกไปแล้ว เราก็ต้องรักษาคำพูดของเรา

จบไปสำหรับการลาออกครั้งที่ 1 เราออกว่าว่างงานประมาณ 3 เดือน เพื่อเตรียมตัวเรียนต่อป.โท แอบข้ามช่วงเรียนป.โทไปนะ

ครั้งที่ 2
เราได้งานในบริษัทไม่เล็กไม่ใหญ่แห่งหนึ่งมีเจ้าของเป็นคนไทย งานค่อนไปทางหนักนะ แต่ไม่หนักเท่าที่แรก

งานนี้นี้งงใจกับตัวเองมาก อยู่มาได้ไง 1 ปีครึ่ง

เหตุการณ์วันแรกที่เราเข้าไปทำงาน พี่ที่เคยทำตำแหน่งเราโดนไล่ออก ด่ากันกับเจ้านายเรา เอิ่มมม บรรยากาศน่าทำงานมาก

ความคิดลาออกแวปเข้ามาตั้งแต่วันแรกเลย แต่งานมันหายาก เราถือคติไม่ลาออก ถ้าไม่ได้งานใหม่ แล้วช่วงนั้นทำอย่างไรก็ไม่ได้งานใหม่ซะที

ก็อดทน ตั้งหน้าตั้งตาทำงานไป แล้วก็ทำงานได้ ท้าทาย เรียนรู้มันทุกอย่างที่ขวางหน้า จนกระทั่งเจ้านายค่อนข้างไว้ใจ งานก็มาสุมที่เราค่อนข้างเยอะ แถมยังมีน้องน้อยๆอีก 3 คน ที่ต้องดูแล

การลาออกครั้งนี้ก็มาจากเจ้านายอีกแล้วครับท่าน เจ้านายกับเรามีการทำงานที่คนละสไตล์ตั้งแต่เริ่มแรกเลยมั่ง แต่ด้วยความที่ช่วงแรกๆ เราคงยังปีกไม่กล้าขาไม่แข็ง ก็โอนอ่อนผ่อนตามกันมาได้ จนตอนหลัง เราเริ่มแข็งแรง ก็เลยขัดแย้งกันมากขึ้น

เราไม่ได้โปรโมต + นู่นนี้นั้น ที่สื่อให้เรารู้ว่า เจ้านายเราไม่สนับสนุนให้เราก้าวหน้าแน่นอน เราตัดสินใจที่จะเดินออกมาจากที่นั้น

ครั้งที่ 3
ไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับที่นี้ในตอนแรก แต่ต้องการย้ายงานและที่นี้เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียง

วันแรกก็มีเรื่องช็อคๆๆ เหมือนกัน ที่นี้อยู่ได้ 2 ปีครึ่ง กลายเป็นว่า งานไหนที่คิดจะออกแต่แรก อยู่ได้ซะนาน งานไหนที่ไม่ได้คิดเรื่องลาออก กลับอยู่ได้ไม่นานซะงั้น

พี่ที่เรามาแทนตำแหน่งเค้า เก่งมาก ทุกคนชื่นชม ที่สำคัญเค้าย้ายไปอยู่ฝั่งลูกค้า ทำให้สถานการณ์เหมือนลูกค้ามีข้อมูลมากกว่า แถมคนในทีมเราก็ยังไม่เชื่อมั่นในตัวเรา

เราใช้เวลาพิสูจน์และปรับตัวพอสมควร กว่าที่เราจะสามารถทำงานได้เป็นที่ยอมรับ จนวันหนึ่ง เราพบว่า เรารู้สึกว่า เราทำงานแล้วเราไม่มีอะไรพัฒนาขึ้น (เหมือนไม่มีแรงบันดาลใจในการทำงาน) เราเลือกที่จะออกไปหาประสบการณ์ใหม่ เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ข้างหน้าจะเป็นอะไร เป็นเหว เป็นทุ่งดอกไม้ เราคิดแต่ว่าเราต้องเดินออกไป

สนามหญ้าบ้านคนอื่น มักจะเขียวกว่าบ้านเราเสมอ
SHARE
Written in this book
Diary

Comments

dea12un
1 year ago
ขายโจ๊ก หรือข้าวมันไก่ดี
Reply
Nu_Bell
1 year ago
ข้าวมันไก่ค่ะ น่าจะขายง่ายกว่านะคะ :)
dea12un
1 year ago
ผมกำลังมองก๋วยเตี๋ยวเนื้อกับหมูตุ๋นเพิ่มครับ
Nu_Bell
1 year ago
ค่อยๆๆทำไปทีละอย่างนะคะ :)