โลกใบใหม่

"มึงแค่วิ่งตามกระแส" มิตรสหายท่านหนึ่งกล่าวต่อเรา

ซึ่งมันก็จริง เราอาจได้แรงผลักดันจากพี่อูน... เฮียตูนผลักดันเราเยอะมากจริงๆ ยังไม่พอ พี่เอ๋นิ้วกลมอีก และเราถือโอกาสช่วงกระแสขึ้นนี่แหละ ใจมันฮึกดี ในอีกแง่หนึ่งการที่เราออกว่ิง เพราะอย่างที่บอกไว้ ก่อนหน้านั้นประสบอุบัติเหตุ ต้องผ่าตัด เส้นประสาทเสีย จำขึ้นใจเลยว่าต้องนอนซมอยู่ในโรงพยาบาลกว่าสัปดาห์เป็นยังไง ออกมายังต้องพักฟื้น หยอดน้ำข้าวต้มอีกเป็นเดือนๆ ซ้ำร้ายแค่การขยับโต๊ะเพียงน้อยนิดก็ทำให้หลังเดาะ เจ็บปวดขนาดไหน จำความรู้สึกนั้นได้ดี

การลงไปนอนขดตัวกับพื้นมันไม่ใช่ความเจ็บปวดธรรมดา มันเจ็บแปลบอยู่อีกหลายวัน ขยับตัวแม้เพียงนิดก็เจ็บถึงกระดูกและทุกส่วนจนน้ำตาหลั่งรินไม่รู้กี่หยดน้ำตา รู้สึกได้ถึงความอ่อนแอและเปราะบางของตัวเอง เปราะบางทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นช่วงที่ท้อแท้ อ่อนล้า หมดอาลัย อยู่ลำพัง ไร้ผู้คนเหลียวแล รู้สึกได้ถึงความอ้างว้างและชีวิตมันว่างเปล่าขนาดไหน จำความรู้สึกเหล่านั้นได้ดี แต่ก็ยังมีความหวัง ได้รู้ว่าเราเท่านั้นที่จะดูแลตัวเองได้...

ตอนที่ขยับตัวไม่ได้ รู้สึกอยากทำนั่น ทำนี่ อีกตั้งมากมาย รู้สึกรังเกียจต่อความเจ็บปวด จนตั้งใจไว้เลยว่า หายเมื่อไหร่จะออกวิ่งให้ได้ จะออกกำลังกายให้มาก จากนั้นก็ไม่อยู่นิ่ง เริ่มศึกษาเรียนรู้เรื่องกายภาพบำบัดด้วยตัวเอง ศึกษาโยคะ และเริ่มทำมัน เป็นโยคะเพื่อกายภาพบำบัด อุบัติเหตุเดือนกันยายน หลังเดาะเดือนตุลาคม พักฟื้น โยคะเพื่อกายภาพบำบัด พฤศจิกายน-มกราคม และสามเดือนที่พักฟื้นก็พอดีกับพี่ตูนวิ่งพร้อมกับโครงการก้าว นั่นแหละแรงผลักดันอีกส่วนหนึ่ง

เดือนมกราคม ปี 2018 ดำเนินมาจนจวนจะหมดเดือนแล้ว เป็นเดือนที่เราฟื้นตัวจากการบาดเจ็บทั้งมวลจริงๆ เราวิ่งได้แล้ว เราจึงไม่รีรอ จึงหยิบรองเท้ามาสวมใส่แล้วออกวิ่ง วิ่งไปเรื่อยๆไม่สนคำใคร อย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนที่ขยับแขนขาไม่ได้

"ยอมแพ้ กับพ่ายแพ้ มันคนละเรื่องกันน่ะ"

จะพ่ายแพ้ต่ออะไรก็ตาม แต่การไม่ยอมแพ้ คือเราเอาชนะตัวเราชนะใจตัวเองได้ การวิ่งของเราจึงไม่ได้จะเอาชนะใครอื่นนอกจากการเอาชนะตัวเอง ก้าวข้ามความอ่อนแอทั้งหมดที่ผ่านมา จนมาถึงตรงนี้ ที่วิ่งทุกๆวัน วิ่งแล้วได้พบกับคนอีกมากที่ออกมาวิ่ง จากคนที่ไม่รู้จักแต่กับรู้สึกได้ถึงความจริงใจ ความเผื่อแผ่ให้กันอยู่มากต่อมาก

การวิ่งอาจเป็นความโดดเดี่ยว แต่การวิ่งไปพร้อมกับคนอีกหลายๆคนคือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับส่วนลึกของตัวเอง รักตัวเอง แล้วเผื่อแผ่สู่ผู้อื่น เราจึงได้ค้นพบโลกอีกใบที่นี่ เราจึงค้นพบความรู้สึกของคนที่เคยห่างหาย ลาลับ เราพบเจออะไรอีกมากต่อมาก วิ่งไปได้มิตรภาพและพ้องเพื่อน วิ่งไปแล้วรู้ว่าที่ผ่านมาเราเอาแต่หนีความทุกข์ ใฝ่หาความสุข ยังไง รังเกียจและทนอยู่ไม่ได้เมื่อเจอความเจ็บปวดใดๆผ่านเข้ามา บ่อยครั้งที่เอาแต่หนี พอได้มาวิ่งกลับทำให้เรารู้จักความเจ็บปวดที่วิ่งแล้วต้องได้เจอ และต้องทำให้ร่างกายคุ้นชินกับมัน มันจึงสอนเราให้รู้ว่า

"การอยู่กับความเจ็บปวดต่างหากที่เราต้องทำ"

ถ้าอยู่กับมันได้ เราก็จะก้าวได้ไกลขึ้น เราก็จะไม่หยุดวิ่ง จะวิ่งไปพร้อมกับความเจ็บปวดนั้นและไม่ว่าจะมีจุดหมายปลายทางหรือไม่ จะไปถึงมันไหม มันไม่ได้สำคัญเท่ากับว่าเราได้พบเจออะไรระหว่างทาง นั่นต่างหากความหมายของการวิ่งของเรา และตอนนี้เราก็มีความสุขกับมันมากในตลอดเดือนมกราคมที่ผ่านพ้นไป
....

ก้าวต่อไป 10K
มินิมาราธอน
เดือนกุมภาพันธ์....
SHARE
Written in this book
ศรัทธาและความหวัง (Believe Faith Hope)
เมื่อชีวิตเต็มไปด้วยอุปสรรคและขวากหนาม หนทางที่แสนมืดมน เพียงแค่ยัง "ศรัทธา" จะก่อเกิด "ความหวัง" ให้เห็นแสงสว่างในหัวใจ แม้ว่าบางคนจะไม่เข้าใจเธอ จะมองเธอว่าไร้เดียงสาแค่ไหน แค่เพียงเชื่อและศรัทธาในตัวเธอเอง สิ่งที่เธอทำจะไม่สูญเปล่า #Believe_Hope
Writer
ELThanaphat
writer
ข้าพเจ้าว่า ชีวิตมันมีอะไรมากมายนะ เล่าได้ไม่รู้จบ ทั้งดีร้าย แต่บางทีเรื่องเหล่านั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มากกว่าที่คิดไว้ก็ได้

Comments

chidtawan
1 year ago
กุมภานี่วิ่งที่บุรีรัมย์รึเปล่าคะ ถ้าใช่นี่ก็จะไปวิ่งเหมือนกัน เรารู้สึกเหมือนคุณเลย การวิ่งช่วยฮีลเราได้จริงๆนะ
Reply
ELThanaphat
1 year ago
ช่วงนี้อยู่ภาคเหนือครับ ต้นกุมภาวิ่งของเชียงราย "วิ่งศุภนิมิตธารน้ำใจไมตรีครั้งที่ 5" โปรแกรมแรก บุรีรัมย์อยากไปน่ะครับ ต้องเร่งเคลียร์ภาระทางภาคเหนือก่อน ครับ ยังไงก็วิ่งไปด้วยกันน่ะครับ ^^